ทั้งที่ได้ชื่อว่าเป็นยักษ์เอเชียเหมือนกัน แต่อินเดียยังคงตามจีนอยู่หลาย ๆ ด้าน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมโรงงาน ทว่าการได้รับความไว้วางใจจาก Apple มากขึ้นอาจเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนของเรื่องนี้

Apple ไฟเขียวให้กลุ่มโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ในอินเดีย เริ่มผลิต iPhone 14 ที่เพิ่งเปิดตัวไป ถือเป็นครั้งแรกที่โรงงานใน “ดินแดนชมพูทวีป” ได้ร่วมผลิต iPhone รุ่นใหม่ หลังเป็นได้เพียงฐานการผลิตรองอันดับหลัง ๆ ต่อจากจีนและเวียดนาม

ฐานการผลิตของ Apple ในอินเดียเป็น OEM จากไต้หวันคือ Wistron และ Foxconn กับ Luxshare ของจีนที่ไปตั้งโรงงาน โดยในจำนวนนี้ Wistron เป็นโรงงานแรกที่ประเดิมสายการผลิต

เริ่มจาก iPhone SE ในปี 2017 ซึ่งต่อเนื่องมาจากการโน้มน้าวของบริษัทต่างชาติลงทุนและสร้างโรงงานของนายกรัฐมนตรี นาเรนทรา โมดิ เมื่อปี 2014

พอปี 2018 ที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนรุนแรง Apple ก็สั่งให้โรงงาน OEM ทั้งในเวียดนามกับอินเดีย เตรียมพร้อมเพิ่มกำลังการผลิต

และในเวลาต่อมาที่เกิดสถานการณ์โควิดจนฐานการผลิตใหญ่ในจีนต้องปิดไปหลายครั้ง แผนการนี้ก็เริ่มมีการพูดถึงอย่างจริงจัง โดยปี 2021 กลุ่มโรงงานในอินเดียผลิต iPhone และได้เพิ่มเป็น 7 ล้านเครื่อง ทำให้ Apple เริ่มมั่นใจว่าโรงงานในอินเดียน่าจะมีศักยภาพในการผลิตรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวด้วย จนนำมาสู่การผลิต iPhone 14 ดังกล่าว

ความเคลื่อนไหวนี้ยังทำให้อินเดียทวีความสำคัญต่อ Apple ท่ามกลางรายงานจาก Press Trust สำนักข่าวเก่าแก่ของอินเดียที่ว่า ในปี 2025 สัดส่วนการผลิต iPhone ของโรงงานในอินเดียเทียบกับสัดส่วนทั่วโลกจะขึ้นไปอยู่ที่ 25% เพิ่มจากเพียง 5% ของปี 2022

ประโยชน์ที่ Apple จะได้จากการเพิ่มสัดส่วนการผลิตในอินเดียไม่ได้มีแค่ลดผลกระทบจากสงครามการค้า ลดการพึ่งพาจีน และกระจายความเสี่ยงถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยอย่างการระบาดของโรคระบาด เช่น โควิด ในอนาคตเท่านั้น แต่ยังฉุดให้ราคา iPhone ในอินเดียถูกลง และช่วยให้เจาะตลาดอินเดียได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ขณะเดียวกันในอนาคตจะทำให้ยักษ์ธุรกิจบริษัทอื่น ๆ มาตั้งฐานการผลิตในอินเดีย ที่ค่าจ้างแรงงานยังถูกกว่าจีน และช่วยทำให้แผนการเป็นแหล่งผลิตสำคัญในเอเชียเพื่อการส่งออก

ซึ่งผลักดันให้เศรษฐกิจอินเดียขยายตัวตามแผนของนายกรัฐมนตรีนาเรนทรา โมดิ ที่ตั้งเป้าให้ยอดส่งออกของประเทศเพิ่มเป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 75 ล้านล้านบาท) เมื่อถึงปี 2027 เป็นจริงอีกด้วย

ถ้าแผนการนี้เป็นจริงจะช่วยสร้างงานให้อินเดียที่จะแซงจีน ขึ้นเป็นประเทศประชากรมากสุดในโลกประเทศใหม่ ได้อย่างมหาศาล และยังยกระดับให้อินเดียขึ้นมาฐานการผลิตสำคัญ จนได้ชื่อว่าเป็นโรงงานโลกแห่งใหม่

เพิ่มจากการเป็นที่ตั้งของประเทศที่เต็มไปด้วยบริษัทที่คว้าสัญญาจากบริษัทต่างชาติที่ต้องการจ้างให้บริษัทภายนอกมา (Outsource) ทำงานในสำนักงานแทน จนได้ชื่อว่าสำนักงานโลกมาช้านาน

และน่าจะจูงใจให้ชาวอินเดียระดับหัวกะทิที่ไปทำงานในต่างประเทศถึงขั้นเป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทระดับโลกกลับบ้านเกิดได้อีกด้วย/nikkei, aljazeera, cnn



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน