เอลซัลวาดอร์ ทำความกับรู้จักประเทศยากจนที่อยากรวยด้วยการเป็น Bitcoin City

เอลซัลวาดอร์ ถือเป็นประเทศยากจนที่สุดประเทศหนึ่งในอเมริกากลาง แต่กำลังตั้งเป้าสู่ เมืองศูนย์กลางแห่งบิตคอยน์โลก

เรื่องจริงหรือแค่ความฝัน

Nayib Bukele ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเอลซัลวาดอร์ประกาศในพิธีปิดประชุมสภาถึงความต้องการที่จะทำให้ เอลซัลวาดอร์ เป็นเมืองศูนย์กลางแห่งบิตคอยน์ของโลก โดยทางรัฐบาลเอลซัลวาดอร์จะทำการจัดตั้ง Bitcoin City ที่เมือง Conchagua พร้อมสนับสนุนพลังงานที่ใช้เพื่อการขุดบิตคอยน์ รวมทั้งยกเว้นภาษีและให้วีซ่าทำงานสำหรับนักลงทุนที่จะเข้ามาใช้ทรัพยากรของเอลซัลวาดอร์ โดยก่อนหน้านี้เอลซัลวาดอร์ก็เพิ่งจะประกาศให้ “บิตคอยน์” เป็นสกุลเงินที่สามารถใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนได้อย่างถูกกฎหมายเป็นประเทศแรกของโลก

มารู้จัก เอลซัลวาดอร์ กันสักหน่อย

ประเทศเอลซัลวาดอร์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐเอลซัลวาดอร์ ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกากลาง มีพรมแดนติดกับประเทศฮอนดูรัส นิการากัว และกัวเตมาลา ในด้านเศรษฐกิจ เอลซัลวาดอร์เป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติอยู่บ่อยครั้งจึงทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

เอลซัลวาดอร์ เป็นประเทศที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยในอดีต เอลซัลวาดอร์เป็นประเทศที่มีการทำเหมืองขุดแร่เงินและทองคำ แต่ด้วยนโยบายไม่สนับสนุนการทำเหมืองของอดีตประธานาธิบดี Funes เนื่องจากความกังวลที่สารไซยาไนด์จะปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำ ทำให้เอลซัลวาดอร์ต้องหันมาส่งออกสีย้อมผ้าแทน แต่ด้วยวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีการผลิตสีย้อมผ้าแบบสังเคราะห์ ก็เหมือนกับการถูก Disruption ทำให้เอลซัลวาดอร์ต้องหันมาส่งออก “กาแฟ” และ “เสื้อถัก”เป็นหัวใจหลักในภาคการส่งออกแทน

อะไรทำให้ เอลซัลวาดอร์ ลงมาเล่นเรื่องบิตคอยน์

ในเดือนมิถุนายนปี 2021 ประธานาธิบดี Nayib Bukele ประกาศว่า เขาจะเสนอร่างกฎหมายที่ทำให้บิตคอยน์สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในเอลซัลวาดอร์ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานสภานิติบัญญัติแห่งเอลซัลวาดอร์ก็ได้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ด้วยเสียงโหวต 62 ต่อ 84 ทำให้บิตคอยน์กลายเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้อย่างถูกกฎหมายในประเทศเอลซัลวาดอร์ทันที

แล้วทำไมประธานาธิบดีแห่งเอลซัลวาดอร์ถึงได้ผลักดันเรื่องนี้เป็นวาระหลักแห่งชาติ? จากข้อมูลการโอนเงินข้ามประเทศ ชี้ให้เห็นว่า เอลซัลวาดอร์เป็นประเทศที่มีการโอนเงินเข้าและออกจากประเทศมากที่สุดในภูมิภาคอเมริกากลาง โดยประเทศปลายทางที่มีการโอนเงินไปมากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เฉพาะปี 2019 มูลค่าธุรกรรมการโอนเงินสูงกว่า 2,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยประชากรส่วนใหญ่ของเอลซัลวาดอร์นั้นอาศัยและทำงานในสหรัฐฯ จึงมีการส่งเงินกลับมายังประเทศบ้านเกิดเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือได้ว่าเป็นแหล่งรายได้หลักจากต่างประเทศและสามารถชดเชยการขาดทุนการค้าได้เป็นอย่างดี

ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา อัตราการโอนเงินข้ามประเทศของเอลซัลวาดอร์ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2006 เติบโตจาก 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็น 16.2% ของ GDP) เพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2019 (คิดเป็น 20% ของ GDP) จนทำให้เอลซัลวาดอร์กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มียอดธุรกรรมการโอนเงินข้ามประเทศสูงที่สุดในโลก

สถิติดังกล่าวมองแล้วเหมือนจะมีแต่ข้อดี ซึ่งที่จริงแล้วข้อเสียก็มีเช่นกัน รายงานจาก UNDP (United Nations Development Program) บอกว่า ประเทศเอลซัลวาดอร์มีประชากรที่ยากจนแบบสุดขีดอาศัยอยู่ในประเทศมากถึง 20% ในขณะที่ยิ่งระดับการศึกษาของคนในชาติสูงขึ้น ระดับความคาดหวังต่อเงินเดือนที่พวกเขาจะได้รับก็สูงตามไปด้วย ซึ่งสวนทางกับระดับผลิตภาพที่ทำได้ (ขนาดของผลผลิตที่แรงงานผลิตได้) สิ่งนี้เองเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการไหลเข้าของแรงงานที่เต็มใจจะทำงานและรับค่าจ้างในทุกระดับชั้น ส่งผลทำให้แนวโน้มการบริโภคภายในประเทศสูงขึ้น

นอกจากนี้ เงินที่ได้รับโอนจากต่างประเทศผ่านการทำงานและส่งเงินกลับมายังประเทศบ้านเกิดก็ผลักให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาบ้านที่มีเฉพาะคนที่ทำงานในต่างประเทศเท่านั้นที่สามารถซื้อบ้านราคาแพง ๆ ในเอลซัลวาดอร์ได้

โปรเจกต์ที่ประกาศมีอะไรบ้าง จะทำให้ประเทศก้าวไปที่จุดไหน

Bitcoin City โปรเจกต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเอลซัลวาดอร์จะตั้งอยู่บริเวณใกล้ภูเขาไฟ Conchagua โดยอาศัยความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ใช้ความร้อนใต้พิภพเพื่อเป็นพลังงานให้กับเมืองและเหมืองบิตคอยน์ที่จะต้องใช้ในการแก้สมการทางคณิตศาสตร์แบบไม่หยุดพักเพื่อให้การรับรองธุรกรรม

ซึ่งในตอนนี้เอลซัลวาดอร์เองก็ได้เริ่มรันโปรเจกต์นำร่องนี้ไปเรียบร้อยแล้ว โดยตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟ Tecapa

ในส่วนของโปรเจกต์ดังกล่าว รัฐบาลเอลซัลวาดอร์จะให้สิทธิพิเศษแก่นักลงทุนไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สิ่งอำนวยความสะดวก และตำแหน่งงาน เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนทำเหมืองบิตคอยน์ในประเทศ

แน่นอนว่าแผนการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุน หรือแม้กระทั่งผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เก่ง ๆ ให้ไปทำงานที่เอลซัลวาดอร์ ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้จ่ายและบริโภคภายในประเทศเอลซัลวาดอร์สูงขึ้นอันจะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจของประเทศ

นาย Bukele บอกว่า แผนของเขาคือจะทำให้เมืองดังกล่าวมีระบบนิเวศที่เพียบพร้อมสำหรับนักลงทุน และที่สำคัญคือจะไม่มีการเก็บภาษียิบย่อยเด็ดขาด จะมีก็เพียงภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะเก็บอยู่ที่ 13% ซึ่ง 6.5% จะนำไปออกเป็นพันธบัตรรัฐบาลเพื่อเป็นเงินทุนในการสร้างเมือง และอีก 6.5% จะถูกบริหารจัดการโดยเทศบาลเมืองเพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาบริการสาธารณะที่จำเป็น

ความกังวลของนักวิเคราะห์

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักแสดงความกังวลต่อประเด็นอื่นที่ไม่ใช่เรื่องที่เอลซัลวาดอร์ จะจัดตั้งเมืองแห่งบิตคอยน์ แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลเอลซัลวาดอร์กำลังจะออกพันธบัตรที่มีชื่อว่า “Volcano Bond” หรือ พันธบัตรรุ่นภูเขาไฟ อายุ 10 ปี ดอกเบี้ย 6.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี มูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยรัฐบาลจะนำเงินที่ได้จากการออกพันธบัตรไปลงทุนซื้อบิตคอยน์ พัฒนาอินฟราสตรักเจอร์ และเหมืองขุดคริปโตเคอเรนซี

แถลงการณ์เรื่องพันธบัตร Volcano ของรัฐบาลนาย Bukele ออกมาในระหว่างที่รัฐบาลเอลซัลวาดอร์กำลังเจรจากับ IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) เพื่อขอกู้ยืมเงินจำนวน 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพยุงสถานภาพทางการเงิน เนื่องจากเอลซัลวาดอร์กำลังเผชิญความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรรัฐบาลที่กำลังจะครบกำหนดในปี 2023

และถ้าเอลซัลวาดอร์ออกขายพันธบัตรในตลาดโลกความเสี่ยงทางด้านการเงินของเอลซัลวาดอร์จะอยู่ในระดับสูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทันที เนื่องจากต้องจ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ 14-15%

นอกจากนี้ การที่เอลซัลวาดอร์มุ่งที่จะเป็นประเทศเสรีด้านการเงินอาจทำให้เอลซัลวาดอร์เป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดีที่เหล่าบรรดาพ่อค้ายาเสพติดมุ่งหมายจะส่งเงินที่ได้มาอย่างไม่สุจริตเพื่อทำให้ขาวสะอาด เนื่องจากคอนเซ็ปต์ของบิตคอยน์คือการทำธุรกรรมโดยปราศจากตัวกลางทางการเงิน เช่น ธนาคารกลาง หรือ สถาบันการเงิน นั่นยิ่งทำให้การฟอกเงินเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้นในประเทศที่เปิดเสรีเช่นนี้

นักวิเคราะห์ยังแสดงความกังวลว่า การที่นาย Bukele ประกาศนโยบายประชานิยมเช่นนี้ไม่ต่างจากการที่ทำให้ประเทศกลายเป็นบ่อนกาสิโน โดยเงินส่วนหนึ่งของประเทศที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของประชาชนกำลังจะถูกเอาไปเก็งกำไรในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งแน่นอนว่าราคาของคริปโตเคอเรนซีนั้นมีความผันผวนเป็นอย่างมาก ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินต้นทั้งหมด

ท้ายที่สุดแล้ว เอลซัลวาดอร์จะสามารถทำให้ตนเองก้าวขึ้นไปเป็น “ศูนย์กลางการเงินแห่งภูมิภาค” ได้หรือไม่ คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ หรือแท้ที่จริงแล้วจะเป็นเพียงแค่การจุดกระแสพีอาร์ประเทศโดยอาศัยชื่อเสียงและกระแสที่กำลังมาแรงสุด ๆ ของบิตคอยน์ในการพาประเทศก้าวออกจากกับดักแห่งความยากจนก็ล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น

อ้างอิง: nbcnews.com / nbcnews.com / Wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน