เลือดเริ่มหยุดไหลหรือเปล่าสำหรับช่อง 3

เพราะในปี 2563 ช่อง 3 ภายใต้ บมจ. บีอีซี เวิลด์ ขาดทุนลดลงจาก 397.2 ล้านบาทในปี 2562 เหลือขาดทุนเพียง 214.3 ล้านบาท

แม้บีอีซี เวิลด์จะมีรายได้ลดลงจากโฆษณา การออกคอนเสิร์ตและแสดงโชว์ลดลงอย่างน่าใจหาย

ในปี 2563 บีอีซี เวิลด์มีรายได้ 5,860.9 ล้านบาท ลดลง 2,449.3 ล้านบาท หรือลดลง 29.5% จากปี 2562

การลดลงของรายได้มาจากรายได้จากโฆษณาลดลง  รายได้จากโฆษณาถือเป็นรายได้หลักของ บมจ. บีอีซี เวิลด์ มีสัดส่วนมากถึง 81% จากรายได้ทั้งหมด และรายได้จากการขายโฆษณาส่วนใหญ่มาจากช่อง 33

 

ในปี 2563  อีซีซี เวิลด์มีรายได้จากโฆษณาเหลือเพียง 4,757.7 ล้านบาท จาก 6,743.5 ล้านบาท ในปี 2562

การลดลงของรายได้โฆษณามาจากการที่ช่อง 33 ขายแอร์ไทม์โฆษณาได้น้อยลง โดยเฉพาะในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งแรกในประเทศไทย จนเศรษฐกิจหยุดชะงัก พร้อมกับเม็ดเงินในการจับจ่ายของผู้บริโภคลดลง

สิ่งเหล่านี้ทำให้แบรนด์สินค้าและบริการส่วนใหญ่หยุดทำโฆษณา หรือใช้เม็ดเงินโฆษณาน้อยลงเพื่อให้สอดคล้องกับยอดจำหน่ายที่เกิดขึ้น

ส่วนรายได้ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด คือรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์ ที่ลดลงจากการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ต แสดงโชว์ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่รวมคนหมู่มากต้องถูกยกเลิกไป เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยต้องมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ

ทำให้รายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์ต่าง ๆ ของบีอีซี เวิลด์ เหลือเพียงไม่ถึง 10 ล้านบาท จากปี 2562 ที่มีรายได้ถึง 557 ล้านบาท

และเมื่อไม่สามารถจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมแสดงโชว์ต่าง ๆ ได้ จึงมีผลต่อรายได้จากการขายสินค้าลดลงเช่นกัน โดยในปี 2563 มีรายได้จากการขายสินค้าทั้งสิ้น 40.4 ล้านบาท จาก 56.4 ล้านบาท

แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีแสงสว่างที่ผ่านมาสำหรับบีอีซี เวิลด์ เพราะปี 2563 ยังมีหนึ่งขาธุรกิจที่มีการเติบโต คือรายได้จากการใช้ลิทธิ์และบริการอื่น ที่มีรายได้มากขึ้นจาก 953.3 ล้านบาท เป็น 1,053.4 ล้านบาท

 

อ่านมาถึงตรงนี้ ดูเหมือนว่าบีอีซี เวิลด์ จะแย่กว่าปี 2562 แล้วทำไมถึงมีกำไรขั้นต้นที่มากขึ้นและขาดทุนน้อยลง

1.

ต้นทุนจากการขายและการให้บริการลดลงจาก 7,055.3 เหลือเพียง 4,572.5 ล้านบาท

การลดลงของต้นทุนการขายและการให้บริการมาจาก
– การลดขนาดองค์กร เพราะยุติการออกอากาศช่อง 3 ระบบอนาล็อก หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน

– การลดต้นทุนการผลิตรายได้ และใช้ละครรีรันมากขึ้น

– การลดลงของค่าใบอนุญาตใช้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัลตามมาตรา 44 ที่ยกเว้นการเก็บเงินค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัลงวดที่ 5 และ 6 พร้อมกับ กสทช. ช่วยจ่ายเงินค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัลแทนผู้ประกอบการ

2.

ต้นทุนจากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์ที่ลดลงจาก 480.6 ล้านบาท เหลือเพียง 10.3 ล้านบาท เนื่องจากไม่สามารถจัดงานได้

 

ส่วนปี 2564 ช่อง 3 จะพลิกกลับมากำไรได้หรือไม่ คงต้องดูกันสิ้นปี



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน