ตลาดสินเชื่อรถยนต์กำลังเผชิญกับความท้าท้ายไม่ใช่น้อย เพราะในช่วง 2 -3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทยมียอดขายเป็นกราฟที่ “ดิ่งลง” อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งกลุ่มสถาบันการเงินเองก็เลือกจะเดินเกมตลาดสไตล์ Play Safe ด้วยการตั้งกฎเหล็กเข้มข้นมากขึ้นในการอนุมัติสินเชื่อให้แก่ลูกค้า เป้าหมายก็เพื่อไม่ต้องการเพิ่มตัวเลข NPL หรือ “หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้” ในพอร์ตการทำธธุรกิจของตัวเอง

 

ตลาดรถยนต์คันใหม่ วิกฤติ” รถมือสอง ช่วยได้

 

ทำให้มีการคาดเดาว่าตลาดสินเชื่อรถยนต์ในปีนี้จะต้องอยู่ในสภาวะ “โคม่า” หากแต่ความเป็นจริง กลับไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิดเพราะจากการคาดการณ์ของ “กรุงศรี ออโต้” ระบุว่าปี 2016 ภาพรวมตลาดสินเชื่อรถยนต์จะมีมูลค่า 502,000 ล้านบาท ติดลบเพียง 1% กว่าๆ เท่านั้น

 

“ถึงตลาดรถใหม่จะยังคงไม่ฟื้นตัว แต่ตลาดรถมือสองกลับมีการเติบโตโดยในปี 2015 มียอดขายอยู่ที่ 1,250,000 คัน แต่ปีนี้เราคาดว่าจะมีมูลค่า 1,375,000 คัน ตรงนี้เองที่มาช่วยให้ภาพรวมตลาดสินเชื่อรถยนต์ไม่ตกต่ำมากเกินไปอย่างที่ใครๆ คิด” ไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บอกถึงภาพรวมสถานการณ์สินเชื่อรถยนต์ในปี 2016

 

ขณะเดียวกัน ไพโรจน์ เชื่อว่าอุตสหกรรมรถยนต์ในปีนี้คือถึงจุดต่ำสุดอย่างที่ควรจะเป็น ในปีหน้า 2017 จะเป็นการกลับมามีอัตราการเติบโตครั้งแรกในรอบ 5 ปี

 

3 สูตรการตลาดของ กรุงศรี ออโต้

 

ถึงอย่างไรก็ตามไฮไลท์ที่น่าสนใจคือในสภาวะที่ยอดปล่อยสินเชื่อรถยนต์ยังคง -1% แต่อะไรที่ทำให้ “กรุงศรี ออโต้” ถึงยังมียอดปล่อยสินเชื่อรถยนต์เติบโตสวนกระแสความตกต่ำของตลาด โดยในครึ่งปีแรกมียอดปล่อยสินเชื่อ 67,400 ล้านบาทเติบโต 21%

 

การมียอดปล่อยสินเชื่อรถยนต์เติบโต สวนกระแสยอดขายรถยนต์ในเมืองไทยที่ตกลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั้นแปลว่า “กรุงศรี ออโต้” ต้องเน้นทำตลาดเชิงรุกแบบเต็มกำลัง ในขณะที่คู่แข่งอาจจะชะลอตัวเฝ้าดูสถานการณ์ เพราะอย่าลืมว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยยังมีอัตราหนี้ครัวเรือนสูงถึง 81% การปล่อยสินเชื่อคงต้องรอบคอบเป็นพิเศษ

 

“ด้าน กรุงศรี ออโต้ เองไม่ได้ปรับลดหรือเพิ่มกฏเกณฑ์ในการขอสินเชื่อ แต่สิ่งที่ทำให้เราเติบโตถึง 21% มาจาก 3 เรื่อง

1.เน้นการขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมมากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันนออกและภาคอีสาน

2.เข้าร่วมทุก Event งานแสดงรถตามหัวเมืองจังหวัดใหญ่ๆ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการปล่อยสินเชื่อ

3.จับมือกับค่ายรถยนต์ในการทำโปรโมชั่นการปล่อยสินเชื่อ”

 

NPL ห้ามเกิน 2%

“เกมรุก” ของ “กรุงศรี ออโต้” ไม่ได้หยุดแค่นั้น ด้วยการเน้นไปที่ตลาดรถบ้าน เหตุผลนั้นคือเป็นตลาดที่คู่แข่งยังไม่เน้นมากนัก

 

การเร่งอัตราการปล่อยสินเชื่ออย่างเต็มสูบ ย่อมหมายถึงอัตราความเสี่ยงที่จะมีหนี้เสียหรือ NPL ตามมาติดๆ โดย ไพโรจน์ บอกว่า ณ เวลานี้ “กรุงศรี ออโต้” มีตัวเลข NPL อยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภาพรวมธุรกิจสินเชื่อทั้งหมดของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ตัวเลข NPL อยู่ที่ประมาณ 2.7%

 

“เราพยายามควบคุม NPL ไม่ให้เกิน 2% เพราะถ้าตัวเลขหนี้เสียสูงไปกว่านี้จะทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าต้องพะวงหน้าพะวงหลัง ไม่สามารถทำได้เต็มที่ เหมือนอย่างตอนนี้”

 

สร้าง Turning Point ให้ รถบ้าน

 

เมื่อประกาศชัดเจนว่าต้องการขับเคลื่อนธุรกิจสินเชื่อรถยนต์อย่างเข้มข้น จึงทำให้ “กรุงศรี ออโต้” เลือกที่จะเน้นทำตลาดที่ในอดีตไม่ค่อยสนใจเท่าไรนั้นคือ “รถบ้าน”

 

เพราะในอดีตตลาด “รถบ้าน” มี 2 กำแพงการตลาดขนาดใหญ่ทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควรคือ 1.ผู้คิดที่จะขายรถเลือกที่จะขายรถตัวเองให้แก่บรรดาเต็นท์รถมือสอง เพราะรวดเร็วรับเงินได้ทันที 2.ผู้ที่คิดซื้อรถบ้านหรือรถมือสองเองก็เลือกที่จะไปเต็นท์รถ เพราะเชื่อว่าทางเต็นท์รถจะทำการตรวจซ่อมรถก่อนจะมาวางขายที่เต็นท์

 

“เรามีเว็บไซต์ krungsrimarket.com ซึ่งเป็นพื้นที่ให้ User มาโพสประกาศขายรถกันอยู่แล้ว และจากที่เรา Insight พฤติกรรรมคนซื้อรถมือสอง ต้องการรถที่ขับได้เลยไม่มีปัญหา ทำให้เราปิดจุดอ่อนในเรื่องนี้ ด้วยวิธีการรับประกันอะไหล่รถ 40 รายการเป็นเวลา 1 ปี โดยคนขายรถจะต้องเอารถมาตรวจสภาพซึ่งบางอะไหล่ที่เสียเราก็ซ่อมให้ฟรี ซึ่งบริการนี้สำหรับลูกค้าที่ขอสินเชื่อกรุงศรีเพื่อซื้อรถในเว็บไซต์เรา”

 

ต้องบอกว่าเป็นปีที่ “กรุงศรี ออโต้” ใส่เกียร์เร่งสปีดทำตลาดอย่างรุนแรงเพราะเป้าหมายหลักคือเมื่อถึงสิ้นปีนี้จะต้องมียอดปล่อยสินเชื่อ 130,000 ล้านบาท และมียอดสินเชื่อคงค้างรวมอยู่ที่ 279,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่มีการเติบโตสูงเลยทีเดียว

 

ที่น่าสนใจคือ ไพโรจน์ มองว่าในปีหน้า 2017 จะเป็นปีที่ตลาดรถยนต์กลับมาฟื้นตัวอย่างสมบรูณ์แบบและจะทำให้กลายเป็นเค้กก้อนใหญ่กว่าเดิม แน่นอนกลุ่มบรรดา “ลีซซิ่ง” ธนาคารจะต้องสรรหาสารพัดวิธีทำตลาดเพื่อแย่งชิงเค้กก้อนที่ใหญ่ขึ้น

 

ลีสซิ่งกสิกรไทยขอโตสวนกระแสความ ตกต่ำ

 

ในขณะที่ฝากฝั่ง “ลีสซิ่งกสิกรไทย” เองก็มองตลาดสินเชื่อรถยนต์ในปีนี้ไม่ได้แตกต่างจาก “กรุงศรี ออโต้” มากนัก นั้นคือปีนี้การซื้อรถใหม่ชะลอตัว เนื่องจากมีการปรับราคาขายขึ้น ตามอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ แน่นอน ย่อมส่งผลต่อตลาดสินเชื่อรถยนต์โดยตรง เพราะพฤติกรรมการซื้อรถใหม่เกือบๆ 90% จะเป็นการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

 

“แน่นอนภาพรวมตลาดลีสซิ่งก็คงไม่หวือหวาเช่นเดียวกับตลาดรถยนต์ และด้วยอัตราภาษีใหม่ทำให้ภาพรวมราคารถมือหนึ่งและมือสองยังสูงอยู่ แต่สิ่งที่เราทำได้คือครึ่งปีแรกมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่ถึง 42,000 ล้านบาท เติบโต 35% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2015” ทวี ธีระสุนทรวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เน้นย้ำถึงการเติบโตที่สวนกระแสตลาดรถยนต์

 

คำถามต่อมาคือ “ลีสซิ่งกสิกรไทย” ใช้กลวิธีใดในการปั้มยอดปล่อยสินเชื่อให้เติบโตในสภาวะที่ตลาดติดลบเล็กน้อย

 

คำตอบง่ายๆ แต่มักใช้ได้ผลเสมอนั้นคือการครีเอทสารพัด “แคมเปญ & โปรโมชั่น” ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ K- Leasing Big bonus, K- Leasing -Isuzu ขับชิลผ่อนสบาย, K- Leasing คาราวานออนทัวร์รถช่วยได้ โดยมี 2 เป้าหมายหลักนั้นคือ 1.กระตุ้นให้ลูกค้าเลือกขอสินเชื่อกับ “ลีสซิ่งกสิกรไทย” 2. กิจกรรม CRM ต่างๆ จะมุ่งเน้นสร้างแบรนด์ในหัวใจลูกค้า

 

ปล่อยสินเชื่อสไตล์ Segmentation

 

ในมุมกลับกันแม้จะขับเคลื่อนด้วยแคมเปญและโปรโมชั่น แต่สิ่งที่ “ลีสซิ่งกสิกรไทย” เลือกเดินเกมเวลานี้ นั้นคือการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เพราะรู้ดีว่าในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ถือเป็นอะไรที่สุ่มเสี่ยงไม่น้อยที่จะก่อให้เกิด NPL หากไม่คัดกรองลูกค้าให้ดี

 

“แนวทางของเราคือ Market Segmentation แน่นอนว่ากลุ่มที่มีความพร้อมด้านการเงิน สถาบันการเงินก็อยากได้ลูกค้ากลุ่มนี้อยู่แล้ว แคมเปญเราก็จะ Aggressive กับกลุ่มนี้เป็นพิเศษ แต่ถ้าเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีภาระค่าใช้จ่ายอย่างอื่นสถานะภาพไม่พร้อมเป็นหนี้เพิ่ม เราก็ต้องกล้าที่จะพูดความจริง จะปฏิเสธหรือให้คำปรึกษาในตัวเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า แต่ก็มีหลายเคสที่เรามองว่าเขากู้เพื่อไปซื้อรถที่ไว้ใช้ประกอบอาชีพ เราก็มองว่าเป็นหนี้ที่สร้างรายได้ให้ลูกค้า เราก็พร้อมพิจารณาเป็นแต่ละรายไป”

 

ถึงอย่างไรก็ตาม “ลีสซิ่งกสิกรไทย” เองก็มีเป้าหมายในเรื่องยอดปล่อยสินเชื่อในปี 2016 นี้อย่างชัดเจน

นั้นคือตัวเลข 73,744 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขไม่น้อยและเต็มไปด้วยความท้าท้าย

 

เกาะติดสถานการณ์สินเชื่อรถยนต์

ยอดขายรถยนต์ใหม่ (มือหนึ่ง) ปี 2015 มียอดขาย 799,000 คัน คาดการณ์ 2016 มียอดขาย 740,000 คัน
ยอดขายรถยนต์เก่า (มือสอง) ปี 2015 มียอดขาย 1,250,000 คัน คาดการณ์ 2016 มียอดขาย 1,370,000 คัน
ภาพรวมตลาดยอดปล่อยสินเชื่อรถยนต์ ปี 2015 มียอดปล่อยสินเชื่อ 509,000 ล้านบาท คาดการณ์ยอดปล่อยสินเชื่อปี 2016 502,000 ล้านบาท
ภาพรวม NPL สินเชื่อรถยนต์ ปี 2015 เฉลี่ยอยู่ที่ 2.32% ครึ่งปีแรก 2016 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.94%
หนี้ครัวเรือนต่อ GDP ปี 2015 อยู่ที่ 81.60% ไตรมาสแรก 2016 อยู่ที่ 81.10%