ปฏิเสธไม่ได้ว่า LINE ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว

โดยปัจจุบันไลน์มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน หรือเกินกว่า 2 ใน 3 ของประชากรทั้งหมดทั่วประเทศใช้ไลน์ในการติดต่อสื่อสารทั้งในระดับส่วนบุคคลหรือแบบกลุ่มรวมถึง LINE OpenChat ไปจนถึงใช้บริการต่าง ๆ อย่าง LINE MAN, LINE TODAY ฯลฯ กันเป็นประจำ

แต่อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจไม่เพ้กันคือ ก้าวต่อไปของโลก ที่ไลน์มองว่าเทรนด์การใช้ชีวิตในปัจจุบันของคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงทิศทางของธุรกิจในปัจจุบัน

ดังนั้นหน้าที่ของไลน์ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลในไทย จึงต้องเตรียมความพร้อมธุรกิจไทยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้ด้วยดิจิทัล ล่าสุดจึงได้จัดงาน THAILAND NOW AND NEXT: PREPARING FOR THE CHANGING WORLD ขึ้นมาเพื่อติดอาวุธดิจิทัลธุรกิจไทย พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกหลังโควิด-19

โดยมีหนึ่ง Session ที่น่าสนใจของงานคือเรื่องของ LINE SHOPPING ผู้นำ Social Commerce ของไทยในโลกยุคใหม่ กับเสน่ห์ในการเปลี่ยนช่องทางแชตให้กลายเป็นร้านค้าทรงพลังสำหรับผู้ประกอบการ

 

ทิศทางการเติบโตของ Social Commerce จะเป็นอย่างไร?

คุณเลอทัด ศุภดิลก Director of E-Commerce LINE ประเทศไทย ระบุชัดว่า

“Social Commerce ทั้งในไทยและทั่วโลกได้เติบโตแรงกว่า E-Market Place เป็นที่เรียบร้อย”

โดยในไทยเติบโตถึง 61% รวมถึงยอดการสั่งซื้อสินค้าต่าง ๆ เติบโตกว่า 64% มียอด GMV (Gross Merchandise Value) หรือยอดขายที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มก็เติบโตขึ้นกว่า 59% ด้วยเช่นกัน

ซึ่งทางไลน์เองได้พัฒนา LINE SHOPPING ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายสำคัญที่ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มตัวกลางในการซื้อขายสินค้า

แต่สิ่งที่ไลน์โฟกัสคือการนำเสนอโซลูชันให้กับทั้งร้านค้าและผู้ซื้อสินค้าได้มาพบกัน อำนวยความสะดวกในการซื้อขายสินค้า แชต แชร์ จบออเดอร์ แบบไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง โดยใช้พลังของ Social platform และเชื่อมโยงเข้ากับบริการต่าง ๆ ที่มีบน LINE Ecosystem ให้เป็นประโยชน์

ที่ผ่านมา LINE SHOPPING โตแค่ไหน?

ปี 2021 LINE SHOPPING อยู่ใน Growth Stage เต็มตัว ด้วยยอดเติบโต 143% มีจำนวนร้านค้ามากกว่า 350,000 ร้านมาเปิดบนแพลตฟอร์ม โดยมีอัตราการเติบโตด้านยอดขายเมื่อเทียบแบบ YoY 256% และในส่วนของลูกค้าที่เข้ามาใช้งานซื้อสินค้าบน LINE SHOPPING เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

และแกนหลักที่สำคัญของ LINE SHOPPING มีด้วยกันอยู่ 2 เรื่อง คือ 1. ต้องการเป็นเครื่องมือสำหรับร้านค้าที่ใช้โซเชียลมีเดียในการขายสินค้า และ 2. ต้องการเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่ช่วยให้ร้านค้าบนแพลตฟอร์มเข้าถึงคนได้กว้างมากยิ่งขึ้น

ถ้ามองไปที่ Customer Journey ของนักช้อปออนไลน์โดยทั่วไปที่ซื้อสินค้าผ่าน Social Commerce เมื่อเจอสินค้าที่ตนสนใจซึ่งอาจมาจากทั้งการยิงโฆษณาหรือเสิร์ชหาด้วยตนเอง ก็มักจะต้องทักแชต แอดไลน์ OA เพื่อสอบถามถึงรายละเอียดกับทางร้าน พอตกลงกันได้ร้านก็ต้องส่งเว็บไซต์หรือไปกดผ่านช่องทางขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อซื้อสินค้าอีกที

ฟังๆ ดูก็ปกติ… แต่จริง ๆ แล้วการเดินทางของลูกค้าไปยังช่องทางขายสินค้าอีกต่อหลังจากแชต เรียกได้ว่าเป็นช่วงวัดใจ ที่ลูกค้าของเราอาจเปลี่ยนใจหล่นหายไปจากขั้นตอนยุ่ง ๆ และข้อเสนอจากร้านค้าอื่น ๆ ที่อาจแทรกเข้ามา

“ดังนั้นจุดเด่นสำคัญของ LINE SHOPPING คือการนำระบบ E-Payment ช่วยให้ร้านสามารถจบการขายได้ในแชต ไม่ต้องออกไปคลิกซื้อสินค้าที่อื่น เพราะจุดนั้นอาจเป็นเรื่องยุ่ง ๆ และอาจส่งผลทำให้เสียลูกค้าไปได้

และอีกส่วนคือพัฒนาไปควบคู่กับการช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาหรือพบกับร้านค้าได้มากขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ของ LINE Ecosystem”

จากสถิติบน LINE SHOPPING ยังพบว่า “การซื้อขายผ่านแชตช่วยให้ปิดการขายมากขึ้น 1.8 เท่า” เปรียบเหมือนลูกค้ามาอยู่ต่อหน้าได้แชตพูดคุยตอบคำถามข้อสงสัย ช่วยปิดการขายได้ง่ายขึ้น

จุดแข็งของ LINE SHOPPING ที่ทำให้ไปได้ไกลกว่าแค่คำว่าแพลตฟอร์ม มีอะไรอีกบ้าง?

อย่างโปรแรงที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ “ช้อป ชิม ใช้ ไปกับโค้ดโคตรฟิน” ทำให้เราเห็นว่า LINE SHOPPING สามารถผสานเอาบริการอื่น ๆ ที่อยู่บน LINE Ecosystems มาทำโปรได้อย่างลงตัว

โปรโมชั่นที่ว่าคือการไปจับมือกับ LINE MAN เพียงซื้อสินค้าจากร้านค้าบน LINE SHOPPING ครบ 300 บาท จะได้รับโค้ดส่วนลด LINE MAN สูงสุด 300 บาท และรับโค้ดพิเศษในวันพิเศษเพิ่มสูงสุด 3 เท่า และทุกการช้อปโดยจ่ายผ่าน Rabbit LINE Pay จะได้รับ LINE POINTS เพื่อสะสมนำไปแลกเป็นส่วนลดเงินสดได้ทั้งบน LINE SHOPPING และ LINE MAN และยังสามารถรับ LINE POINTS 2 เท่า หรือ 3 เท่า ในวันที่มีแคมเปญพิเศษจาก LINE SHOPPING รวมถึงเสริมด้วย LINE SHOPPING Coupon เพื่อกระตุ้นการซื้อให้ง่ายขึ้นอีกด้วย

เป็นโปรโมชั่นเดียวไดรฟ์ให้ผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ ใช้บริการของ LINE Ecosystem ถึง 3 อย่าง และยังดีไซน์ออกมาได้ตอบโจทย์ตรงจุด เงื่อนไขน้อย และคนซื้อได้ดีลคุ้มอีกหลายต่อ

นับว่าเป็นตัวอย่างกิจกรรมทางการตลาดที่สะท้อนให้เห็นว่า LINE SHOPPING ไม่ใช่แค่โซลูชันหรือแพลตฟอร์มเพื่อการซื้อขาย แต่เป็นผู้นำในโลกของโซเชียลคอมเมิร์ซยุคใหม่ ที่เชื่อมต่อกับบริการอื่น ๆ ของ LINE เพื่อสร้างกิจกรรมการตลาดช่วยเหลือร้านค้าในรูปแบบใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างลงตัว

หัวข้อสุดท้ายที่คุณเลอทัดเล่าใน Session นี้ก็น่าสนใจ คำว่า “ยิ่งขาย แบรนด์ยิ่งได้” บน LINE SHOPPING ไม่ใช่แค่หมายถึงผลกำไรที่ร้านจะได้รับ แต่สิ่งที่ร้านได้คือ DATA หรือข้อมูลของลูกค้า ซึ่งสำคัญมากในโลกของการขายสินค้าหรือทำธุรกิจในยุคดิจิทัลทุกวันนี้

“DATA สำคัญมากบน Social Commerce เมื่อร้านค้าช้อปสินค้าผ่าน LINE SHOPPING และมีการแอด LINE OA ของร้านค้านั้น ๆ ไป นอกจากร้านค้าจะสามารถบรอดแคสต์ไปยังกลุ่มลูกค้าที่ติดตาม LINE OA ของร้านค้าอยู่แบบปกติแล้ว ร้านค้ายังสามารถนำเอาข้อมูลที่ได้ทั้งจาก LINE SHOPPING และบน LINE OA มารวมไว้ด้วยกัน เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการส่งข้อความ โปรโมชั่นได้ตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น

โดยใช้ DATA ของแต่ละร้านที่มีทั้งจาก 2 ช่องทาง และยิ่งไปกว่านั้น ร้านค้ายังสามารถนำเอาข้อมูลของลูกค้าที่แบรนด์มีบน LINE OA มากำหนดกลุ่มเป้าหมายในการยิงโฆษณาผ่าน LINE Ads Platform (LAP) ได้อีกด้วย

จึงเป็นที่มาของคำว่า “ยิ่งขาย แบรนด์ยิ่งได้” และจากสถิติแบรนด์ที่มีการเก็บข้อมูลลูกค้าและนำมาใช้งานอย่างเกิดประโยชน์ได้ระหว่าง LINE SHOPPING กับ LINE Ads Platform สามารถเพิ่มยอดขายได้ 33% และยังใช้งบในการโฆษณาถูกลงกว่าโซเชียลอื่น ๆ 3 เท่า

นอกจากนั้น บน LINE ยังมีหนึ่งในช่องทางการลงโฆษณาที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทรงพลังอย่าง Smart Channel Ads โฆษณาที่อยู่บนหน้า Chat ซึ่งเข้าถึงยูสเซอร์ของไลน์กว่า 29 ล้านคนต่อวัน

(อ่าน 4 เรื่องน่าสนใจของ Smart Channel Ads บน LINE เสิร์ฟแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างถูกที่ถูกเวลา! เพิ่มที่นี่: https://marketeeronline.co/archives/254050)

ซึ่งหากร้านค้าใดมีการลงโฆษณาบน Smart Channel แล้ว ร้านค้ายังสามารถนำเอาฐานข้อมูลผู้ชมโฆษณาบน Smart Channel ตัวดังกล่าวนี้มารีทาร์เก็ตเป็นกลุ่มเป้าหมายในการลงโฆษณาต่อยอดผ่าน LINE Ads Platform ได้ด้วยเช่นกัน

อีกหนึ่งข้อสำคัญที่อาจดูเป็นทางเทคนิคนิดหน่อย คือเรื่องการพัฒนา LINE SHOPPING API เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ หน้าร้านอื่น ๆ หรือช่องทางการขายอื่น ๆ ที่ร้านมี ช่วยจัดการเรื่องยุ่ง ๆ อย่างการอัปเดตสต๊อกสินค้า และช่วยให้ทุกออเดอร์ที่เข้ามาถูกต้อง ทั้งการจัดส่ง ระบบขนส่ง และติดตามออเดอร์ได้แบบไม่ตกหล่น

นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดพร้อมให้ร้านค้าใช้งานได้ในเดือนเมษายนนี้ โดยมี 2 พาร์ตเนอร์ที่พร้อมช่วยเหลือในการเชื่อมต่อ LINE SHOPPING API คือ Zort และ aCommerce

สรุปแล้ว

LINE SHOPPING กำลังเข้ามาเปลี่ยนให้ Social Commerce ในบ้านเราให้คึกคักขึ้นกว่าเดิม ทำให้คำว่า “แชตช้อปจบในแอปฯ เดียว” ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และยังช่วยสร้างแบรนด์ไปพร้อม ๆ กับ Fan Base ซึ่งส่งผลกับเรื่องดาต้าข้อมูลที่นำมาปรับใช้กับการยิงโฆษณาหรือปรับปรุงสินค้าให้ถูกใจ ตรงใจลูกค้าใหม่ลูกค้าเก่ามากขึ้น

และ LINE SHOPPING มองว่าตัวเองไม่ใช่แค่ช่องทางการซื้อขายด้วยแชตหรือโซเชียลมีเดียอีกต่อไป แต่ต้องการเป็นคนซัปพอร์ตแบรนด์ร้านค้าต่าง ๆ ให้ก้าวสู่ความสำเร็จในโลกแห่งโซเชียลคอมเมิร์ซยุคใหม่ ด้วยเครื่องมือที่ทำให้ร้านค้าสามารถปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น พร้อมกิจกรรม แคมเปญทางการตลาดมากมาย ที่จะเชื่อมต่อกับบริการอื่น ๆ บน LINE Ecosystem ไปพร้อม ๆ กัน ช่วยให้ร้านค้าบนโซเชียลในเมืองไทยเติบโตได้ในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

วิธีคิดและมูฟเมนต์สำคัญ ๆ เหล่านี้นี่แหละ … คือสิ่งที่ทำให้ LINE SHOPPING เติบโตไปพร้อมกับ Social Commerce จนต้องติดตาม

 

ผู้สนใจสามารถติดตามชมงาน THAILAND NOW AND NEXT: PREPARING FOR THE CHANGING WORLD ย้อนหลังได้ที่ https://lin.ee/uFtHA5R/wcvn

และติดตามอัปเดตความรู้ ข่าวสารสำหรับผู้ต้องการทำธุรกิจผ่าน LINE ได้ที่ LINE Official Account: @linebizth และ FB Fanpage: LINE for Business

ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ LINE SHOPPING  ได้ที่: https://lineshoppingseller.com/



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน