Food Truck หรือร้านอาหารติดล้อ “อร่อยเคลื่อนที่” ที่กำลังกลายเป็นอะไรที่น่าจับตามองไม่น้อยในช่วง 1 -2 ปีที่ผ่านมา แม้ในช่วงเริ่มต้นจะถูกประเมินว่าเป็นเพียงแค่กระแสแป๊บเดี่ยวก็คงจะหายไป แต่เวลานี้ต้องบอกว่า Food Truck กำลังค่อยๆ ขยับตำแหน่งตัวเองจาก “กระแส” มาเป็นอีกหนึ่ง “ New Trends” การขายอาหารมาแรงในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ

Model เดิม แค่นำมาทำให้ “ไฉไล” กว่าเก่า

แม้ “Food Truck” จะโด่งดังมากในอเมริกาและในหลายๆ ประเทศในทวีปยุโรปแต่หากมองไปที่ Model ธุรกิจ Food Truck ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรในเมืองไทยเลยแม้แต่น้อย เพราะเชื่อว่าทุกคนคงเคยเห็นจนชินตาไม่ว่าจะเป็น รถกระบะขายอาหารหรือขายผักผลไม้ตามตรอกซอย, จักรยานยนต์ดัดแปลงขายขนมและไอศกครีม และขายอื่นๆอีกมากมาย

เพียงแต่ Food Truck เลือกจะใช้ไอเดียเก๋ๆมาดัดแปลงให้ดู Modern ด้วยการนำรถกระบะประเภทบรรทุกได้ไม่เกิน 1 ตันใช้ไอเดียซิคๆ ดีไซน์ให้รถกระบะคันเล็กๆ กลายเป็นร้านขายอาหารที่ดูเก๋ๆ แปลกตาบางร้านมีบริการเก้าอี้ โต๊ะ แบบผับได้ให้ลูกค้าได้นั่งชิลล์ๆ

ส่วนเมนูอาหารก็อยู่ที่ว่าใครจะขายอะไรโดยที่นิยมกันมากคือ ร้านอาหารญี่ปุ่น, ร้านอาหารอีสาน,แฮมเบอร์เกอร์, ร้านอาหารทะเล,ร้านก๋วยเตี๋ยว และร้านอาหารญี่ปุ่น อีกทั้งราคาขายแต่ละเมนูมีตั้งแต่น้ำปั่นราคา 30 บาทจนถึงอาหารราคาแตะหลัก 1,000 ต่อจานก็มีให้เห็นมาแล้ว

หรือถ้าจะให้สรุปสั้นๆ คือ Food Truck เป็นสูตรการตลาดที่ถูก Mix ผสมกันระหว่าง “ร้านอาหาร” และ “Street Food” โดยมีจุดเด่นที่เสริมขึ้นมาคือร้านอาหารนี้สามารถเคลื่อนที่ได้ตลอดเวลา

“แรกๆ เราเองมองว่าอาจเป็นแค่กระแส แต่หากมองพฤติกรรมคนไทยเริ่มมีครอบครัวขนาดเล็กลง 2 -3 คน หรือบางคนเลือกที่จะใช้ชีวิตโสดอาศัยคอนโดมิเนียมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่มีเวลาหรือขี้เกียจปรุงอาหารด้วยตัวเอง เลือกที่จะทานอาหารนอกบ้านและ Food Truck ก็ถูกมองเป็นตัวเลือกในหนึ่งมื้อที่น่าสนใจไม่น้อย” ซานเจย์ มิชรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้ผลิตรถกระบะบรรทุกได้ไม่เกิน 1 ตันที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นรถ Food Truck

ใครๆ ก็เปิดร้านอาหาร Food Truck ได้
นอกจาก ทาทา มอเตอร์ส แล้วยังมีค่ายรถอย่าง ซูซูกิ, และที่ทำตลาดรถ Food Truck อย่างรุนแรงนั้นคือ “ตงฟง มอเตอร์” โดยรถของแต่ละค่ายมีราคาขายอยู่ที่ 200,000 – 400,000 บาท อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นวาง ดาวน์ในราคาที่แสนถูก 10 -20 % ของราคารถ เท่านั้นยังไม่พอยังมีผ่อนระยะยาวเดือนละ 4,000 – 5,000 บาท เพียงแต่ “โจทย์ใหญ่” ในการทำธุรกิจ Food Truck ในช่วงเศรษฐกิจซบเซา นั้นคือกลุ่มสถาบันการเงินค่อนข้างเข้มงวดในการ “ปล่อยสินเชื่อ”

แต่หากโฟกัสเฉพาะในเรื่อง “ต้นทุน” ในการทำธุรกิจ Food Truck ต้องบอกว่ามีต้นทุนต่อเดือนที่เป็นอะไรที่ถูกแสนถูก ใครๆ ก็สามารถทำได้เพียงแค่วางดาวน์รถ 40,000 – 50,000 บาท บวกกับเงินลงทุนค่าชุดครัวสเตนเลสเครื่องครัวและวัตถุดิบในการทำอาหารไม่เกิน 1 แสนบาท จากนั้นก็เข้าเกียร์เปิดเมนูความอร่อยหาค่าผ่อนรถเดือนละไม่เกิน 5,000 บาทที่เหลือคือกำไรล้วนๆ

จึงไม่แปลกที่ในสภาวะเศรษฐกิจทรุดตัว อาชีพ Food Truck เป็นทั้งอีกหนึ่งอาชีพเสริมของคนทำงานหรือจะป็นอาชีพหลักสร้างรายได้มหาศาลที่ทำให้ใครต่อใครหลายคนประสบความสำเร็จมาแล้วด้วย “จุดขาย” รสชาติอาหารอร่อยถูกปาก อย่างเช่น Mother Trucker ร้านเบอร์เกอร์ยอดนิยมขวัญใจวัยรุ่น, ร้านกาแฟ Amity ที่กำลังโด่งดังเกิดกระแสบอกต่อปากต่อปาก

ใน “โอกาส” ก็มีความ “เสี่ยง”
สิ่งที่เป็น “จุดแข็ง” ของ Food Truck นั้นคือสามารถเปลี่ยนสถานที่ขายไปได้เรื่อยๆ ที่ไหนขายไม่ดีก็หาทำเลใหม่ โดยไม่มีสัญญาผูกมัดและไม่เสียค่ามัดจำพื้นที่ขาย แต่อย่าลืมว่าใน “จุดแข็ง” ก็มี “จุดอ่อน” เหมือนกันเพราะการเปลี่ยนทำเลพื้นที่การขายอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้ลูกค้าไม่รู้ว่าวันนี้ร้านไปเปิดขายอยู่ที่ไหน?

กลวิธีการ “แก้เกม” ของกลุ่มร้าน Food Truck นั้นคือการอัพเดทตารางเวลาและสถานที่ในการไปออกร้านผ่านทาง Facebook และ Instagram ของตัวเองเพื่อให้ลูกค้าทั้งขาจรขาประจำตามมาอุดหนุน

แต่ถึงอย่างไร…แม้ Food Truck จะสามารถ “แจ้งเกิด” ในสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ได้อย่างสวยงาม จนทำให้คนที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ เลือกที่จะกระโดดมาสู่ตลาด Food Truck โดยเชื่อว่าเป็น “อาชีพอิสระ” ที่จะสร้างรายได้ให้แก่ตัวเองเป็นกอบเป็นกำ จนเวลานี้จากแต่เดิมช่วงเริ่มต้นเทรนด์ Food Truck เมื่อประมาณ 1 ปีกว่าๆมีเพียงไม่กี่สิบคัน แต่ปัจจุบันถูกประเมินว่าน่าจะเกือบ 1,000 คันและจะยังเติบโตขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง

สะท้อนจากเทรนด์ Food Truck ที่ในเวลานี้ไม่ได้มีเฉพาะแค่ในกรุงเทพฯ แต่ยังขยายไปสู่ต่างจังหวัดที่ก้าวสู่ Urbanization หรือความเป็น “เมือง” มากขึ้นไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่,ขอนแก่น,อุดรธานี ฯลฯ

แต่ถึงจะร้อนแรงมากขนาดไหน…แต่อย่าลืมว่าแม้ Food Truck จะมีโอกาสทางธุรกิจสูงแต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากด้วยเช่นกัน ยิ่งโดยเฉพาะช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังทรงๆ ทรุดๆ ใครๆ ก็อยากจะกระโดดเข้ามา จนเริ่มค่อยๆกลายเป็น Red Ocean ที่เริ่มมีการแข่งขันเข้มข้นมากขึ้น

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer