เมื่อมองย้อนไป ปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย การประท้วงก่อจลาจลในหลายประเทศทั่วโลก หรือแม้แต่สิ่งจรรโลงใจอย่าง Tokyo Olympics (แม้จะช้าไปสักปี) ข้าวของต่าง ๆ มาถึงล่าช้าเพราะตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน หรือหนัง Super Hero 4 ชั่วโมงของ Zack Snyder ที่ผู้คนชื่นชมราวกับหนังรางวัลออสการ์

สุดกว่านี้ก็มีอีก? แม้ว่าเรารับวัคซีน (และ Boosters) ไม่รู้กี่เข็ม แต่เจ้าโควิดตัวร้ายก็ยังอยู่ อาทิตย์ที่ผ่านมาอัตราการติดเชื้อโอมิครอนก็พุ่งขึ้นสูงอีก ช่างเป็นช่วงเวลาที่หดหู่ แต่ในปี 2021 ดีไซเนอร์และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็ได้เรียนรู้ที่จะรับมือกับโรคระบาดกันอย่างแข็งขัน และร่วมแรงร่วมใจกันสร้างโลกที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่เราเห็นในปี 2021 คือ User Experience (UX) เรื่องการรักษาความสะอาด เราเรียนรู้ที่จะทำความสะอาดอากาศรอบตัว เพื่อให้เราหายใจได้อย่างปลอดภัยขึ้น และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยที่จะเกิดการระบาดของโควิด ผู้คนรอบโลกรู้แล้วว่าเชื้อโรคต่าง ๆ คือของจริง  คุณภาพอากาศสำคัญต่อการดำรงชีวิต และเทคโนโลยีช่วยเราให้มีคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยจากโรคมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องละทิ้งความสะดวกสบาย หรือยังคงได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอยู่

ถ้ามองย้อนไปต้นปี 2021 จะเห็นว่าเรามาไกลกันขนาดไหน ตอนเริ่มมีโควิดเรายังไม่ค่อยเข้าใจลักษณะของตัวโรคกันเท่าไร ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็ยืนยันว่าติดต่อกันผ่านทางสัมผัสเท่านั้น กว่าจะรู้ว่าโควิดติดต่อทางอากาศได้ก็ผ่านไปจนเดือนพฤษภาคม

ในช่วงเวฟแรกคนก็พยายามล้างมือบ่อย ๆ เพื่อจะช่วย “ดึงตัวเลขลงบ้าง”  เราทั้งร้องเพลง นับเลขกัน ขณะล้างมือ และพยายามกันอย่างสุดชีวิตที่จะล้างมือให้ถูกหลัก

ในเวฟถัดมาเราก็ขยันซื้อชุด PPE หน้ากากอนามัย และ Face Shield พร้อมสรรพ ที่เหมือนจะพิสูจน์แล้วว่าได้ผล รวมทั้งแผ่นกั้นพลาสติกระหว่างโต๊ะทำงาน หรือตรง Cashier และทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสกันตลอด แต่ในความเป็นจริง แผ่นกั้นพลาสติกทำให้อากาศถ่ายเทได้น้อยลง ส่งผลให้อันตรายยิ่งขึ้นไปอีก (จริง ๆ เราควรปรับระบบกรองอากาศภายในอาคาร และใช้ไส้กรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ) แต่การใช้แผ่นกั้นพลาสติกทำให้ร้านต่าง ๆ ดูเหมือนได้จัดการอะไรบางอย่างในการป้องกันโควิด โดยที่ไม่ลดคนมาใช้บริการ หรือปรับระบบกรองอากาศ หรือปิดร้านไปเลย

ปี 2021 เราเริ่มรู้แล้วว่าเมื่อไหร่ที่เราติดเชื้อโควิด จากชุดตรวจที่ตรวจได้เองที่บ้านโดยการ Swab จมูก หรือน้ำลาย เหมือนกับที่เราตรวจหาผลการตั้งครรภ์ หรือระดับน้ำตาลในเลือด เราควรชื่นชมนักวิทยาศาสตร์ที่ช่วยกันพัฒนาเรื่องนี้อย่างบริษัท Abbott ที่คิดค้นเครื่องมือที่ให้คนทั่วไปที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์สามารถตรวจหาเชื้อได้เอง และไม่แพร่เชื้อเพิ่มในช่วงที่ไม่ออกอาการ

นอกจากเราจะตรวจหาเชื้อได้เอง เรายังมีเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ช่วยลดการติดเชื้ออีกด้วย (ที่นอกเหนือจากหน้ากากอนามัย) Fend ที่พ่นจมูกราคา 13 US ดอลลาร์ จากบริษัท Design เจ้าของแบรนด์ Beats by Dre ได้นำงานวิจัยจาก Harvard มาพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าสู่ผู้บริโภค Fend ที่พ่นอากาศที่มีความเค็มเหมือนน้ำทะเล ขนาดเล็กระดับไอน้ำ เข้าไปในจมูกและหลอดลมของเรา จากการวิจัยพบว่า Fend ช่วยลดการติดเชื้อทางอากาศได้โดยการเพิ่มภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ และช่วยดักจับไวรัสในเมือกทางเดินหายใจก่อนที่จะลงปอด UX? เพียงแค่ 2 ปั๊ม และหายใจเข้าลึก ๆ ก็จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้หลายชั่วโมง ขนาดเล็กพกพาง่าย แต่ความยากสำหรับ Fend คือการทำให้คนเข้าใจเรื่องความสะอาดทางเดินหายใจนี่แหละ? จะอธิบายอย่างไรให้คนได้เข้าใจว่าวิธีง่าย ๆ และดูเหมือนจะไม่มีอะไรแบบนี้จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ แต่ถึงกระนั้น Fend ขายสินค้าล็อตแรกจำนวน 10,000 ชิ้นหมดภายในไม่กี่วัน

 

Start up อีกเจ้าหนึ่งที่เราต้องพูดถึงคือ Poppy ก่อนหน้านี้ผู้ก่อตั้ง Poppy ขายบริษัท Research ที่ชื่อ Meta (ใช่ ชื่อ Meta) ให้กับกลุ่มบริษัทของ Zuckerberg Poppy คืออุปกรณ์ที่หน้าตาเหมือนเครื่องตรวจจับควัน Poppy สามารถตรวจวัดเชื้อโควิดที่ล่องลอยอยู่ในอากาศรอบ ๆ ได้ ตัวอย่างที่เครื่องจับจะส่งเข้า Lab ทุกวันเพื่อตรวจว่าตัวอย่างที่ได้มีเชื้อโควิด หรือเชื้อโรคอื่น ๆ ที่ติดต่อทางอากาศหรือไม่ Poppy ใช้การวิเคราะห์ระดับ DNA เพื่อหาเชื้อดังกล่าว แม้ว่าผลการทดสอบจะยังไม่ได้ในทันที แต่ Poppy ก็ช่วยในการบริหารจัดการพื้นที่ว่าพื้นที่นั้นมีเชื้อโควิดหรือไม่ ถ้ามีจะส่ง Alert ไปยัง Dashboard แบบง่าย ๆ ภายในปีหน้า Poppy วางแผนให้มีการวิเคราะห์ผลบนเครื่องได้เลย (ลดค่าใช้จ่ายและผลวิเคราะห์ที่เร็วขึ้น)

เราสนใจ Fend และ Poppy เป็นพิเศษ เพราะทั้งสองแบรนด์ใช้ได้ทั้งในช่วงโควิด และช่วงอื่น ๆ ด้วย ทั้งสองแบรนด์ได้เปลี่ยนวิธีคิดเรื่อง Hygiene ไปเลย และ ถือว่า Hygiene เป็นปัญหาระดับสังคมที่ต้องช่วยกันแก้ไข ทั้งสองแพลตฟอร์มช่วยป้องกันทั้งเชื้อหวัดตามฤดูกาล ไปจนถึงโรคระบาดใหม่ ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ไอเดียเหล่านี้เกิดขึ้นในปี 2021 และคิดว่าจะกลายเป็นสิ่งที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวันภายในปี 2030

เราจะลืม Razor ไปไม่ได้เลยถ้าพูดถึงเรื่อง UX Hygiene Razor คือบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ที่สร้าง Mouse และ Keyboard เรืองแสง แต่พอยุคโควิดทีมออกแบบได้ช่วยกันระดมสมองสร้าง Mask สุดล้ำที่ชื่อว่า Zephyr หน้ากากที่สามารถหายใจได้สะดวก และพูดแล้วคนได้ยิน ไม่เหมือนพวก N95

ใช่, หลายบริษัทที่เราคิดไม่ถึงหันมาผลิตหน้ากากกันมากมายในปี 2020 และ 2021 แต่ส่วนมากก็ผลิตเพื่อใช้กันเองภายในองค์กร หรือพวกแบรนด์ Fashion เท่านั้น แต่ Razor คำนึงถึงนวัตกรรม: โดยเฉพาะส่วนพัดลมที่ช่วยดึงอากาศให้หายใจได้สะดวกขึ้น (และไฟ LED เรืองแสง ที่เปลี่ยนสีได้ตามต้องการ) หน้ากากราคา 100 US ดอลลาร์ อาจจะดูค่อนข้างเกินความจำเป็น แต่มันก็เจ๋งใช่ไหมล่ะ เราต้องต่อสู้กับโรคระบาดกันด้วยนวัตกรรมนี่แหละ ไม่ว่าเราจะเป็นลูกค้า Zephyr หรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่า Zephyr เกิดจาก Idea สุดเจ๋ง นอกจากจะช่วยให้เราหายใจได้สะดวกขึ้นแล้วยังสะท้อนความเป็นตัวตนของเราอีกด้วย

 

ดูเหมือนว่าเราจะต้องอยู่กับโควิดกันไปอีกนาน แต่ปี 2021 ก็ไม่ได้เป็นปีที่เสียเปล่า เราเรียนรู้ที่จะป้องกันและตอบโต้กับโรคร้ายและเชื้อไวรัส แม้การป้องกันต่าง ๆ จะซับซ้อนมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากไปกว่าการล้างมือใช่ไหมล่ะ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน