Singha Estate ทำไมจึงกล้าตั้งเป้าปี 65 รายได้นิวไฮ 1.3 หมื่นล้านบาท ?

สิงห์ เอสเตท ประกาศชัด ปี 64 รายได้เกือบ 8 พันล้านบาท ตั้งเป้า New High ใหม่ปี 65 กับตัวเลข 13,400 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ลงทุนร่วมกับบริษัทอื่น ทั้งในด้านอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม และนิคมอุตสาหกรรม คาดเติบโต +25% ในห้าปี

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สิงห์ เอสเตท กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตทได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์กระจายการลงทุนเพื่อสร้างความหลากหลายใน 4 กลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกัน

ทำให้บริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น การประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าต่างชาติ และพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับอัลติเมทลักชัวรี และการร่วมลงทุนกับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ อย่าง WEWD เพื่อพัฒนาโครงการรีสอร์ตแห่งใหม่พร้อมวิลล่าหรู 80 หลัง “โซ/ มัลดีฟส์” (SO/ MALDIVES) ที่จะเติมเต็มรีสอร์ตชั้นนำอีกสองแห่ง สนับสนุนให้โครงการ “ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์” (CROSSROADS MALDIVES) ตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลายได้ในทุกช่วงราคา

สำหรับปี 2565 จึงได้มีการวางแผนเสริมความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการต่าง ๆ รวมถึงโครงการร่วมทุนกับพันธมิตร และการนำทรัพย์เข้ากอง เอส ไพรม์ โกรท หรือ SPRIME โดยตั้งเป้าเป็นนิวไฮอยู่ที่ 13,400 ล้านบาท

13,400 ล้านบาทของ Singha Estate มาจากไหนบ้าง?

63% ธุรกิจโรงแรม

จากที่ผ่านมาธุรกิจโรงแรมได้รับความสนใจและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะมีการเพิ่มรูปแบบการให้บริการเพื่อกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย เช่น การเพิ่มห้องพักแบบพูลวิลล่าในรีสอร์ตที่ประเทศมัลดีฟส์เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลาง และใช้กลยุทธ์หมุนเวียนและต่อยอดการลงทุน (Asset Rotation) ที่จะยกระดับการให้บริการรวมถึงอัตราราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันสูงขึ้นได้ราว 10-20% ซึ่งคาดว่าโรงแรมในเครือที่มีการปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ จะสามารถสร้างผลกำไรที่เพิ่มขึ้นได้ถึงกว่า 40% กับงบลงทุน 490 ล้านบาท

25% จากธุรกิจที่อยู่อาศัย

ปีนี้จะมีการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดพร้อมอยู่ 2 โครงการ ได้แก่ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ (The ESSE at Singha Complex) และ ดิ เอส อโศก (The ESSE Asoke) รวมไปถึงโครงการบ้านแนวราบ “สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส” ซึ่งมีมูลค่า Backlog อยู่ที่ 2,600 ล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้ 70% ในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดโครงการแนวราบเพิ่มอีก 1 โครงการในทำเลพัฒนาการในช่วงครึ่งหลังของปีมูลค่า 2,900 ล้านบาท โดยจะสามารถรับรู้รายได้ทันในปี 2565 นี้ ตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้น 50%

8% ธุรกิจอาคารสำนักงาน

กลางปีนี้จะมีการเปิดตัวโครงการ S OASIS โครงการสำนักงานแห่งใหม่ย่านลาดพร้าว ตั้งเป้าว่าจะมีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy rate) ราว 50% ณ ปีที่เปิดให้บริการ รวมถึงการกลับมาเปิดตัวอีกครั้งของโครงการ เอส เมโทร (S METRO) อาคารสำนักงานย่านพร้อมพงษ์

4% ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม

ในปี 2565 มีความพร้อมในการรับรู้รายได้จากการขายและโอนที่ดินเป็นปีแรก หลังจากที่ได้มีการเข้าไปลงทุนและปรับพื้นที่และก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานไปแล้วในปี 2564 ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าโอนที่ดินในปีนี้ราว 15% ของพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมซึ่งมีพื้นที่ขายรวมราว 992 ไร่

นอกจากนั้น ได้เข้าลงทุนในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน โดยถือหุ้น 30% ในบริษัท บี. กริม เพาเวอร์ ซึ่งดำเนินโครงการเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าและพลังงานประเภทความร้อน และปี 2565 นี้ บริษัทฯ จะสามารถรับรู้ผลประกอบการของโรงไฟฟ้าเต็มปีเป็นครั้งแรก

ใน 5 ปีข้างหน้า สิงห์ เอสเตท ได้คาดหวังการเติบโตได้ที่  +25% จากการต่อยอดธุรกิจผ่านแผนการร่วมลงทุน และศึกษาเทรนด์ใหม่ ๆ ที่กำลังเข้ามา เช่น ปรับปรุงและพัฒนาให้ธุรกิจในเครือมีฟังก์ชันด้าน Wellness สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่รักสุขภาพมากขึ้น และการใช้ระบบดิจิทัลมาประกอบการขาย อย่างการทำ Virtual Tour อีกด้วย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน