โย่ว วอทซับแมน …..ใครจะคิดหละว่า ดนตรี เพลง ที่เขาเรียกว่า เพลงRap Hiphop จะกลายมากเป็นหนึ่งในรายการ ร้องเพลงประกวดที่คนไทยชื่นชอบ อย่างเช่นรายการ The Rapper และShow Me The Money

เพราะก่อนหน้านั้น รายการประกวดเพลง Rap จะมีได้แต่เพียงแค่การประกวดอยู่ใต้ดิน ที่มีชื่อว่า Rap is Now ที่จัดโดยกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า Rap is Now โดยรายการประกวดนี้เป็นรายการที่จัดประกวดมาตั้งแต่ปี 2012 ถ่ายทอดผ่านออนไลน์บนYoutube และ Facebook เท่านั้น

 

ที่ผ่านมาการที่ดนตรี เพลงRap ไม่สามารถขึ้นมาแข่งขันบนดินได้ เกิดจากปัจจัย 2 ประการ ได้แก่

1.ดนตรี Rap HipHop ในประเทศไทยยังมีกลุ่มผู้ฟังไม่ใหญ่พอ เพราะที่ผ่านมาคนฟังเพลงไทยส่วนใหญ่จะเน้นฟังแต่เพลง Pop Rock และศิลปินเพลง Rap ในประเทศไทย มีที่ประสบความสำเร็จในระดับแมสไม่กี่ราย เช่นโจอี้ บอย กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ซึ่งเพลงของพวกเขาที่คนนิยมฟังก็ไม่ใช่เพลง Rap 100% 

2.การด้น Rap ในศิลปิน Rap บางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเพลงใต้ดิน นิยมใช้คำหยาบคาย ไม่สามารถฟังได้ทุกเพศทุกวัย และที่สำคัญเรื่องความเหมาะสม ในการออกอากาศ

 

แต่วันนี้การประกวดเพลง Rap กับกลายเป็น “เกม”  ที่ช่องทีวีอย่าง WorkPoint และ True4U ใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการเรียก Rating ผู้ชม เพราะอะไร

ภวัต เรืองเดชวรชัย Media Director Media Intelligence หรือ MI ได้กล่าว Marketeer ว่า การที่ WorkPoint และ True4U นำรายการประกวดเพลง Rap มาออกอากาศ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

เพราะความสำเร็จจากรายการประกวดเพลง Rap ที่ชื่อว่า Show Me The Money ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นรายการที่มีคนไทยตามดูจำนวนมาก

เขาให้เหตุผลว่ารายการ Show Me The Money เป็นรูปแบบรายการที่ค่อนข้างแปลกใหม่ เมื่อเทียบกับรายการประกวดร้องเพลงที่มีอยู่ในไทย ซึ่งเชื่อว่าการนำเข้ามาออกอากาศในไทยจะสามารถเรียกความสนใจของผู้ชมได้

ซึ่งทาง Zense Entertainment ผู้ผลิตรายการทีวีของประเทศไทย ได้เห็นความน่าสนใจของรายการและบินไปซื้อลิขสิทธิ์ Show Me The Money ตั้งแต่ปี2017 เพื่อมาผลิตและออกอากาศทาง True4U ด้วยการร่วมมือกับ True CJ

ในขณะที่ WorkPoint ก็เล็งเห็นความน่าสนใจของรายการประเภทนี้เช่นกัน แต่ลิขสิทธิ์ Show Me The Money ถูกซื้อ Zense Entertainment ซื้อไปเป็นที่เรียบร้อย จึงตัดสินใจทำรายการ Content ในลักษณะเดียวกันขึ้นมา

โดยอาศัยความได้เปรียบในเรื่องสตูดิโอ, การผลิต, knowhow และจริตความชอบของผู้ชมคนไทย ซึ่งเป็นสิ่ง WorkPoint ถนัด จึงออกมาเป็นรูปแบบรายการ The Rapper

เมื่อมาดูที่ Rating ทั้ง 2 รายการ ถือว่า WorkPoint และ True4U มาถูกทาง เพราะหลังจากที่  2 รายการประกวดนี้ออกอากาศ Rating เพิ่มชึ้นจากรายการเดิมที่ออกอากาศในช่วงเวลาเดียวกันก่อนหน้านั้น

 

โดยทั้ง 2 รายการ จะมีแนวโน้ม Rating ดีขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละสัปดาห์ จากกระแสความนิยม และการรับรู้ของรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระแสผ่านทาง Social Media

 

เมื่อมาดูถึงจุดเด่นของทั้ง 2 รายการพบว่า

 

The Rapper = Mass

ผู้จัดการการ The Rapper ได้วางรายการประกวดเพลง Rap รายการนี้ เป็นรายการสำหรับ Mass เนื่องจากต้องการสร้าง Rating จากผู้ชมทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ชมเดิมของ  WorkPoint

การเข้าถึงกลุ่ม Mass รายการ The Rapper ใช้วิธีการ

– สร้าง Content ให้มีความสนุกสนาน ใช้เพลงที่คนฟังระดับแมสรู้จักมา Cover ใหม่ให้เป็นสไตล์ Rap มีการจัดเวทีการประกวดสวย และดูมีอะไรตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขัน

– นำไอซ์ อภิษฎา เครือคงคา เป็นพิธีกรหญิง เพื่อให้ภาพของรายการดูซอฟท์ลง จากเดิมที่คนส่วนใหญ่มองว่าเพลง Rap จะมีความแข็งและดุดัน และเหมาะกับกลุ่มผู้ชมที่ไม่ใช้สาวก Rapper เท่านั้น

– มีการทาบทาม โจอี้ บอย กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ขัน ไทเทเนียม ซึ่งเป็น Rapper ระดับ Mass ที่ใครๆ รู้จักมาเป็นโค้ช แต่ก็ไม่ลืมที่จำทาบทาม Rapper รุ่นใหม่อย่าง ปู่จ๋าน ลองไมค์, Twopee Southdise และ Urboy TJ มาผสมผสานให้เกิดความหลากหลาย และผสมความเป็นดราม่าในสไตล์ของ WorkPoint ที่ตรงจริตคนผู้ชมส่วนใหญ่

– ได้ความร่วมมือจากกลุ่ม Rap is Now ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลทางดนตรีกับ Rapper ชาวไทยในโลกออนไลน์ เป็นทีมที่อยู่เบื้องหลังรายการ ในด้านต่างๆ ทั้งช่วยกระจายข่าวการประกวด รวมถึงดึงคนฟังเพลง Rap จากใต้ดินขึ้นมาฟังบนดินผ่านรายการประกวดนี้ เป็นต้น

 

Show Me The Money = Niche ที่คนไทยรู้จัก

ถ้าพูดถึง ชื่อเสียงของรายการ Show Me The Money เป็นรายการที่มีคนรู้จักมากกว่า เนื่องจากเป็นรายการที่ออกอากาศมาอย่างยาวนานในประเทศเกาหลีใต้ ที่ออกอากาศมาตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบัน Show Me The Money ในเกาหลีใต้มีการประกวดไปแล้ว 6 Season

โดย Content ของรายการ จะจับกลุ่มหลักคือสาวก Rapper ผู้ที่ชอบฟังเพลง Rap Hiphop และผู้ที่ต้องการความแตกต่างในการชมรายการประกวดร้องเพลง

เพราะการนำเสนอ และ Content ในรายการในช่วงออดิชั่นรอบแรกที่ออกอากาศ ใช้วิธีการให้ผู้ให้ประกวดมาด้น Rap สด ที่ยาวและฟังยากกว่า เพราะไม่มีดนตรีประกอบ และรอบที่ 2 เป้นการ Rap ตามจังหวะดนตรีตามเวลาทีี่กำหนด โดยไม่มีการร้องเพลงอื่นๆ มาผสมผสาน แต่ Rapper ตัวจริง รู้สึกสนุก ตื่นเต้น

มีถ้อยคำใน Rap ของผู้เข้าประกวดบางคนค่อนข้างดิบ หยาบคาย และมีความรุนแรงในสไตล์ Rap ของ ฟอร์แมท รายการนี้

และดึงผู้ชมด้วยดาจิม เจ้าพ่อเพลง Rap ใต้ดิน อุ๋ย Buddha Bless แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก เดย์ ไทเทเนียม และอื่นๆ ซึ่งมีความดิบกว่าโค้ชในรายการ The Rapper ที่เน้น Mass เป็นหลัก

 

เวลาใครเด็ดกว่ากัน

รายการ The Rapper ออกอากาศทุกวันจันทร์เวลา 20.15 น. ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ทีวีช่องอื่นๆ ไม่มีรายการที่น่าสนมาดึงอายบอลของผู้ชมมากนัก ทำให้โอกาสการกดรีโมทเข้ามาชมรายการย่อมมีมากขึ้นตามมา

ส่วน Show Me The Money ออกอากาศทุกวันอังคารเวลา 20.20 น. ซึ่งในวันอังคาร มีรายการประกวดร้องเพลง The Show ศึกชิงเวที ของ WorkPont ออกอากาศในเวลาใกล้เคียงกันคือ 20.15น.

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเห็นได้ว่า รายการ ประกวด Rap ทั้ง 2 รายการ มีสีสันที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่ว่า ผู้ชม จะชอบชมรายการไหนมากกว่ากัน แต่ที่สำคัญทั้ง 2 รายการนี้สามารถดึง Rating ให้สูงขึ้นกว่าเดิมได้แน่นอน

 

อ่านเพิ่ม ภารตะกู้เรทติ้ง

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน MarketeerOnline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer