สังคมผู้สูงอายุ ตลาดนี้มาแน่ ถึงเวลารู้ ผู้อาวุโสยุค New Normal

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุไปเรียบร้อยเมื่อปี 2564 เพราะมีประชากรอายุ 60 ปี เกิน 20% ของประชากรทั้งประเทศ มองในอีกมุมหนึ่งก็คือ ประเทศเรามีประชากรที่มีคุณค่าถึง 20%

ถ้าเปรียบเป็นไวน์หรือบรั่นดี ก็หมักบ่มจนได้ที่ ประสบการณ์ของผู้อาวุโสย่อมมีมากมาย ผ่านร้อนและหนาวมาหลายฤดู กระบี่อยู่ที่ใจ ท่านผู้อาวุโสไม่ผลีผลาม ไอ้หนุ่มไก่อ่อนทั้งหลาย เจ้าจงฟังเพลงพิณผู้เฒ่า มันลึกซึ้งทรงพลังมากมาย องค์กรรุ่นใหม่ต้องผสมผสานคุณค่าของผู้มีประสบการณ์ จงปรับนำมาใช้ให้ดี

ธุรกิจในยุค new normal โดยเฉพาะในเรื่องการดูแลสุขภาพ การเจ็บป่วย การเข้ารับการรักษาได้พลิกโฉมทำให้ผู้เฒ่างงเป็นไก่ตาแตก ยาที่เคยรับที่โรงพยาบาล เดี๋ยวนี้ส่งตรงถึงหน้าบ้าน

ปรึกษาโรคประจำตัวในช่วงระบาดของโรคโควิด-19  เราใช้ Tele – Med แอปพลิเคชัน ตรวจรักษากันแบบออนไลน์ เริ่มตั้งแต่นัดหมายแพทย์ จัดตารางเวลาพบแพทย์ ตรวจรักษา จนมาถึงการจ่ายยา เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่มากของคุณลุง..ป้า..ปู่. ย่า ตา..ยาย เห็นมั้ยดิจิทัลมันเข้ามาทำให้ชีวิตคนแก่สะดวกขึ้น

อย่างน้อยก็ไม่ต้องตื่นแต่ไก่โห่ ไปนั่งรอคิวพบหมอเพียงห้านาที แต่รอเกือบสามชั่วโมง บางรายโน่นแน่ะ บ่าย ๆ เพิ่งได้พบหมอ ไร้สาระสิ้นดีใช่มั้ยครับ

ทุกคนผ่านประสบการณ์เหล่านี้กันมาแล้วทั้งนั้น พวกเราล้วนต้องลางานทั้งวัน จูงมือแม่เฒ่า พ่อเฒ่า ไปโรงพยาบาลเพื่อพบหมอตามนัด กว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจก็ล่วงเข้าบ่ายแก่ ๆ มันเป็นเรื่องผิดปกติที่ไม่ปกตินะครับ แต่เราต้องอดทนอยู่กับมันให้ได้

อันที่จริง ผู้ป่วยที่เป็นคนสูงอายุ มีหลักการให้บริการทางสุขภาพคือ ไม่ต้องรอคิว และต้องมี fast lane หลักการนี้เขียนออกมาให้ปฏิบัติกันเนิ่นนานแล้ว แต่ในความเป็นจริง ทำกันไม่ได้เลย เรียกว่าเป็นไปไม่ได้จะดีกว่า

หลังจากผ่านวิกฤตการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา การใช้ชีวิตแบบ new normal จะเข้ามาแทรกทุกขั้นตอนของการดำรงชีพเรา รวมทั้งการดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี การปกป้องและป้องกันให้ปลอดภัยจากโรคระบาด แม้แต่การดูแลรักษาโรคประจำตัว ต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเท่านั้นเข้ามาจัดการเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ นับวันประชากรผู้สูงอายุมีแต่เพิ่มมากขึ้น มันช่างสวนทางกับบุคลากรทางด้านสาธารณสุขที่มีไม่เพียงพอ

ตัดภาพมาที่การให้บริการด้านสุขภาพและการบริบาลผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่น รัฐบาลเขาให้การดูแลอย่างดี การคัดกรอง แยกแยะ และส่งต่อ ล้วนแต่เป็นระบบไม่แตกแถว รองรับจากภาครัฐสู่เอกชนแบบไร้รอยต่อ  มีงบประมาณที่เหมาะสม จัดสรรมาเพื่อดูแลบริหารจัดการให้มีคุณภาพ

ประเทศในยุโรป เขาปั้นเทคโนโลยี Tele Health ไปถึงไหนต่อไหนแล้วครับ ไม่ใช่แค่แอปพลิเคชันธรรมดา แต่เป็นการจัดการระบบการรักษาผู้ป่วยนอกสถานที่ทั้งระบบ จัดทำ hardware และ software ให้ทำหน้าที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เริ่มตั้งแต่เวชระเบียน นัดหมาย ที่น่าทึ่งเครื่องมือวิเคราะห์ ตรวจรักษา เป็น medical lab เคลื่อนที่ ที่ทำหน้าที่ตรวจ เอกซ์เรย์ ส่องกล้อง ได้ทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่เอากล้องมือถือมาดูหน้าตาผู้ป่วย แต่เป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยวิเคราะห์การรักษาได้อย่างแม่นยำ

ชุดตรวจนี้เป็นระบบโมบายครับ แค่มีผู้ช่วยพยาบาลหนึ่งคน ยกไอ้เจ้าอุปกรณ์โมบายตัวนี้ไปหาผู้ป่วยถึงบ้าน คุณหมอแค่นั่งอยู่ที่ทำงานหรือที่ไหนก็ได้ ติดต่อสื่อสารในรูปแบบออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์ หรือ smart device ทุกชนิด ที่ติดตั้งระบบ tele health ไว้แล้ว ดูคนไข้ผ่านในจอมอนิเตอร์ของตัวเอง อยู่ที่ไหนก็รักษาได้ ทำได้แม้กระทั่งจัดการกายภาพบำบัดให้กับผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน

หันเมียงมองมายังประเทศเรา มีแต่หลักการสวยหรู ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนนัก แต่ในยุค new normal แบบนี้ เราต้องรีบปรับกันทั้งระบบ  เทคโนโลยีแบบไหนที่จำเป็นแบบรีบด่วนต้องนำมาใช้ เพื่อการจัดการเรื่องนี้ให้เดินหน้าทันกับการเติบโตของประชากรผู้สูงอายุ สังคมผู้สูงอายุ อีกไม่นานคงแตะถึง 30% ของประชากรทั้งประเทศ เป็นเรื่องที่น่าคิดนะครับ เอาไว้ครั้งหน้า เรามาดู Health Revolution กันในประเทศอื่น ๆ กันบ้าง  มาชำแหละให้ถึงกึ๋นถึงแก่นว่าใครทำดีอย่างไร


HealthCare Revolution

พงศ์ศักดิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา 

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการสื่อสาร

 

 

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน