Freitag Brother

เพราะความเชยไม่น่าหยิบจับ ทำให้ผลิตภัณฑ์ Recycle ไม่แพร่หลายเท่าที่ควร แต่ไม่ใช่กับ Freitag กระเป๋าจากความคิดสร้างสรรค์ 

Markus และ Daniel คู่พี่น้องชาวสวิสที่ใช้นามสกุลเป็นชื่อแบรนด์ พวกเขาชุบชีวิตของเหลือใช้ที่ถูกเมินให้กลายมาเป็นสินค้าแฟชั่นสุดเท่ ดูดีมีราคาที่เหล่า Hipster และคนหัวใจสีเขียวทั่วโลกต่างก็อยากได้มาครอบครองจนแทบลืมไปเลยว่ากระเป๋าทุกใบทำมาจากผ้าใบรถคลุมบรรทุก ยางในจักรยาน และเข็มขัดนิรภัย

ทั้งสองเกิดคลานตามกันมาในปี 1969 และ 1970 ในครอบครัวที่พ่อเป็นนักประชาสัมพันธ์และแม่ทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ โดยการอาศัยอยู่ในบ้านไร่ คำสอนของพ่อที่ย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของสิ่งเหลือใช้ และการโตมาในยุคที่สวิสเซอร์แลนด์ขาดแคลนน้ำมันหล่อหลอมให้พวกเขากลายเป็นคนรักธรรมชาติและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเห็นความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างประหยัดและการลดปล่อยมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศมาแต่ไหนแต่ไร อันเป็นเหตุให้พวกเขาไปบอกผู้ปกครองว่าไม่ควรซื้อรถครอบครัวคันใหม่แล้วหันมาใช้บริการขนส่งมวลชนแทนและหลงรักการขี่จักรยาน

ปี 1979 คนคู่นี้รู้จักกับธุรกิจสีเขียวที่ขับเคลื่อนด้วยกระบวนการ Recycle ผ่านแคมเปญคืนขวดของแบรนด์โยเกิร์ตในประเทศ ถัดมาปี 1990 เข้าใจความหมายของอัตลักษณ์ที่แสดงความเป็นตัวตน (Individuality) หลังได้ชม Wild at Heart ภาพยนตร์แนว Road Movie ของ David Lynch ผู้กำกับสุดเซอร์ ซึ่งตัวเอกในเรื่องพูดว่า “เสื้อแจ็คเก็ตหนังงูคือสิ่งที่แสดงความเป็นตัวตนของผม” หลังจบการศึกษาพวกเขาเข้าสู่โลกการทำงาน โดย Freitag คนพี่เลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักออกแบบตู้โชว์หน้าร้าน ส่วนคนน้องทำงานเป็น Graphic Designer

ฝนที่ตกเป็นประจำในนคร Zurich ระหว่างปั่นจักรยานไปทำงานเมื่อปี 1993 ทำให้ Markus กับ Daniel มองหากระเป๋าดีไซน์สวยทนแดดทนฝน โดยที่สุดแล้วก็มาหยุดลงตรงที่ผ้าใบคลุมรถบรรทุก ซึ่งพวกเขาเห็นอยู่ทุกวันจากหน้าต่างห้องพักใกล้ทางด่วนนั่นเอง ผ้าใบดังกล่าวถูกนำมาล้าง ตัดขึ้นรูป เย็บขอบให้เรียบร้อยด้วยยางในจักรยาน ส่วนสายก็ทำจากเข็มขัดนิรภัย กระเป๋าที่ได้นอกจากถูกใจ
ทั้งคู่แล้วยังเป็นที่ต้องการของเพื่อนร่วมงานด้วยซึ่งทั้งหมดพวกเขาทำกันเองในห้องพัก

หลังต้องเย็บกระเป๋ากันเองมากเข้า ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสินค้าเป็นที่ชื่นชอบของ Messenger นักปั่นในนคร New York ทั้งสองจึงตัดสินใจออกจากงานมาปั้นแบรนด์ที่ใช้ชื่อสกุลของตัวเองอย่างเต็มตัว

โดย Freitagเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากเงินลงทุนก้อนแรก 2,300 ฟรังก์สวิส (ราว 75,900 บาท) เพื่อซื้อจักรเย็บอุตสาหกรรมช่วงตั้งโรงงาน ตามด้วยเงินอีก 20,000 ฟรังก์สวิส (ราว 660,000 บาท) ที่ยืมมาจากพ่อแม่เพื่อขยายกิจการและกู้เงินจากธนาคารอีกเพียง 2 ครั้งเพื่อขยายสาขาและซื้อเครื่องจักรโรงงานเพิ่มที่โรงงานในเขต Oerilkon ทางตอนเหนือของนคร Zurich

Markus กล่าวถึงสาเหตุที่เลี่ยงการนำเงินจากนักลงทุนภายนอกมาขยายกิจการว่า “บริษัทก็เหมือนรถโรลส์รอยส์ของเรา เราใช้เงินบริษัทขยายกิจการเพื่อให้องค์กรสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง (โดยปราศจากการแทรกแซงจากผู้ถือหุ้น) บางทีมันอาจเป็นวิถีของนักออกแบบที่เห็นว่าผลิตภัณฑ์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด หากมีกำไรก็ควรนำมาใช้ต่อยอดธุรกิจ” เจ้าตัวยังเผยอีกว่า การที่ผ้าใบคลุมรถบรรทุก
ผืนหนึ่งสามารถตัดออกมาทำกระเป๋าได้หลายใบทำให้เกิดเรื่องน่ารักขึ้น เหมือนชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งตกหลุมรักกันหลังรู้ว่ากระเป๋าของแต่ละคนมาจากผ้าใบผืนเดียวกัน

Freitag

ลูกค้าคือเพื่อน

ส่วน Daniel ระบุว่าความสำเร็จของ Freitagมาจากแนวคิดหลัก 2 ประการคือ การนำของเหลือใช้กลับมาใช้ในบริบทใหม่ (Recontextualization) และการคิดแบบองค์รวม (Think Holistic) พร้อมเสริมว่า ผลิตภัณฑ์ที่ดีจะสามารถขายตัวเองได้และจงซื่อสัตย์กับลูกค้าเหมือนที่ Freitag เรียกลูกค้าว่า เพื่อนของแบรนด์ (Brand Friends) แทนที่จะเป็นกลุ่มเป้าหมาย (Target Group)

ปัจจุบัน Freitagซึ่งชื่อแบรนด์หมายถึงวันศุกร์ในภาษาเยอรมันมีพนักงานที่โรงงานหลักในสวิสเซอร์แลนด์เพียง 160 คน มี F-Store ร้านที่ขายสินค้าของทางแบรนด์อยู่เกือบ 500 แห่งทั่วโลก ยอดขายกระเป๋าอยู่ที่ปีละ 400,000 ใบ โดยทั้งหมดต้องใช้ผ้าใบรถบรรทุกน้ำหนักรวม 440 ตัน ยางในจักรยาน 35,000 เส้น และเข็มขัดนิรภัยอีก 288,000 เส้นในการผลิต ล่าสุดเพิ่งเปิดแบรนด์เสื้อผ้าผลิตจากเส้นใยธรรมชาติในชื่อ F-ABRIC

ส่วน Markus กับ Daniel ยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้ก่อตั้ง CEO และหัวหน้านักออกแบบร่วมกัน โดยทั้งคู่ยังไม่มีใบขับขี่เพราะยังปั่นจักรยานหรือใช้ขนส่งมวลชนอยู่เป็นประจำเหมือนที่ทำมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer