เมื่อโควิด-19 ได้เปลี่ยนการทำงานและการเรียนสู่ Hybrid Workplace, เรียนออนไลน์ แทนที่ทำงานและโรงเรียนเหมือนก่อน

การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของธุรกิจพรินเตอร์ในประเทศไทยในปี 2564

โอกาสคือ

การทำงานที่บ้าน ทำงานในรูปแบบ Hybrid Workplace สร้างดีมานด์พรินเตอร์ในกลุ่มพรินเตอร์ขนาดกลาง พรินเตอร์ขนาด 4A ที่ใช้เฉพาะบุคคล และพรินเตอร์ที่มีฟังก์ชันการเชื่อมต่อไวไฟเพื่อการพรินต์งานที่สะดวก

และบางบริษัทแม้จะต้องยังคงทำงานที่ทำงาน แต่มีการเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานพรินเตอร์จากพรินเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อใช้งานร่วมกันหลาย ๆ แผนก เป็นพรินเตอร์ขนาดกลางเพื่อให้งานแยกเป็นแผนก หรือกลุ่มงานแทน เพื่อลดการสัมผัสในการใช้งานรวม ป้องกันการแพร่ระบาดในที่ทำงาน

แต่โอกาสที่เรากล่าวมาคือความท้าทายในตลาดพรินเตอร์ขนาดใหญ่ที่รองรับการใช้งานร่วมกันหลาย ๆ แผนกที่มีการใช้งานลดลง

 

นอกจากนี้ ตลาดพรินเตอร์ยังมีโอกาสจากตลาดพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่ซื้อเครื่องพรินเตอร์ในรูปแบบ Thermal Printer พรินเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้พิมพ์ชื่อที่อยู่ลูกค้าติดพัสดุส่ง

และการเติบโตในเซกเมนต์นี้ผลักดันให้ตลาดพรินเตอร์ในปีนี้เติบโตเป็นพิเศษ

แต่การเติบโตของ Thermal Printer ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่าเป็นการเติบโตในกลุ่มเครื่องพิมพ์ราคาประหยัด และเป็นการเติบโตเพียงชั่วคราว

 

จากเทรนด์ตลาดที่เปลี่ยนไป ในครึ่งปีแรก 2564 ตลาดพรินเตอร์ในประเทศไทย

มูลค่า 1,565 ล้านบาท เติบโต 7.93%

และจำนวน 415,000 Unit เติบโต 11.56% จากช่วงเดียวกันปี 2563

 

แบ่งเป็น

ตลาด Single Functions Printer

มูลค่า 395 ล้านบาท เติบโต 21%

จำนวน 145,000 Unit เติบโต 50%

ซึ่งการเติบโตตรงส่วนนี้มาจาก Thermal Printer ราคาประหยัดเป็นหลัก

 

Multi Functions Printer

มูลค่า 1,170 ล้านบาท เติบโต 4%

จำนวน 270,000 Unit ลดลง 2%

การเติบโตในตลาดนี้มาจากผู้บริโภคซื้อเครื่องพรินเตอร์ที่มีราคาสูงขึ้น เพราะต้องการใช้งานฟีเจอร์ไวไฟที่เชื่อมต่อการใช้งานที่สะดวกกว่าเดิม

 

เมื่อตลาดเป็นเช่นนี้ แล้วทำเอปสันทำอย่างไร เพื่อจะสร้างการเติบโต 10% ตามเป้าหมายที่วางไว้

1. เปิดพรินเตอร์แท็งก์แท้พร้อมกัน 17 รุ่น

ล่าสุดเอปสันเปิดตัวพรินเตอร์แท็งก์แท้พร้อมกัน 17 รุ่น รวมของเดิมที่มีอยู่เป็น 29 รุ่นในการทำตลาด

เพื่อครอบคลุมทุกเซกเมนต์ทั้ง Single Function Printer, Multi Function Printer ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Home Use 8 รุ่น SME/Home Office 7 รุ่น และ High Performance 2 รุ่น ที่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการงานพิมพ์ปริมาณมาก มีความเร็วและคุณภาพงานพิมพ์สูง

การเปิดพรินเตอร์พร้อมกัน 17 รุ่น เป็นการเปิดตัวจำนวนรุ่นมากที่สุดที่เอปสันเคยเปิดมา ในแง่ของการตลาดเอปสันมีเป้าหมายคือ

– การทดแทนรุ่นเก่าที่มีอยู่บางรุ่น ด้วยการปรับสเปก เพิ่มความเร็วในการพิมพ์ให้สูงขึ้น เพื่อแข่งขันในตลาดกับคู่แข่งที่เป็นพรินเตอร์แท็งก์แท้เหมือนกัน

– นำอิงค์แท็งก์แท้เข้าไปแทนที่ตลาดเครื่องพรินเตอร์เลเซอร์พรินเตอร์ขนาดล่างผ่านจุดขายความประหยัดในการพิมพ์

– นำพรินเตอร์ High Performance ขยายตลาด B2B เจาะกลุ่มธุรกิจที่ต้องการงานพิมพ์ปริมาณมาก มีความเร็วและคุณภาพงานพิมพ์สูง

การเปิดพรินเตอร์กลุ่ม High Performance 2 รุ่น ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะพาเอปสันเดินหน้าขยายสัดส่วนกลุ่มลูกค้า B2B เพิ่มเป็น 35% ตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2565 จากปัจจุบันเอปสันมีสัดส่วน B2B 30%

2. ปรับปรุงดีไซน์ให้สวยงาม และเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน

พรินเตอร์ที่เปิดตัวใหม่ 17 รุ่นมีการดีไซน์ออกแบบตัวเครื่องให้เป็นผิวลายตาราง และมีรุ่นสีขาวให้เลือก ซึ่งการเปลี่ยนดีไซน์ใหม่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่เรามองว่าสามารถสร้างการตัดสินใจในกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการพรินเตอร์ที่มีความสวยงาม เหมือนเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่งในบ้าน และการมีพรินเตอร์สีขาว เป็นการเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แต่งบ้านแนวมินิมอลที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มฟังก์ชันการสั่งพิมพ์จากแอปไลน์เข้ามาเสริมเพื่อสร้างความสะดวกและดึงดูดการตัดสินใจในการซื้อของผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกในการสั่งงานอีกด้วย เนื่องจากในปัจจุบันมีการสั่งงานและส่งไฟล์งานผ่านไลน์มากขึ้น

3.ให้ความสำคัญกับโมเดลเช่าซื้อเครื่อง

ที่ผ่านมาเอปสันมีเปิดโครงการ Epson EasyCare บริการเช่าเครื่องพร้อมหมึกเหมาจ่ายรายเดือน เพื่อเข้ามาแย่งชิงตลาดเลเซอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร และเมื่อเช่าครบกำหนดรับเครื่องไปใช้งานฟรี

และการเปิดตัวพรินเตอร์รุ่นใหม่ เอปสันนำ 2 รุ่นไปให้บริการในโครงการนี้ด้วยจากการมองเห็นโอกาสในตลาด

ยรรยงเล่าว่าที่ผ่านมาเห็นเทรนด์ที่บริษัทขนาดใหญ่เช่าเครื่องพรินเตอร์ หรือซื้อพรินเตอร์ให้พนักงานใช้ตามบ้านมากขึ้น

และโครงการ Epson EasyCare ยังเป็นการสร้างการรับรู้ในตลาดเพื่อรอโอกาสการเติบโตของธุรกิจเช่าเครื่องที่ยรรยงคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างดีหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายมากขึ้น

และนอกจากนี้เอปสันยังคงให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ด้วยการจัดตั้งทีมออนไลน์ขึ้นมาโดยเฉพาะจากการมองเห็นสัดส่วนยอดจำหน่ายพรินเตอร์ในตลาดแท็งก์แท้ผ่านช่องทางออนไลน์มีสัดส่วนเฉลี่ย 30%

โดยที่ผ่านมามีสัดส่วนดังนี้

Q1/63       23%

Q2/63       37%

Q3/63       33%

Q4/63       34%

Q1/64       29%

Q2/64       28%

และมีการปรับบริการหลังการขายด้วยการเริ่มทดลองให้บริการนัดหมายล่วงหน้า ซ่อมด่วนภายใน 1 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่จำเป็นต้องใช้เครื่องพิมพ์อย่างเร่งด่วน

โดยเริ่มต้นให้บริการลูกค้ากลุ่มเครื่องอิงค์เจ็ทก่อนจะขยายไปกลุ่มเครื่องพิมพ์ดอทเมทริกซ์ โปรเจกเตอร์ และสแกนเนอร์ และสุดท้ายจะเปิดให้บริการกับลูกค้าทุกกลุ่มสินค้า

การบริการนี้จะเริ่มจากพื้นที่กรุงเทพฯ และขยายไปพื้นที่อื่นในเวลาต่อไป

ทั้งนี้ การที่เอปสันให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจแท็งก์แท้ ซึ่งเป็นเซกเมนต์หนึ่งในตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ทมาจากเอปสันเป็นผู้บุกเบิกตลาดแท็งก์แท้เป็นรายแรก มีส่วนแบ่งตลาดมากถึง 46% ในปัจจุบัน และแท็งก์แท้ยังมีสัดส่วนมากถึง 71% ของตลาดอิงค์เจ็ททั้งหมด

ตลาดอิงค์เจ็ทเป็นตลาดขนาดใหญ่สุดในตลาดพรินเตอร์รวม ด้วยสัดส่วน 69% รองลงมาได้แก่ เลเซอร์ 11% และอื่น ๆ (เช่น ด็อทเมทริกซ์ และ Thermal Printer) 20%



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน