WeLearn ในประเทศไทยถ้าไม่เคยได้ยินไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ WeLearnพึ่งก้าวเข้ามาสู่ประเทศไทยได้ไม่นานนักและจะเปิดทำการเต็มรูปแบบในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ที่จะถึงนี้ โดย We Learn มีจุดเด่น คือ หลักสูตรระดับมัธยมที่เหมาะกับศักยภาพและความสนใจของนักเรียนแต่ละคน ทั้งยังเป็นหลักสูตรจากมหาวิทยาลัยชั้นนำและสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง

WeLearn การศึกษารูปแบบใหม่แห่งยุคดิจิทัล

เดวิด ดี. โดแรน ผู้ก่อตั้ง WeLearn กล่าวว่า “Global Newswire แหล่งข่าวด้านการเงินและการลงทุนแนวหน้าของอเมริกา ได้คาดการณ์ถึง E-Learning Market Analysis & Trends – Industry Forecast to 2025 ไว้ว่าตลาดการศึกษาออนไลน์ทั่วโลกเติบโต 7.2% ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า และจะได้รับความสนใจมากขึ้นจากทั้งเด็กๆ และผู้ปกครอง เนื่องจากระบบการศึกษาที่มีอยู่บีบรัดพัฒนาการและทักษะของเด็กๆ ดังนั้นในอนาคตสื่อการเรียนยุคใหม่จะถูกนำไปอยู่บนสื่อดิจิทัลเพื่อให้เด็กๆทั่วโลกได้รับการศึกษาและทักษะของอาจารย์ระดับหัวกระทิของโลกในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด”

สำหรับประเทศไทย ในหนึ่งปีมีเงินหมุนเวียนในระบบการศึกษาแบบ Full Time มากกว่า 2 แสนล้านบาท และในรูปแบบ After School หรือที่เราเรียกกันว่าเรียนพิเศษ กว่า 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้เพิ่มขึ้นในทุกๆปี

ด้านกลุ่มเป้าหมายของ WeLearnคือ เด็กๆ อายุ 11-18 ปี นักเรียนโรงเรียนรัฐบาล เอกชน นานาชาติ และนักเรียนโฮมสคูล หรือกลุ่มผู้ปกครอง ที่ต้องการเรียนแบบเน้นความสนใจเฉพาะบุคคล Personalized Learning ในราคาที่ไม่สูงนัก ในรูปแบบของการเรียนออนไลน์เพียงอย่างเดียว และต้องการพัฒนาทักษะการปรับตัวและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

ถ้าเห็นว่า WeLearnเป็น Platform Education แบบ Online อย่างเดียวแสดงว่ากำลังคิดผิด We learnได้ทุ่มงบประมาณ 15-20 ล้านบาท ในการสร้างศูนย์ WeLearn Mastery Center and Innovation Lab ที่ชั้น 2 อาคารมณียา เซ็นเตอร์ โดยใช้เป็นที่ผู้เรียนและผู้ปกครองสามารถพบปะพูดคุยกันและใช้เรียน Online ได้อีกด้วย โดยจะแบ่งเป็น 3 โซนใหญ่ๆ ดังนี้

  1. โซนการเรียน The Brainery คือ พื้นที่การเรียนรายบุคคลหรือเรียนเป็นกลุ่ม
  2. ต่อมาโซนคาเฟ่ Collaboration Café คือ พื้นที่การทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จินตนาการ วางแผนสร้างสรรค์นวัตกรรม
  3. และโซนอินโนเวชั่นแลป Innovation Lab คือ พื้นที่การทดลอง ค้นคว้า สร้างสรรค์จินตนาการ ประกอบด้วย ห้องวิดีโอ ห้องเทคโนโลยีเสมือนจริง AR/VR ห้องสื่อด้านเสียง ห้องหุ่นยนต์และการพิมพ์ 3 มิติ ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงลานศิลปะประดิษฐ์และลานกิจกรรมที่กว้างขวาง

Online Education แบบ Full Time ที่ได้รับใบรับรอง

สำหรับจุดแข็งของ WeLearnคือ การให้คำปรึกษา แนะนำ และประเมิน เพื่อเลือกหลักสูตรระดับมัธยมที่เหมาะกับศักยภาพและความสนใจของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งเป็นหลักสูตรจากมหาวิทยาลัยชั้นนำและสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง เช่น  มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์, มหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิสซูรี, มหาวิทยาลัยอินเดียน่า และมหาวิทยาลัยเนบราสกา เป็นต้น ซึ่งจะมี 2 หลักสูตรด้วยกัน ได้แก่

  1. Exploration และ Discovery Membership สำหรับนักเรียนที่เข้ามาใช้บริการต่าง ๆ ของศูนย์ฯ รวมถึงเรียนหลักสูตรเสริมทักษะพิเศษ เช่น การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทักษะการเป็นผู้นำ ทักษะผู้ประกอบการ Startup การทำการตลาดด้วยสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย การฝึกสมาธิและบริหารความเครียด และความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 24,000 – 60,000 บาทต่อปี
  2. Independence Program สำหรับนักเรียนที่สนใจเรียนเต็มรูปแบบ (Full time) ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกหลักสูตรเรียนจากสถาบันชั้นนำที่เหมาะสมกับความสนใจของนักเรียนแต่ละคน โดยทีมที่ปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิด สามารถใช้บริการต่าง ๆ ของศูนย์ฯ ได้อย่างไม่จำกัด โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 130,000 – 480,000 บาทต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับหลักสูตรการเรียน และเมื่อจบตามหลักสูตรและ จะได้รับใบรับรองของมหาวิทยาลัยนั้นๆ เพื่อใช้รับรองในระดับต่อไป

สำหรับเป้าหมายในปี 2561ตั้งไว้ที่ 300 คน โดยส่วนใหญ่กว่า 75% จะมาจากหลักสูตร Exploration และ Discovery Membership และอีก 25% จะมาจาก Full Time ด้านเป้าหมาย 5 ปีต่อจากนี้ เน้นขยาย WeLearnในรูปแบบ ธุรกิจแฟรนไชส์ และ Licensing โดยตั้งเป้าไว้ที่ 3 สาขาในกรุงเทพฯ 10 สาขาที่ต่างจังหวัด และอีก 20 สาขาในอาเซียน

 

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline 

 

 

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer