Uber กำลังมีสถานะไม่ต่างจากเรือที่ต้องตัดใจทิ้งสัมภาระไม่จำเป็นไป เพื่อให้คล่องตัวขึ้นระหว่างฝ่าคลื่นลูกใหญ่ โดย Uber ประกาศขาย ATG บริษัทพัฒนารถขับเคลื่อนเองอัตโนมัติ และ Elevate บริษัทพัฒนา “แท็กซี่บินได้” ต่อเนื่องกันในเวลา 2 วัน เพื่อลดความเสียหายจากวิกฤตโควิด

ธุรกิจที่เกี่ยวกับการเดินทางและการคมนาคมทุกประเภทได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโควิด-19 เพราะคนทั่วโลกจำเป็นต้องอยู่กับบ้านตามมาตรการ Lockdown เพื่อร่วมยับยั้งการระบาด โดยจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้จำนวนผู้ใช้แอปเรียกแท็กซี่ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ Uber ลดลงอย่างมาก
ขณะเดียวกันยังส่งผลต่อธุรกิจอื่นๆ ในเครือ ทั้ง Jump แอปใช้บริการจักรยานและ Scooter ไฟฟ้า กับ Fright บริษัท Logistics อีกด้วย

วิกฤตครั้งนี้ทำให้ Uber ต้องลดทั้งจำนวนพนักงานและขนาดองค์กร โดยเมื่อพฤษภาคมมีการประกาศปลดพนักงาน 3,700 คน ซึ่งคิดเป็น 25% ของพนักงานทั้งหมด

ถัดจากนั้นแผนกู้วิกฤตของ Uber ยังดำเนินต่อไป โดยในเดือนเดียวกันได้มีการสั่งทำลายจักรยานและ Scooter ไฟฟ้า ของ Jump ในสหรัฐนับหมื่นคัน หลังขาย Jump ให้ Lime บริษัทคู่แข่งไป
ต่อมาช่วงกรกฎาคม Uber ทุ่มเงิน 2,650 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 79,600 ล้านบาท) ซื้อ Postmates เพื่อเสริมทัพธุรกิจส่งอาหารที่โดดเด่นขึ้นมาในวิกฤตครั้งนี้ ท่ามกลางการวิเคราะห์ว่านี่เป็นการกู้หน้าใน Deal ที่พอสู้ไหว หลัง Just Eat ’เล่นใหญ่’ ซื้อกิจการ Grubhub ตัดหน้าไปด้วยเงินถึง 7,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 219,500 ล้านบาท)

Uber กู้วิกฤตต่อด้วยการขายหุ้นมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 15,000 ล้านบาท) ของ Uber Fright ให้ Greenbriar Equity Group กลุ่มทุนสัญชาติอเมริกัน

ล่าสุดเมื่อ 7 และ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา Uber ประกาศขาย ATG บริษัทพัฒนารถขับเคลื่อนเองอัตโนมัติและ Elevate บริษัทพัฒนา “แท็กซี่บินได้” ให้กับ Aurora และ Joby Aviation ตามลำดับ

เนื่องจาก Aurora และ Joby Aviation มีขนาดเล็กกว่าจึงขอซื้อกิจการ ATG และ Elevate ผ่านการขายหุ้นให้ Uber ดังนั้นทาง Uber จึงเป็นฝ่ายต้องจ่ายเป็นเงินรวม 522 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 15,700 ล้านบาท)
แม้นี่เป็นเงินก้อนใหญ่แต่ Uber ก็รับได้ เพราะเชื่อว่าจะสามารถลดตัวเลขขาดทุนในช่วงที่สถานการณ์การเงินของบริษัทยังไม่ปกติ และยังเป็นธุรกิจเพื่ออนาคตที่ยังมีความไม่แน่นอน
ประกอบกับก่อนหน้านี้ รถขับเคลื่อนเองอัตโนมัติของ Uber เกิดปัญหา ชนคนเดินถนนเสียชีวิตระหว่างทดสอบ หลังวิศวกรดูรายการโทรทัศน์ใน Smartphone แทนที่จะตรวจการทำงานของ AI อีกชั้นหนึ่ง จนผู้ว่ารัฐ Arizona สั่งห้ามไม่ให้มีการทดสอบอีกต่อไป และต่อมายังถูก Google ฟ้องร้องเรื่องละเมิดสิทธิบัตรอีกด้วย
Dara khosrowshahi
หาก Uber ประคองตัวพ้นวิกฤตปีนี้ไปได้ แล้วหันมามุ่งกับแอปเรียกแท็กซี่และแอปบริการส่งอาหาร สถานการณ์ในปีหน้าจะดีขึ้นตามลำดับก็อาจทำกำไรได้ในที่สุด โดยคนที่ถูกจับตามากสุดตอนนี้คือ Dara khosrowshahi ที่เจองานยากตลอดตั้งแต่นั่งเก้าอี้ CEO ของ Uber ต่อจาก Travis Kalanick เมื่อปี 2017 / cnn, bbc ,theverge ,techcrunch, cnbc


–
