1.ตลาดมือถือหดตัวตามเศรษฐกิจหดตัว และมีดีมานด์กับซัพพลายไม่สอดคล้องกัน จากมือถือรุ่นใหม่ออกมากระตุ้นตลาดจำนวนมาก แต่ความต้องการในการซื้อมือถือไม่ได้สูงตามการเปิดตัวมือถือเหมือนที่ผ่านมา ตลาดมือถือยังคงขับเคลื่อนด้วยมือถือหน้าจอใหญ่
2.พฤติกรรมผู้บริโภคในการเปลี่ยนมือถือใหม่ ไม่หวือหวาเหมือนในอดีต โดยมี Lifecycle เฉลี่ย 1 ปี และส่วนใหญ่จะเปลี่ยนมือถือเมื่อตัวเครื่องทำงานได้ช้าลง
3.ผู้บริโภคยึดติดกับแบรนด์น้อยลงและหันมาตัดสินใจเลือกซื้อมือถือจากวัสดุและดีไซน์มากขึ้น
4.งาน Mobile Expo ในครั้งนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1.5 พันล้านบาท ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยลบจากช่วงเวลาหยุดยาวที่ติดต่อกันหลายช่วง ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์เป็นต้นมา ผู้บริโภคบางกลุ่มจึงชะลอการซื้อมือถือเครื่องใหม่ทดแทนเครื่องเก่าที่ยังใช้ได้อยู่
5.ราคาจำหน่ายมือถือในงาน Mobile Expo ลดลงกว่าครั้งผ่านมาประมาณ 10-15% ในสเปคเดียวกัน เช่นจาก 15,000 เหลือ 12,000 บาท ซึ่งเป็นเทรนด์เดียวกับตลาดทั่วประเทศ เนื่องจากแบรนด์หันมาเล่นสงครามราคาเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เปลี่ยนมือถือเร็วขึ้นจากกำหนด
6.เกมบนมือถือเป็นตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากมือถือสเปคสูงในราคามือถือที่ถูกลง กระตุ้นให้ผู้บริโภคสามารถเล่นเกมที่ต้องใช้สเปคเครื่องสูงๆ ได้มากขึ้น และในงาน Moble Expo ครั้งนี้ได้ขยายโซนเกมใหญ่กว่าที่ผ่านมาพร้อมการประกวดเล่นเกม e-Sport บนมือถือเป็นครั้งแรกในไทย

