สื่อเกาหลีใต้รายงานอ้างข้อมูลจากค่ายเพลง K-pop ว่า จำนวนสมาชิกใหม่ที่เป็นชาวจีน นับรวมดินแดนในปกครองของจีนคือ ฮ่องกงและมาเก๊า กับประเทศที่ใช้ภาษาจีนอย่าง ไต้หวันด้วย กำลังลดลงตามนโยบายลดการพึ่งพาตลาดจีน

อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากยอดขายผลงานของแต่ละวงที่ลดลง มาตรการเข้มงวดเพื่อจำกัดสื่อบันเทิงต่างชาติ และความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานระหว่างจีนกับเกาหลีใต้

บรรดาวง K-pop คือ Soft power สำคัญที่พาเกาหลีใต้ผงาดขึ้นมาบนเวทีโลก และถือเป็นสินค้า ส่งผลให้ทำเงินเข้าประเทศได้มหาศาลมากว่า 20 ปี โดยกลยุทธ์หลักคือการคัดคนจากประเทศที่ต้องการขยายตลาดเข้ามาเป็นสมาชิกของวงใหม่ ๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่า

เพื่อให้เป็นผู้นำแคมเปญหรือกิจกรรมต่าง ๆ ในประเทศบ้านเกิดของแต่ละคน ซึ่งประโยชน์ที่ได้กลับมาคือยอดขายผลงาน และยอดขายบัตรคอนเสิร์ต ที่เพิ่มขึ้นในประเทศบ้านเกิดของแต่ละคน

จีนคือหนึ่งในประเทศที่บรรดาค่ายเพลง k-pop ใช้กลยุทธ์นี้เห็นได้จากวงอย่าง EXO มีสมาชิกชาวจีนหรือที่สามารถพูดภาษาจีนได้อยู่ในวงด้วยอย่างน้อยวงละคน โดยยืนยันได้จากระหว่างปี 2012-2017 มีสัดส่วนสมาชิกที่พูดจีนได้อยู่ในวง K-pop สูงถึง 31% จาก 32 วง

EXO

แต่พอปี 2018 เป็นต้นมาลดลงมาอยู่ที่เพียง 14% วง K-pop ที่มีสมาชิกพูดภาษาจีนได้ในปัจจุบันหรือถือเป็นวง K-pop รุ่น 4 มีเพียง 4 วงคือ ((G)I-DLE, Cherry Bullet, aespa และ Kep1er

((G)I-DLE

ขาลงดังกล่าวเป็นผลจากยอดขายผลงานวง K-pop จากจีน เมื่อคิดเป็นสัดส่วนยอดขายในต่างประเทศที่ลดลง จาก 36.1% ในปี 2017 ลงมาเหลือ 25.7% ในปี 2018 จากนั้นก็ร่วงอีก ลงมาอยู่ที่ 18.2% ในปี 2019 และเพียง 12.6% ในปี 2020   

ส่วนปัจจัยลบที่ฉุดให้ยอดขายเพลง K-pop ของตลาดจีนลดลงเริ่มมาจากจีนไม่พอใจที่เกาหลีใต้ซื้อระบบขีปนาวุธจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 ต่อด้วยมาตรการจัดระเบียบที่ลามมาถึงวงการบันเทิงและมาตรการสกัดโควิดที่เข้มงวดซึ่งทำให้ไม่สามารถจัดคอนเสิร์ตได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ค่ายเพลง K-pop จึงลดความสำคัญของชาวจีนหรือผู้ที่พูดจีน ซึ่งต่อเนื่องสู่การลดผู้ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวในวงรุ่นใหม่ ๆ โดยสองตัวอย่างที่ชัดเจนยืนยันเทรนด์นี้คือ HYBE ต้นสังกัดของ BTS  ตัดจีนและดินแดนที่พูดภาษาจีนออกจากตารางเฟ้นหาสมาชิกวงรุ่นใหม่ในปีนี้  

ส่วนรายการ MNET ของ CJNEM ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้ก็ตัดฮ่องกงจากการเป็นสถานที่จัดงานในปีนี้ ทั้งที่เคยเป็นมาถึง 4 ครั้งตั้งแต่ปี 2012-2018 แล้วหันไปจัดที่ญี่ปุ่นแทน

สื่อเกาหลีใต้วิเคราะห์ผ่านทัศนะคนในอุตสาหกรรมบันเทิงและนักวิชาการร่วมชาติว่า ตราบใดที่จีนยังคงเข้มงวดต่อคอนเทนต์ต่างชาติ ก็จะกระทบมาถึงเพลง K-pop และคอนเทนต์เกาหลีใต้ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันด้วย

ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้คือลดความสำคัญของตลาดจีนแล้วหันไปเฟ้นหาสมาชิกในกลุ่มประเทศ ASEAN สหรัฐฯ หรือยุโรปมากขึ้น เพราะยอดขายผลงานและบัตรคอนเสิร์ต ในทั้ง 3 ตลาดยังคงโตได้อีก/koreatimes



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน