ด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับสูงกว่า 6% ติดต่อกันหลายปี ค่าแรงที่ถูก แรงงานอายุไม่มาก ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวียดนามน่าสนใจไม่แพ้ประเทศไทย ฉะนั้นสำหรับใครที่กำลังจะทำธุรกิจที่เวียดนาม หรือรู้จักคนที่กำลังจะไป 3 เรื่องนี้คือสิ่งที่คุณควรรู้ไว้
1.ภูมิประเทศ (Geographics)

ด้วยความที่เวียดนามเป็นประเทศที่มีความยาว ความหลากหลายทางวัฒนธรรมจึงมีมาก เช่น คนภาคเหนือ จะมีความ Traditional อนุรักษ์วัฒนธรรม ชอบอาหารรสจืด คนภาคกลางชอบรสเผ็ด ส่วนคนภาคใต้เป็นคนหัวสมัยใหม่ มี Digital Mindset อาหารจะออกรสหวาน
นอกจากนั้นเวียดนามเอง ก็วางแผนกลยุทธ์ของประเทศ แบ่งเป็นโซนเช่นเดียวกัน แบ่งเป็น 3 โซน คือ เหนือ กลาง ใต้ โดยเมืองที่สำคัญประจำภาคได้แก่ ฮานอย ดานัง และ โฮจิมินห์ ตามลำดับ โดยเวียดนามมีเขตอุตสาหกรรมที่ใช้งานอยู่ 220 เขต และ 43 เขตเป็นเงินลงทุนจากต่างชาติโดยตรง
ถึงแม้ว่าเขตอุตสาหกรรมจะเยอะ แต่นโยบายหลักของเวียดนามก็คือ ต้องไม่รบกวนธรรมชาติเด็ดขาด
2.ลักษณะพิเศษของคนเวียดนาม (Characteristics)

อย่างที่กล่าวไปคนเวียดนามมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมไม่แพ้คนไทย แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ คนเวียดนามชอบลองของใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน การช้อปปิ้งออนไลน์ การเข้าถึง (Penetration) ของคนเวียดนามไปไกลกว่าคนไทยมาก
นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมอุตสาหกรรม Electronics ถึงย้ายฐานการผลิตมาที่เวียดนาม เพราะทักษะที่สูงกว่าและค่าแรงที่ถูกกว่าประเทศในอาเซียน นอกจากนั้นคนเวียดนามยังได้ทักษะความขยันจากคนจีน และมีความเป็นมิตรกับคนไทย และสินค้าไทยเป็นพิเศษ
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ภาษา จริงอยู่ที่คนในเมืองหลวงพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ควรจะสื่อสารให้เข้าใจ Recheck 2-3 ครั้งว่าเข้าใจตรงกันไหม ก่อนจะตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ
3.ธุรกิจที่น่าสนใจในเวียดนาม
ธุรกิจประเภทซื้อมาขายไป ตัวแทนจำหน่าย หรือ Trading สามารถทำได้อยู่แล้วในเวียดนาม แต่หากพูดถึงการทำธุรกิจ ตั้งบริษัท นี่คือ 3 ธุรกิจที่น่าเข้าไปลงทุนในเวียดนาม
1.Food & Beverage : อาหารและเครื่องดื่มเป็นตลาดที่เติบโตค่อนข้างมากในประเทศที่มีแรงงานอายุน้อย และกำลังเติบโต ปัจจุบัน อาหารประเภทซีเรียล อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม เป็นสินค้าไทยที่คนเวียดนามคุ้นเคยกันดี
2.เครื่องนุ่งห่มTextiles : ด้วยความที่เวียดนามไม่มีทรัพยากรมาก ทำให้ต้องนำเข้าจากจีน ฉะนั้นหากไทยสามารถส่งวัตถุดิบอย่างผ้าให้เวียดนามได้ ก็สามารถสร้างรายได้ในระยะยาว แต่ก็ต้องเน้นไปที่ผ้าประเภทอื่น ห้ามทับไลน์จีนเช่นกัน เพราะไทยสู้เรื่องต้นทุนไม่ไหว ตอนนี้แบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกส่วนใหญ่ก็ผลิตไม่กี่แห่ง จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย
ฉะนั้นหากแบรนด์ไทยอยากเจาะตลาดนี้ ต้องคำนวณเรื่องต้นทุน โรงงาน วัตถุดิบ และตลาดให้มากๆ แต่ถ้าทำได้บอกเลยว่าคุ้มแน่นอน
3.Electronics : ด้วยค่าแรงที่ถูกกว่า ทักษะที่มากกว่า คงต้องยอมรับว่า หลายแบรนด์เริ่มมองหาลู่ทางการย้ายฐานการผลิตไปที่เวียดนาม แต่เวียดนามเองก็ไม่สามารถผลิตทุกอย่างได้ สินค้าอย่างชิ้นส่วนรถยนต์ และเครื่องปรับอากาศ
ฉะนั้นน่าสนใจในที่นี้ อาจไม่ใช่ให้ย้ายไป แต่หมายถึงการพัฒนาคุณภาพของแรงงานไทยให้แข่งขันได้ ค่าแรงอาจแพงกว่า แต่มาตรฐานการผลิต และตรวจสอบคุณภาพเป็นสิ่งที่สร้างกันได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกอบการไทย คือ การไปสำรวจตลาดด้วยตนเองอย่างน้อยเป็นอาทิตย์และไปบ่อยๆ จากนั้นต้องสร้างคอนเนคชั่นกับคนไทยในเวียดนาม เพื่อหาข้อมูลการทำธุรกิจ ซึ่งสามารถสอบถามจากสถานทูตเวียดนามในไทย กระทรวงต่างประเทศ หรือ BOI เป็นต้น
ที่มา : สถานทูตไทย, สถานทูตเวียดนาม, K-Research และ บริษัท L&E
