ขณะนี้ทั่วโลกกำลังจับจ้อง Internet of Things หรือ ไอโอที ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงแวดวงอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อช่วยให้กลุ่มผู้บริโภคได้ลดขั้นตอน ปัญหา หรือความยุ่งยากนานาประการจากสินค้าหรือบริการในรูปแบบเดิมๆ
ไอโอทีคือ การผสมผสานคน สิ่งของ ข้อมูล และสถานที่ โดยที่เรียกองค์ประกอบเหล่านี้ ว่า “Internet of Things” หรือโดยความหมายที่สมบูรณ์ ควรจะเป็น “Internet of Everything” ซึ่งไอโอทีกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน
ความท้าทายในอนาคตทางด้านเทคโนโลยีนั้น 5G จะเข้ามาเชื่อมโยงทั้งในด้านระบบเน็ตเวิร์ค การผลิตข้อมูลใหม่ๆ ความหนาแน่นของประชากรอินเตอร์เนต การลดการใช้ด้านพลังงาน ลดต้นทุน และการขยายตัวของอุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ

Figure 1 Future Communication Challenges – 5G Scenarios
การ์ทเนอร์ อิงค์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกทางด้านข้อมูลสารสนเทศและวิจัยเทคโนโลยีและที่ปรึกษาบริษัท ได้จัดประเภทการใช้โมเดลออกเป็นสี่ส่วนได้แก่
Optimize การจัดการด้านต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการติดตาม
Charge การจ่ายสินค้าตามปริมาณหรือเวลาที่ใช้ไป
Operate การควบคุมการปลดล๊อคหรือการเข้าใช้งานได้สะดวกมาขึ้น
Extend การส่งข้อมูลดิจิตอลไปยังสิ่งของต่างๆ
หนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความตื่นตัวและมีการขับเคลื่อนค่อนข้างสูงคืออุตสาหกรรมด้านสื่อเอนเตอร์เทนเม้นท์ ที่กำลังปรับเปลี่ยนระบบกันยกใหญ่เพื่อให้ผสมผสานกับความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี อาทิเช่น กลุ่มเจ้าของสื่อสิ่งพิมพ์และการโทรศัศน์กระจายเสียงรายใหญ่ๆระดับโลกได้มีการปรับเปลี่ยนการนำเสนอเนื้อหาและการแพร่ภาพด้วยสื่อดิจิตอลที่สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหว การนำเสนอข้อมูลด้วยความรวดเร็ว ฉับไว รวมถึงการนำเสนอแบบเรียลไทม์ การเติบโต
ของคอนเท้นท์ของสื่อเอนเตอร์เทนเม้นท์ได้ถูกบริโภคบนรูปแบบดิจิตอลและอุปกรณ์มือถือ ซึ่งมีผลต่อการขยายในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมระบบของไอโอทีด้วยเช่นกัน
จากงานวิจัยหลายๆชิ้น ชี้แนวทางการเติบโตของไอโอทีคล้ายๆกัน งานวิจัยจากภาคธุรกิจในเดือนเมษายน 2015 พบว่าโดยเฉลี่ยการใช้จ่ายเม็ดเงินบนสื่อเอนเตอร์เทนเม้นท์ได้ถูกคาดการณ์ว่ามีอัตราการเติบโตเกือบ 54% ในอีกสามปีข้างหน้า ด้วยเม็ดเงิน 72.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2018 จาก 47.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2015 รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การขนส่ง และการบริการ
จากการวิจัยพบว่ากิจกรรมต่างๆของ IOT จะอยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้แอพพิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน แทปเล็ต หรือ ประเภทอุปกรณ์ดิจิตอลอื่นๆ
จากโพลพบว่า เกือบหกในสิบของกลุ่มสื่อเอนเตอร์เทนเม้นท์ระดับโลกได้ใช้การบันทึกข้อมูลของผู้ใช้ผ่านทางแอพมือถือ
นอกจากนั้นการใช้ ไอโอทีได้ขยายเข้าไปยังด้านการผลิต การปฏิบัติการด้านจัดจำหน่าย โดยการติดตามกระบวนการส่งสินค้า (33.3%) การใช้ดิจิตอลเซ็นเซอร์ติดในผลิตภัณฑ์ (12.5%) อุปกรณ์การจับตำแหน่งพื้นที่ (8.3%) และอุปกรณ์สวมใส่ของผู้บริโภค (4.2%)
ประโยชน์ที่จะได้จากไอโอทีจะเป็นในรูปแบบBig Data จะทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งในด้าน สถานที่ พฤติกรรม การแนะนำของผู้บริโภค และข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ ซึ่งจะทำให้ทราบถึงกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นว่าใช้ผ่านอุปกรณ์ชนิดใด ใช้อย่างไร ใช้ปริมาณเท่าไร ใช้กับอุปกรณ์กี่ประเภท
ในอนาคตอันใกล้นี้ เราคงจะได้ใช้สิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบเทคโนโลยีดิจิตอลในชีวิตประจำวันกันหลากหลายชนิด ดังนั้นการเรียนรู้ การรู้เท่าทันเทคโนโลยีจะช่วยให้เราปรับตัวและอยู่กับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้อย่างมีความสุข
นปภัช ลิ้มวรากุล

