ภาพรวมตลาดโทรทัศน์ของไทยในปี 2559มีโอกาสขยายตัวเล็กน้อยจากปี 2558โดยยอดจำหน่ายโทรทัศน์ในปีนี้มีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป และมหกรรมกีฬาโอลิมปิกซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน และเดือนสิงหาคมของปีนี้ตามลำดับ โดยเวลาการถ่ายทอดรายการมักเป็นช่วงเวลาเย็นหลังเวลาเลิกงานในไทย ทำให้คาดการณ์ได้ว่า ผู้บริโภคน่าจะเร่งซื้อโทรทัศน์ในช่วงครึ่งปีแรกเพื่อรับชมมหกรรมกีฬาดังกล่าว อีกทั้ง กลุ่มผู้บริโภคเชิงพาณิชย์อย่าง ร้านอาหาร และสถานบันเทิง เป็นต้น ก็น่าจะมีการเปลี่ยนเครื่องโทรทัศน์เครื่องใหม่ในช่วงที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยูโร ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น

มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2559 ยอดขายเครื่องรับโทรทัศน์ในปี 2559จะมีประมาณ 2.98 – 3.01 ล้านเครื่อง ขยายตัวราวร้อยละ 1.6 – 2.9 จากปี 2558 ซึ่งหดตัวร้อยละ 7.0 จากปี 2557 สำหรับมูลค่าตลาดในปี 2559 น่าจะแตะระดับ 32,725 – 33,165 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 0.6 – 2.0 จากปี 2558 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 32,500 ล้านบาท และหดตัวร้อยละ 8.6 จากปี 2557 โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินแยกเป็นเซกมเนต์ดังนี้
กลุ่มตลาดที่น่าจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องคือ กลุ่มตลาดที่ผู้บริโภคมีรายได้ระดับบนที่ยังคงมีกำลังซื้อ ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการขยายตัวในกลุ่มตลาดนี้คือ ขนาดหน้าจอขนาดใหญ่ตั้งแต่ 50 นิ้วขึ้นไป การออกแบบ รวมไปถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านจอภาพเพิ่มเติมจากความละเอียดของจอภาพระดับ 4K4 ซึ่งได้เริ่มกลายเป็นอัตราส่วนการแสดงผลมาตรฐานของจอภาพในปัจจุบัน ผู้ผลิตในกลุ่มตลาดนี้มักเป็นบริษัทข้ามชาติจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์
ตลาดระดับกลาง ก็เป็นอีกตลาดหนึ่งที่ ยังคงเติบโตได้แต่มีการแข่งขันสูง ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาซื้อโทรทัศน์ในกลุ่มตลาดนี้คือ ความละเอียดของจอภาพ คุณภาพ และความสะดวกในการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ขนาดจอภาพของโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มตลาดนี้คือ ขนาดระหว่าง 40 – 50 นิ้ว ทั้งนี้ ผู้ผลิตในกลุ่มนี้โดยรวมเป็นกลุ่มเดียวกับในกลุ่มตลาดระดับบน โดยเทคโนโลยีที่ผู้ผลิตแข่งขันกันในกลุ่มตลาดนี้เป็นเทคโนโลยีที่เปิดตัวในกลุ่มตลาดระดับบนมาก่อนหน้าอาทิเช่น ความละเอียดของจอภาพระดับ 4K การใช้งานแบบสมาร์ททีวี ตลอดจนการเชื่อมต่อแบบไร้สาย เป็นต้น กระนั้น
ขณะเดียวกัน กลุ่มตลาดที่มีขนาดใหญ่ในประเทศ แต่ยังมีแรงกดดันต่อการเติบโตค่อนข้างสูง คือ กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อน้อย โดยกลยุทธ์ของผู้ผลิตที่น่าจะใช้ในตลาดนี้คือ ความคุ้มค่าทั้งด้านราคา และฟังก์ชั่นการใช้งาน ทั้งนี้ ผู้ผลิตที่เน้นกลุ่มตลาดนี้คือ บริษัทข้ามชาติจากจีน และผู้ประกอบการสัญชาติไทยที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งปรับตัวในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวด้วยการตั้งราคาต่ำกว่าแบรนด์ชั้นนำ และการใส่ฟังก์ชั่นพร้อมเพรียงอาทิ ลำโพงระบบเสียงรอบด้านในตัวเพื่อลดความจำเป็นในการซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วงเพิ่มเติม เป็นต้น โดยโทรทัศน์ที่เป็นที่นิยมในกลุ่มตลาดนี้คือ โทรทัศน์ที่มีขนาดเล็กซึ่งมีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 32 นิ้วลงมา โดยมีช่องทางจำหน่ายสินค้าหลักคือ ร้านจำหน่ายทั่วไป ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ตลอดจนกลุ่มธุรกิจค้าปลีกออนไลน์
สำหรับในระยะยาว คาดว่ายังคงมีการแข่งขันสูงต่อเนื่อง โดยมีแรงผลักดันจากการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งในด้านความคมชัด และการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยคาดว่าผู้ผลิตจะยังคงใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นจุดขายหลักของโทรทัศน์เพื่อดึงดูดผู้บริโภคต่อไป
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ,มีนาคม 2559
