Robinhood จากแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ สู่ Super App ในระดับ Regional (วิเคราะห์)

ในวันที่โรบินฮู้ดจัดงานแถลงข่าวครบรอบ 1 ปีในวันที่ 26 ตุลาคม 2564 ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ผู้พัฒนาและให้บริการแพลตฟอร์ม โรบินฮู้ด ได้บอกกับเราว่า

จากนี้ต่อไป โรบินฮู้ด จะเดินทางสู่ Super App ด้วยเงินลงทุน 4-5 พันล้านบาท ปรับเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ และเพิ่มบริการ Online Travel Agent, Mart Service และ Express Service เข้าไปในแพลตฟอร์ม พร้อมเริ่มทยอยให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์ 2565

เงินลงทุนนี้นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มฟอร์มทีมพัฒนาแพลตฟอร์มโรบินฮู้ด ไปจนถึงสิ้นปี 2566

ถ้ายังจำได้อยู่คุณคงจะนึกออกว่าจุดเริ่มต้นของโรบินฮู้ด คือหนึ่งพาร์ต CRS ของ SCB ที่ CEO SCB อาทิตย์ นันทวิทยา มีแนวคิดที่จะทำแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ไม่คิดค่า GP (Gross Profit) ช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กในวันที่โควิด-19 เริ่มเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย

ในเวลาเริ่มต้นโรบินฮู้ดได้รับเงินทุน 150 ล้านบาท ในการพัฒนาแพลตฟอร์มและทำตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ เพราะถือว่าเป็นงบสำหรับ CRS ทำตลาดเพื่อสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน

 

แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป อะไรคือเหตุผลที่ SCB ถึงให้เงินทุนก้อนใหญ่ในการพัฒนาโรบินฮู้ดสู่ Super App ที่พร้อมพาตัวเองโบยบินสู่ตลาด Regional ในอนาคต

 

 

1. ฟู้ดเดลิเวอรี่เป็นธุรกิจที่สร้างฐานลูกค้าหลัก แต่ขาดทุนหนักเช่นกัน

จากโมเดลธุรกิจของโรบินฮู้ด ในส่วนของฟู้ดเดลิเวอรี่ คือ CSR ไม่คิดค่าธรรมเนียม ค่า GP ร้านค้า และยังต้องนำเงินไปซัปพอร์ตการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าในรูปแบบต่าง ๆ ไม่รวมถึงเงินที่นำมาพัฒนาปรับปรุงระบบ

ดังนั้นการที่โรบินฮู้ดมีลูกค้าที่ใช้บริการมากเท่าไร อัตราการขาดทุนก็มีมากขึ้นเท่านั้น

 

ในปีที่ผ่านมาข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า เพอร์เพิล เวนเจอร์ส ของโรบินฮู้ด มีรายได้ 81,549 บาท ขาดทุน 87.83 ล้านบาท

 

เมื่อโรบินฮู้ดต้องการพาตัวเองเติบโตในแง่ของฐานลูกค้า เพื่อรักษา Ecosystem ทั้งในแง่ของจำนวนออเดอร์กับร้านค้า และสร้างงานให้กับไรเดอร์ อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่โรบินฮู้ดต้องทำคือการสร้างรายได้จากบริการอื่น ๆ เพื่อมาเป็นรายได้เสริมให้กับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในการให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ ด้วยการเป็น Super App นำบริการใหม่ ๆ เข้ามาสร้างรายได้แทน

อย่างที่เรากล่าวไปข้างต้นว่าโรบินฮู้ดเพิ่มบริการใหม่ 3 บริการ แต่ละบริการจะมีจุดเด่นคือ

Online Travel Agent จองที่พัก ตั๋วเครื่องบินในประเทศ จองทัวร์ จองรถเช่า

Mart Service บริการสั่งซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้า โดยเน้นไปที่ของพรีเมียมที่แอปฟู้ดเดลิเวอรี่คู่แข่ง ไม่มี

และ Express Service บริการส่งพัสดุในรูปแบบ On Demand โดยบริการนี้จะเน้นไปยัง B2B เป็นหลักจากการเห็นโอกาสการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

ซึ่งในระยะเวลาเริ่มต้น โรบินฮู้ดจะใช้บริการ Mart Service และ Express Service เป็นบริการหลักในการหารายได้ให้กับธุรกิจโรบินฮู้ดในอนาคต

ส่วน Online Travel Agent ในตอนเริ่มต้นเป็นบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าโรบินฮู้ด เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ เป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง เนื่องจากเป็นลูกค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และเป็นลูกค้าค้าธนาคารและบัตรเครดิต ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นลูกค้าชั้นดีที่สามารถต่อยอดไปยังการตลาดและบริการอื่น ๆ ได้

แต่การที่โรบินฮู้ดมีบริการ Online Travel Agent จะเป็นบริการที่ไปใกล้เคียงกับ airasia Super App ที่เน้นบริการท่องเที่ยวและฟู้ดเดลิเวอรี่ เช่นกัน

 

2. ฐานลูกค้าโรบินฮู้ด คือกำลังสำคัญในการต่อยอดสู่บริการอื่น ๆ ในเครือ SCB

แม้ธุรกิจโรบินฮู้ด มีแต่ขาดทุนและยังไม่สามารถทำเงินได้ แต่สิ่งที่โรบินฮู้ดได้รับกลับไปคือฐานลูกค้าที่สามารถต่อยอดไปยังบริการอื่น ๆ ในเครือ SCB ได้ เช่น ธุรกิจในกลุ่มของสินเชื่อรถ Auto X, ธุรกิจบัตร Card X, หรือแม้แต่การนำดาต้าไปวิเคราะห์ผ่านกลุ่ม Data X เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการหาลูกค้า ต่อยอดสินเชื่อ บริการอื่น ๆ โฆษณา รวมถึงการนำมาใช่ในการพัฒนาบริการผ่าน SCB Tech X บริษัทเทคโนโลยี เป็นต้น

การได้มาของฐานลูกค้าเพื่อต่อยอดไปยังบริการต่าง ๆ ของ SCB เป็นหนึ่งวัตถุประสงค์หลักอีกวัตถุประสงค์ในการทำธุรกิจ โรบินฮู้ดตั้งแต่วันเริ่มต้น

เพราะยิ่งมีฐานลูกค้ามากเท่าไร โอกาสในการเสนอบริการอื่น ๆ ของ SCB เช่น บริการสินเชื่อก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น และการที่โรบินฮู้ดไม่คิดค่าบริการ GP กับร้านค้า ยังเป็นกุศโลบายที่ทำให้ร้านค้า ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหนึ่งของธุรกิจสินเชื่อและอื่น ๆ เลือก SCB เป็นที่แรกเมื่อคิดที่จะใช้บริการทางการเงิน เพราะมองว่า SCB เป็นผู้ให้โอกาสพวกเขาในการทำธุรกิจผ่านแอปโรบินฮู้ด

3. Online Travel Agent กลยุทธ์บุกตลาดต่างจังหวัดของฟู้ดเดลิเวอรี่

โรบินฮู้ดมีเป้าหมายในการขยายบริการฟู้ดเดลิเวอรี่สู่ต่างจังหวัด เพื่อขยายโอกาสในการให้บริการ

การขยายสู่ตลาดต่างจังหวัดของฟู้ดเดลิเวอรี่โรบินฮู้ดในระยะเริ่มต้น  จะขยายไปยังจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต และชลบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม

การบุกตลาดต่างจังหวัดของบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ ธนาเล่าว่าส่วนหนึ่งจะเป็นการทำตลาดบริการ Online Travel Agent โดยโรบินฮู้ดอาจจะให้ส่วนลดส่งอาหารฟรีสำหรับลูกค้าที่จองบริการท่องเที่ยวผ่าน Online Travel Agent ของโรบินฮู้ด เป็นต้น

นอกจากการนำบริการฟู้ดเดลิเวอรี่บุกต่างจังหวัด ในบริการฟู้ดเดลิเวอรี่โรบินฮู้ดยังมีแนวทางในการนำข้อมูลดาต้าเบื้องต้นลูกค้าของที่ใช้บริการร้านค้าในแต่ละร้านส่งให้กับร้านค้าฟรี เพื่อให้ร้านค้ารู้จักลูกค้ามากขึ้น และโรบินฮู้ดจะคิดค่าบริการกับร้านค้าต้องการข้อมูลเชิงลึกขึ้นเพื่อนำมาวิเคราะห์ธุรกิจโอกาสทางธุรกิจ

การให้บริการดาต้ากับร้านค้าจากการมองเห็นว่าร้านค้าที่อยู่ในแอปโรบินฮู้ด 90% เป็นร้านค้าขนาดเล็กที่ไม่มีระบบเก็บดาต้าลูกค้าเหมือนร้านเชนขนาดใหญ่

ทั้งนี้โรบินฮู้ดคาดหวังว่าการพาตัวเองสู่ Super App จะสามารถสร้างฐานลูกค้า 4 ล้านรายที่ใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ พร้อมร้านค้าในระบบ 3 แสนร้าน

จากปัจจุบันที่มียอดลูกค้าลงทะเบียนผ่านระบบโรบินฮู้ด 2.3 ล้านราย ร้านค้า 1.64 แสนร้าน มีอัตราการสั่งเฉลี่ย 1.3-1.5 แสน ออเดอร์ต่อวัน  และลูกค้าที่สั่งอาหารผ่านแอปโรบินฮู้ดจะสั่งเฉลี่ยครั้งละ 300 บาท และในแต่ละเดือนจะใช้บริการเฉลี่ย 4 ครั้ง

ซึ่งอัตราการสั่งนี้ถือว่าโรบินฮู้ดได้พาตัวเองจากแอปขนาดเล็กสู่แอปขนาดกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

และเมื่อการปรับตัวเองสู่ Super App ผ่าน 4 บริการหลักอย่างสมบูรณ์แบบ โรบินฮู้ดจะพาตัวเองสู่ธุรกิจใน Reginal เพื่อสร้างพลังแพลตฟอร์มไทยที่ถือธงไทยไปปักในสมรภูมิต่างประเทศได้

แต่ในปีหน้าเส้นทางก้าวเดินของโรบินฮู้ดจะเติบโตได้ตามเป้าหมายหรือไม่ อาจจะเป็นความท้าทายของทีมงานไม่น้อย เพราะอย่าลืมว่าในปีหน้าการแข่งขันฟู้ดเดลิเวอรี่จะดุเดือดมากขึ้น จากการเข้ามาทำตลาดอย่างเต็มกำลังของ airasia Supper App และช้อปปี้ ที่ทั้งสองรายนี้วางตัวเองเป็น Super App ที่ใช้ฟู้ดเดลิเวอรี่ในการดึงลูกค้าเข้าระบบเช่นกัน

 

 

Marketeer FYI

Robinhood เหมือนเด็กชายที่เติบโตจากการขว้างบอล Hail Mary

ธนาเล่าให้ฟังว่า ในวันแรกที่โรบินฮู้ดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ มีผู้ใช้บริการรวม 5,000 ออเดอร์ และเพิ่มเป็น 2-3 หมื่นออเดอร์ต่อวันในเดือนมิถุนายน 2564

ก่อนที่จะก้าวกระโดดเป็น 1.5 แสนออเดอร์ต่อวัน จากแคมเปญโปรโมชั่นส่งฟรี ในวันที่ 12 กรกฎาคม หลังจากที่มีประกาศล็อกดาวน์ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2564

การประกาศล็อกดาวน์ของรัฐบาลอาทิตย์มองว่าได้สร้างความเจ็บปวดให้กับร้านค้า และเป็นโอกาสที่ทำให้โรบินฮู้ดเติบโต ถ้าโชคดี

ความคิดนี้อาทิตย์ให้โจทย์ให้กับโรบินฮู้ดในวันที่ 11 เพื่อพร้อมเปิดแคมเปญให้บริการวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ทั้ง ๆ ที่ระบบอาจจะไม่สามารถรับได้ และทำให้ระบบล่ม แต่อาทิตย์ยืนกรานให้ทำไปแก้ไป

 

ซึ่งแนวความคิดนี้ธนาบอกว่าเป็นเหมือนการเล่นอเมริกันฟุตบอลที่ใช้วิธี Hail Mary ขว้างบอลออกไปและไปวัดดวงเอาว่าจะรับได้หรือไม่ได้

 

แคมเปญส่งฟรีวันแรกของโรบินฮู้ดทำระบบล่มตามที่ธนาคิดไว้ เพราะวันแรกสามารถรับออเดอร์ได้ 20% จากผู้ใช้บริการเฉลี่ยในช่วงเวลานั้น 200,000 คน แต่เขามองว่ากลับเป็นผลดีกับแบรนด์ เนื่องจากการส่งฟรีทำให้มีคนลองสั่งไข่ดาว 5 บาท ส่ง 40 กิโลเมตร และการสั่งในรูปแบบนี้ทำให้คนเห็นใจว่าทำไมระบบล่ม

และทำให้โรบินฮู้ดพยายามปรับปรุงระบบ แก้ปัญหาเพื่อรองรับอัตราการสั่งพร้อมกันจำนวนมาก ๆ จนวันใกล้สุดท้ายของโปรโมชั่นสามารถรับออเดอร์ได้เกือบ 2 แสนโดยระบบไม่ล่ม

 

รวมถึงทำให้โรบินฮู้ดมีลูกค้าใหม่ในระบบ ที่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นหลังจากหยุดโปรโมชั่นส่งฟรีในเดือนสิงหาคม ยังมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการระดับแสนต่อวันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน