มื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มีข่าวแชร์ไปในโลกโซเชียลว่า ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมหรู แอซตัน อโศก 

เกิดอะไรขึ้นกับโครงการนี้ ซึ่งเป็นของบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ “อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)”

เป็นคอนโด High Rise สูง 50 ชั้น มีจำนวนห้องชุดทั้งสิ้น 783 ยูนิต  มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้นมากกว่า 6,700 ล้านบาท

ปัจจุบันมีลูกบ้านในโครงการ มากกว่า 600 ครอบครัวและสมาชิกมากกว่า 1,000 คน มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศถึง 20 ประเทศ

ทันทีที่มีคำพิพากษาศาลออกมา วันศุกร์ที่ 30 ก.ค. 2564 ที่ผ่าน

แน่นอนข่าวนี้สร้างความกังวลและตื่นตกใจให้กับลูกบ้านอย่างมาก

ตัวแทนลูกบ้านรายหนึ่งได้กล่าวในไลฟ์สด ผ่านเพจ “ลูกบ้านแอชตันอโศกที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาลปกครองกลาง” เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (8/10/21) ว่า  

พวกเราได้มานั่งย้อนคิดไปว่า ก่อนมาซื้อบ้านหลังนี้ ได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง 

สิ่งปลูกสร้างได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานรัฐมากมาย เป็นโครงการที่ผ่าน EIA ซึ่ง EIA นี้คนในวงการก่อสร้างจะรู้กันดีว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและขอได้ยากที่สุด ใช้เวลานับเดือนนับปีกว่าจะได้ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลูกบ้านยิ่งมั่นใจในโครงการนี้

ในเรื่องการซื้อบ้านธนาคารก็ได้อนุมัติวงเงินกู้ ซึ่งกลุ่มลูกบ้านเกินครึ่งมีการกู้ผ่านธนาคาร

ในวันที่ไปโอนกรรมสิทธิ์ กรมที่ดินก็ออกโฉนดให้ และอนุมัติการโอนให้

ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่าเสียใจอย่างมาก

ตัวแทนลูกบ้านยังกล่าวต่อว่า

บริษัทอนันดาเองก็มีการยืนยันว่ากว่าที่จะทำการก่อสร้างและขายก็ได้ผ่านขั้นตอนทางกฎหมายมาอย่างถูกต้อง เช่น ได้รับการอนุมัติมาจาก 8 หน่วยงานราชการ ได้รับใบอนุญาตต่าง ๆ มาถึง 9 ฉบับ ผ่านการหารือเบื้องต้นก่อนถึง 7 หน่วยงานด้วยกัน  ผ่านคณะกรรมการ 5 กรรมการ

และที่สำคัญโครงการนี้ก็ยังเป็นบริษัทที่ร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าบริษัทญี่ปุ่นก่อนมาลงทุนในประเทศใดนั้น มีความเคร่งครัดในเรื่องกฎระเบียบมาก ๆ

ลูกบ้านจึงสงสัยว่า

ทางอนันดาก็ทำทุกอย่างถูกต้อง แต่ทำไมยังมีการตัดสินย้อนหลังได้ทั้งที่อาคารสร้างแล้ว มีคนเข้าอยู่แล้วกว่า 2 ปี เกือบ 1 พันคน

และหากพิจารณาถึงสิ่งก่อสร้างในรูปแบบเดียวกัน ยังมีโครงการอื่น ๆ อีก 13 โครงการ เฉพาะการเช่าที่ดินกับ รฟม. ก็มีถึง 6 โครงการ จะดำเนินการอย่างไร

แล้วต่อจากนี้เราจะยังคงเชื่อถือใบอนุญาตจากหน่วยงานราชการที่ออกให้กับเจ้าของโครงการเพื่อมาประกอบการตัดสินใจในการซื้อห้องชุดได้อย่างไร

สุดท้ายถึงแม้คดีนี้ ยังคงต้องมีการอุทธรณ์ในชั้นศาลปกครองสูงสุดต่อไป และคาดว่าต้องใช้เวลาอีกนานกว่าคดีจะสิ้นสุด

แต่ตอนนี้คนนับพันชีวิตได้รับคำพิพากษาจากผลกระทบที่เกิดขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีความเลย

 ทั้งในเรื่องจิตใจและความมั่นคงในชีวิต และเรื่องการเงิน โดยที่ลูกบ้านหลายคนก็เจอปัญหาจากวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นทุนเดิมได้รับความทุกข์ใจมากอยู่แล้ว

นอกจากนั้น ลูกบ้านหลายท่านที่ได้ยื่นขอรีไฟแนนซ์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสถาบันการเงิน ได้รับคำตอบปฏิเสธการให้สินเชื่อ ด้วยเหตุที่หลักประกันไม่มีความน่าเชื่อถือเนื่องจากคำสั่งของศาลปกครองกลาง

ตอนนี้แอซตัน อโศก เหมือนถูกแช่แข็ง ไม่มีใครอยากทำนิติกรรมด้วย หลายคนจะซื้อห้องชุดพักอาศัยต่อจากลูกบ้านท่านเดิม มีความกังวลใจในกรรมสิทธิ์ของห้องชุดในโครงการ และบางรายตัดสินใจยกเลิกสัญญาด้วยความไม่มั่นใจในกรรมสิทธิ์ห้องชุด

พวกเราทำงานอย่างหนัก เพื่อให้มีที่อยู่อาศัย กลับต้องมาตั้งคำถามว่า แล้วจะผ่อนไปเพื่ออะไร  ผ่อนแล้วได้อะไร สภาพคอนโดต่อไปจะเป็นอย่างไร

 นี่คือคำถามที่ยังไม่มีคำตอบของพวกเขา



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน