Visa Consumer Payment Attitudes Study 2015 เปิดเผยว่า Gen X คือคลื่นลูกใหม่ในตลาดที่พร้อมจะลองใช้วิธีการชำระเงินรูปแบบใหม่ๆ เพราะเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงและใช้จ่ายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นโอกาสอันดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคผู้บริโภค ในขณะที่กลุ่มลูกค้า Gen Y ก็เข้าสู่วัยที่มีฐานะการเงินที่ดีขึ้น
จากการสำรวจพบกว่า
59% ของนักช้อป Gen X นิยมใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่าเงินสดเพราะปลอดภัยมากกว่า ส่วน Gen Y มีเพียง 42% เท่านั้น
66% Gen Y และ 44% Gen X นิยมใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถือในการช้อปปิ้งออนไลน์ ชี้ให้เห็นว่าการชำระเงินในรูปแบบใหม่ๆได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ชำระเงินออนไลน์ผ่าน สมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ต
81% ของ Gen X นิยมชำระเงินออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ต ส่วน Gen Y 82%
77% มองการชำระเงินออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ต เพราะประหยัดเวลาและรวดเร็วกว่า
60% ของกลุ่ม Gen X ให้ความสำคัญกับความง่ายในการชำระเงินออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ต ส่วน Gen Y 56% 60% ของกลุ่ม Gen X มองการชำระเงินออไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ต สะดวกกว่าใช้เงินสด ส่วน Gen Y มีเพียง 55% เท่านั้น
50% Gen X ซื้อบัตรชมภาพยนตร์ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ส่วน Gen Y 55%
54% Gen X ซื้อบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตและเทศกาลงานต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ส่วน Gen Y 43%
51% ของ Gen X และ Gen Y นิยมสั่งซื้ออาหารเดลิเวอรี่ แบ่งเป็น Gen X 41% และ Gen Y 64%
63% ของ Gen X และ Gen Y เคยซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ความงามและเครื่องสำอางผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต หลังมีประสบการณ์การชำระเงินผ่านอุปกรณ์พกพาแค่หนึ่งปี
67% ของ Gen X สนใจที่จะซื้อสินค้าในร้านค้าแต่ชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ส่วน Gen Y 59%
Wearable Payment ในอนาคต
80% Gen X สนใจในการชำระเงินผ่านอุปกรณ์ Wearable Device ที่จะมีให้บริการในอนาคตส่วน Gen Y 87%
สินค้าหลักที่พวกเขาสนใจในการซื้อผ่าน wearable
1.สินค้าอุปโภคบริโภค
2.อาหารและเครื่องดื่ม
3.บัตรชมภาพยนต์
ที่มา : Visa Consumer Payment Attitudes Study 2015 ศึกษาทัศนคติผู้บริโภคในการชำระเงินของวีซ่านั้นได้จำแนกและเก็บข้อมูลแนวคิดที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึงประเทศไทย โดยการศึกษาฉบับนี้ให้คำนิยาม Gen X กลุ่มคนอายุระหว่าง 35 – 60 ปี และ Gen Yคือกลุ่มคนอายุ 18 – 34 ปี
