เนื่องด้วยภาคธุรกิจท่องเที่ยวบริการ และธุรกิจสายการบินของประเทศไทย โดยมีสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TCT) ร่วมด้วยสมาคมโรงแรมไทย (THA) สมาคมสปาไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก สาขาประเทศไทย (PATA) โดยมีแนวร่วมพันธมิตรธุรกิจสายการบิน ซึ่งประกอบด้วย สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) สมาคมธุรกิจสายการบิน (BAR) และสมาคมสายการบินประเทศไทย (AAT) ขอชื่นชมภาครัฐในการบริหารจัดการการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างสูง ที่บริหารจัดการรับมือการแพร่ระบาดของโรคได้เป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีระบบการเฝ้าระวังและการควบคุมโรคที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและยืนยันความสำเร็จในความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน

 

อย่างไรก็ตาม วาระเร่งด่วนระดับโลกของนานาประเทศ คือการจัดสรรและการเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรภายในประเทศของตนเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และการเร่งการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยที่หลายประเทศทั่วโลก เริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และคาดว่าประชากรในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา จีน ตะวันออกกลาง และทวีปยุโรปจะได้รับการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนถึง 70% ของประชากรทั้งหมดภายในช่วงปลายฤดูร้อน หรือเดือนสิงหาคมนี้ จากการสำรวจร่วมกับบริษัทนำเที่ยวถึงนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศในตลาดเป้าหมายของไทย มีผลสำรวจว่านักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบแล้วต้องการที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมากหากไม่มีการกักตัว ทำให้การกักตัว แม้จะลดจำนวนวันกักตัวเหลือ 7 วันนั้น ยังคงเป็นอุปสรรคในการตัดสินใจเดินทางอย่างยิ่ง

ดังนั้นทั้ง 8 องค์กรหลักในธุรกิจท่องเที่ยวบริการและธุรกิจสายการบินของประเทศไทยขานรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการเดินหน้าพื้นที่ Sandbox ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทยกระตุ้นเศรษฐกิจ และสนับสนุนแนวทางของสมาคมหอการค้าไทยในการบริหารจัดการวัคซีน

(รายละเอียดเพิ่มเติมในเอกสารอ้างอิง) และขอเสนอแผนต่อรัฐบาลในการบริหารจัดการวัคซีนในประเทศไทย เพื่อรองรับการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว และเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ดังต่อไปนี้

  1. ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป ให้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบเรียบร้อยแล้วเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว อย่างน้อยในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวนำร่อง เช่น ภูเก็ตและสมุย
  2. เร่งรัดการจัดสรรและการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 70% ของประชากรในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวนำร่อง เช่น ภูเก็ตและสมุย ภายในวันที่ 15 เมษายน – 30 มิถุนายน 2564 เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในท้องถิ่นให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เแล้วไม่ต้องกักตัวตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป (มติการประชุมโครงการ Phuket Tourism Sandbox ฉีดวัคซีนให้คนภูเก็ตและรับนักท่องเที่ยวโดยไม่กักตัวจะเข้าประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ในวันที่ 26 มี.ค. และนำเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 30 มีนาคมนี้)
  3. พิจารณาให้ภาคเอกชนร่วมกับรัฐบาลในการจัดหา และนำเข้าวัคซีนทางเลือกอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้ผลิตในต่างประเทศทั่วโลกอย่างเร่งด่วนเพื่อกระจายวัคซีนดังกล่าวสู่ประชาชนภายในประเทศไทยอย่างทั่วถึง
  4. เร่งจัดสรรวัคซีนให้กับบุคลากรภาคท่องเที่ยวและบริการ (เช่น พนักงานโรงแรมและพนักงานสายการบิน) จำนวนเกือบ 1,000,000 คนทั่วประเทศภายในเดือนมิถุนายน 2564 เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่ทั้งบุคลากรผู้ปฏิบัติงานและแก่ตัวนักท่องเที่ยวเอง
  5. ประกาศกรอบเวลา และเงื่อนไขที่ชัดเจนในการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเริ่มต้น
    ในวันที่1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป อย่างน้อยสำหรับพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวนำร่อง และเร่งดำเนินการเปิดประเทศสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้สามารถเดินทางได้ทั่วประเทศในเวลาอันรวดเร็วให้ทันกับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจากประเทศที่เป็นตลาดสำคัญของไทยและฤดูกาลการท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมทางการตลาด โดยเฉพาะโรงแรมและสายการบิน
    และการเตรียมดำเนินการเพื่อเจรจาข้อตกลง “Travel Bubble” ระหว่างประเทศ
  6. พิจารณาอนุมัติใช้ IATA Travel Pass ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนมือถือที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทั้งนักเดินทาง สายการบิน และภาครัฐให้สามารถบริหารจัดการและตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารรับรองผลตรวจหรือใบรับรองการรับวัคซีนโควิด 19 และเป็นการยกระดับมาตรการความปลอดภัยในการคัดสรรนักท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยสูงเข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นแอปพลิเคชันที่สายการบินทั่วโลกให้การยอมรับ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer