Yamamori บริษัทผู้ผลิตโชยุและซอสประเภทต่าง ๆ ของญี่ปุ่น เดินหน้าแผนเพาะปลูกพืชสวนครัวไทยขึ้นเองในญี่ปุ่น เพื่อลดต้นทุนในการผลิตเครื่องแกงสำเร็จรูปป้อนร้านอาหารและผู้บริโภคในญี่ปุ่น โดยหากสำเร็จจะช่วยให้ทำเงินได้อีกมากจากตลาดอาหารไทยในญี่ปุ่นมีอนาคตสดใส

ด้วยอายุ 133 ปี Yamamori ถือเป็นหนึ่งแบรนด์เครื่องจิ้มของญี่ปุ่นที่มีประวัติยาวนาน โดยแม้ผลิตภัณฑ์หลักคือซีอิ๊วญี่ปุ่นหรือโชยุ แต่บริษัทขนาดกลางแห่งนี้ที่เมื่อปี 2021 ทำยอดขายได้ 26,000 ล้านเยน (ราว 7,100 ล้านบาท) และมีโรงงานอยู่ในไทยด้วย ก็ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกด้วย

Yamamori มีการผลิตเครื่องแกงไทยสำเร็จรูปพร้อมนำไปปรุงเมนูไทยยอดฮิตต่าง ๆ อย่างแกงเขียวหวานและต้มยำกุ้งออกมาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นอีกไลน์ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทภาคภูมิใจ เพราะทำให้ได้ครองตำแหน่งผู้ผลิตเครื่องแกงไทยสำเร็จรูปรายใหญุ่สุดของญี่ปุ่น

อาหารไทยในญี่ปุ่นถือเป็นตลาดที่มีอนาคตสดใส โดยในส่วนของร้านอาหารปี 2019 มูลค่าตลาดอยู่ที่ 72,700 ล้านเยน (ราว 19,900 ล้านบาท) เพิ่มจาก 66,800 ล้านเยน (ราว 18,300 ล้านบาท) ของเมื่อปี 2014  และสถานการณ์โควิดที่พ้นวิกฤตไปแล้วน่าจะทำให้ธุรกิจร้านอาหารไทยโตได้อีก

ขณะเดียวกันอาหารไทยแบบพร้อมรับประทานยังมีขายอยู่ตามร้านสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วญี่ปุ่น

ท่ามกลางความนิยมดังกล่าว และความต้องการทำอาหารไทยให้ถูกต้องตามต้นตำรับ ประกอบกับความใส่ใจในรายละเอียดของชาวญี่ปุ่นเอง จึงทำให้ผักสวนครัวไทยอย่าง มะเขือเปราะ กะเพราและตะไคร้ ที่เป็นส่วนประกอบของ 3 เมนูดังอย่าง แกงเขียวขวาน ผัดกะเพรา และต้มยำกุ้ง เป็นที่ต้องการมากขึ้น

จากสภาพการณ์ทั้งหมดดังกล่าว Yamamori จึงเห็นช่องทางในการทำธุรกิจใหม่ โดยได้เริ่มมีการปลูกผักสวนครัวไทยทั้ง 3 ชนิดนี้ขึ้นเองในญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อปี 2021 ผ่านการทำเกษตรแบบพันธสัญญา (Contract farming) ที่เมื่อได้เก็บเกี่ยวพืชเหล่านี้จะถูกส่งมาให้ Yamamori โดยตรง  

แม้ยังอยู่ในช่วงพัฒนาพันธุ์ให้พืชสวนครัวไทยเหล่านี้โตได้ในสภาพอากาศของญี่ปุ่นและทนต่อแมลง แต่ Yamamori ก็ตั้งเป้าเอาไว้แล้วว่า ถ้าประสบความสำเร็จ Yamamori จะส่งผักทั้ง 3 ชนิดนี้ ไปขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่น

และป้อนตลาดร้านอาหารไทยที่อยากได้ผักสวนครัวไทยสดจากไร่นำไปปรุงเมนูดังให้ถึงเครื่องตรงตามต้นตำรับ ซึ่งจะถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ในตลาดอาหารไทยในญี่ปุ่น

พร้อมตัดปัญหาการซื้อผักสวนครัวไทยนำเข้าที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน และราคายังแพงกว่าผักญี่ปุ่นอีกด้วย โดยมะเขือเปราะนำเข้าราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,500 เยน (ราว 412 บาท) แพงกว่ามะเขือญี่ปุ่นซึ่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 600 เยน (ราว 164 บาท)

คาโอริ มินาอุระ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการหมักและอาหารสุขภาพของ Yamamori ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าโครงการปลูกผักสวนครัวไทยในญี่ปุ่น มุ่งมั่นกับโครงการนี้มาก และหวังว่าในอนาคตจะมีผักสวนครัวไทยจากฟาร์ม Yamamori สดใหม่ทุกวันวางขายทั่วซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่น/nikkei



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน