ตลาด Street Food ทำไมจึงมีมูลค่าตลาดสูงกว่าร้านอาหาร Full Service (วิเคราะห์)

แม้เปิดต้นปีมาเนื้อหมูจะแพง จนผู้ประกอบการร้านอาหารหลายต่อหลายรายต้องขอขึ้นราคา หรือขอลดปริมาณ หรือขอเปลี่ยนไปขายไก่แทน และที่หนักสุดคือขอหยุดกิจการไปก่อนเพราะแบกต้นทุนไม่ไหว

โดยเฉพาะร้านอาหาร Street Food ที่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงจากปริมาณการซื้อวัตถุดิบเข้าร้านที่มีจำนวนไม่มาก ทำให้อำนาจการต่อรองราคาวัตถุดิบมีน้อยกว่าร้านอาหาร Full Service ที่มีพลังในการซื้อที่สูงกว่า และมีราคาจำหน่ายต่อจานที่สูงกว่า

แม้ราคาขายต่อจานของร้านอาหาร Street Food จะมีราคาต่อจานที่ต่ำกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับร้านอาหาร Full Service

แต่ร้านอาหาร Street Food ยังคงเป็นร้านอาหารที่มีมูลค่ารวมสูงกว่า Full Service ต่อเนื่องมานานหลายต่อหลายปี

อ้างอิงจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า

 

ร้านอาหาร Street Food ในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 1.80 แสนล้านบาท มูลค่านี้ไม่รวมร้าน Street Food ข้างทางที่ไม่มีหน้าร้าน

ส่วนร้านอาหาร Full Service มีมูลค่า 1.19 แสนล้านบาท

 

ส่วนปี 2565 คาดการณ์ว่าร้านอาหาร Street Food ที่มีหน้าร้านจะมีมูลค่าที่ 1.84-1.86 แสนล้านบาท

ส่วนร้านอาหาร Full Service มีมูลค่า 1.31-1.42 ล้านบาท

 

สิ่งที่ทำให้ Street Food มีมูลค่าสูงกว่า Full Service มาจาก

1. ร้านอาหาร Street Food มีจำนวนที่มากกว่า Full Service หลายร้อยเท่ากระจายอยู่ตามถนน ตรอก ซอกซอย ทั่วประเทศ และมีเมนูที่เข้าถึงง่าย ราคาจำหน่ายต่อจานที่ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้ในทุก ๆ วัน

2. ร้านอาหาร Street Food มีโอกาสสร้างรายได้จากโครงการคนละครึ่งของภาครัฐที่ดึงดูดให้ผู้บริโภครับประทานอาหารร้าน Street Food แทนทำอาหารเอง จากราคาจ่ายเพียงครึ่งเดียว

3. เครือร้านอาหารเชนใหญ่เห็นโอกาสทางธุรกิจ เข้าลงเล่นในตลาด Street Food อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นแบรนด์เขียง ของเซ็น กรุ๊ป, ร้านอร่อยดี เครือ CRG เป็นต้น

 

แต่ความท้าทายของตลาด Street Food คือการมีผู้เล่นจำนวนมาก มีการแข่งขันที่รุนแรง และมีการเข้าออกของผู้เล่นสูง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สามารถเปิดง่าย ซึ่งผู้เล่นรายไหนมีฝีมือไม่เพียงพอ หรือราคาไม่สมเหตุสมผล อาจจะต้องมูฟออนจากตลาดนี้ไป

 

ส่วนร้านอาหาร Full Service แม้จะมีมูลค่าที่ยังคงตาม Street Food อยู่หลักหมื่นล้านบาท

แต่ในปี 2565 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเป็นปีแห่งการเติบโตของร้านอาหาร Full Service ที่มีการเติบโตมากถึง 10.0-19.5%  

การเติบโตนี้มาจาก

1. ตลาด Full Service ฟื้นตัวจากการหดตัวที่รุนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของภาครัฐ โดยในปี 2562 ร้านอาหารกลุ่มนี้หดตัวลงถึง 14.3% และปี 2563 หดตัวลงถึง 24.9%

2. กลุ่มร้านอาหารตามห้างสรรพสินค้า, ศูนย์การค้า ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง และร้านอาหารในพื้นที่ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทย เช่น อยุธยา บางแสน พัทยา หัวหิน นครปฐม เริ่มทยอยกลับมาฟื้นตัวจากการที่คนไทยเริ่มออกมาท่องเที่ยวและใช้ชีวิตรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น

3. ร้านอาหาร Full Service ในพื้นที่อาคารสำนักงานแม้ได้รับผลกระทบจากบริษัท องค์กรหลาย ๆ แห่งที่ยังคงทำงานในรูปแบบ WFH และ Hybrid Working แต่มีโอกาสเติบโตจากช่องทางฟู้ดเดลิเวอรี่

 

นอกจาก ตลาด Street Food และ Full Service แล้ว ในตลาดร้านอาหารมูลค่า 3.78-3.96 แสนล้านบาทในปี 2565

ยังประกอบด้วยร้านอาหารประเภทให้บริการจำกัด หรือ Limited Service Restaurant

ร้านอาหารกลุ่มนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่า 6.4-6.8 หมื่นล้านบาท

แม้จะยังเป็นสัดส่วนที่เล็กเมื่อเทียบกับ Street Food และ Full Service แต่ตลาดนี้มีโอกาสเติบโต 4.6-11.8% ในปีนี้

จากช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ติดลบอย่างต่อเนื่อง

ปี 2563 มูลค่า 6.26 หมื่นล้านบาท ลดลง 10.0%

ส่วนปี 2564 มูลค่า 6.10 หมื่นล้านบาท ลดลง 2.4%

และปี 2565 มูลค่า 6.4-6.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 4.6-11.8%

 

การเติบโตของธุรกิจร้านอาหารประเภทนี้มาจาก

1. การขยายสาขาในกลุ่มอาหารจานด่วน และร้านอาหารขนาดเล็ก เช่น ร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน ร้านอาหารในรูปแบบใหม่ ๆ ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวมากขึ้นกว่าปี 2564 โดยเฉพาะในบริเวณที่อยู่อาศัย และปั๊มน้ำมันในเขตกรุงเทพฯ รอบนอก ปริมณฑล และหัวเมืองหลัก

2. ร้านอาหารกลุ่มนี้ใช้ฟู้ดเดลิเวอรี่เป็นช่องทางหลักในการจำหน่ายอาหารไปยังกลุ่มลูกค้าตามที่พัก ซึ่งในปัจจุบันตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่เป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงจากร้านค้าและจำนวนผู้ใช้บริการ

 

แต่ธุรกิจร้านอาหารในกลุ่ม Limited Service Restaurant มีความท้าทายในเรื่องการบริหารจัดการช่วงเวลาที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมากจากหลายช่องทางในเวลาเร่งด่วนที่อาจจะทำให้เกิดคอขวดในกระบวนการต่าง ๆ ภายในร้านได้

 

ทั้งนี้ สำหรับตลาดรวมร้านอาหารในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีมูลค่าดังนี้

2563 มูลค่า 4.04 แสนล้านบาท ลดลง 6.1%

2564 มูลค่า 3.60 แสนล้านบาท ลดลง 11.0%

2565 มูลค่า 3.78-3.96 แสนล้านบาท เติบโต 5.0-9.9%

 

การเติบโตของธุรกิจร้านอาหารมาพร้อมกับการปรับตัวที่น่าสนใจในเรื่อง

1. ร้านอาหารหลายแห่งใช้โมเดลร้านขนาดเล็กเพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยง เช่น การขยายสาขาในรูปแบบโมบายสโตร์ ที่มีความคล่องตัว เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย และใช้เงินลงทุนที่ไม่สูงมากนัก เช่น การปรับใช้ครัวกลางร่วมกับคนอื่นในรูปแบบ Cloud Kitchen การเปิดร้านอาหารในรูปแบบ Kiosk เป็นต้น

2. นำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ เช่น การจัดการวัตถุดิบ การจองคิว การชำระเงิน และการทำตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์

 

สำหรับความท้าทายในธุรกิจร้านอาหารปี 2565 ประกอบด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19, วัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงของคู่แข่งร้านอาหารเกือบทุกประเภท

ซึ่งการอยู่รอดในธุรกิจร้านอาหารนอกจากความอร่อยของรสชาติ ความสะอาดของอาหารแล้ว การปรับตัวตั้งรุกและรับเพื่อแข่งขันในตลาดก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน