ถึงแม้ว่านักเศรษศาสตร์ และงานวิจัยหลายชิ้นจะชี้ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2017 จะมีความเสี่ยงรอบด้าน แต่งานวิจัยจาก Bloomberg “Global Risk Briefing” ชิ้นนี้ จะทำให้คนไทยได้ใจชื้นขึ้นมาก เพราะงานวิจัยชิ้นนี้ชีว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงน้อยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

เรามาดูว่ามีด้านอะไรกันบ้าง

1.ภาพรวมการจ้างงาน (Unemployment Outlook)

การจ้างงานถือเป็นจุดเด่นของประเทศไทยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น คนไทยก็ยังสามารถทำงานต่อไปได้ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีงานให้ทำค่อนข้างมาก (ถ้าไม่เลือกงาน) ดังนั้นขนาดแรงงานเข้ามาทำงานในประเทศไทยทั้งเมียนมา ลาว กัมพูชา ประเทศไทยก็มีอัตราว่างงานเพียง 0.6% หรือใน 1,000 คน มีคนว่างงาน 6 คน

จากที่ Marketeer เคยสัมภาษณ์และพูดคุยกับนักวิเคราะห์จากธนาคารต่างๆ ที่อัตราการว่างงานของไทยค่อนข้างน้อยนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากลักษณะนิสัยของคนไทย ที่เป็นระบบอุปถัมภ์ซึ่งกันละกัน หากใครไม่มีงานทำ เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ก็พร้อมเสนองานให้ทำ รวมถึงตัวแรงงานเองก็ไม่ได้เลือกมากจนเกินไป

หลายประเทศที่มีการว่างงานค่อนข้างสูงจะทำให้เกิดปัญหาลูกโซ่หลายอย่างเช่น การใช้จ่าย, ภาษี, สวัสดิการ, GDP และการขาดทักษะการทำงาน เป็นต้น นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไม Donald Trump ถึงชูนโยบายเรื่องการจ้างงานค่อนข้างมาก

 

2.การถือเงินทุนสำรอง (Reserves Stockpiles)

 

เงินสำรองระหว่างประเทศ พันธบัตร ทรัพย์สินต่างๆ (ไม่รวมทองคำ) เป็นเสมือนถุงลมนิรภัยในภาวะคับขัน เช่นอัตราเงินเฟ้อที่สูงมาก ค่าเงินผันผวน การมีทุนสำรองจะช่วยให้สามารถแปรสภาพมาใช้ได้ยามเกิดเหตุ ซึ่งเป็นหน้าที่ของธนาคารกลางแต่ละประเทศที่จะต้องบริหารจัดการให้ดี

ประเทศไทยมี Reserves Stockpiles 34.5 % ของ GDP (ประมาณ 14 ล้านล้านบาท)

 

3.ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Votality)

ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน คำนวณจากการซื้อขาย 3-month forward options ของสกุลเงินสหรัฐฯ ซึ่งถึงแม้ว่าค่าเงินของไทยจะขึ้นมาเป็น 35-36 บาทต่อสหรัฐ ตั้งแต่ปลายปี 2015 แต่ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้ว ต้องบอกว่าการเมืองระหว่างประเทศ การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ทำร้ายประเทศอื่นหนักกว่าไทยเยอะ (ไทยอันดับ 4 อยู่ที่ 5.4%)

นอกจากนั้นเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ประเทศไทยก็อยู่ในระดับที่ดีเช่นกัน ซึ่งดัชนีทั้งหมดเหล่านี้เป็นเพียงการวัดความเสี่ยงเบื้องต้น ซึ่งมันสามารถทำได้หลากหลายมุมมองมากๆ แต่ถ้าดูจากสถานการณ์บ้านเมือง และสภาพตลาดโลก ก็ต้องให้เครดิตให้ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถรักษาสมดุลให้ประเทศไทยได้

 

ที่มา : Bloomberg, IMF and ILO

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer