Danone มาทำความรู้จักแบรนด์ผู้ผลิตโยเกิร์ตรายใหญ่ระดับโลกกัน
ถ้าพูดถึงแบรนด์โยเกิร์ตที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย หลายคนคงคิดถึงแบรนด์ meiji (เมจิ) แบรนด์ Dutchie (ดัชชี่) หรือแบรนด์ Yolida (โยลิดา) แต่ถ้าถามคนยุโรปแล้วล่ะก็คงได้คำตอบเป็นแบรนด์ Danone (ดานอน) แน่นอน เพราะแบรนด์นี้เป็นหนึ่งในแบรนด์โยเกิร์ตที่ได้รับความนิยมในยุโรปนั่นเอง
โดยแบรนด์ Danone เป็นบริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบสุขภาพที่ดีด้วยอาหารให้กับผู้คนให้ได้มากที่สุด ซึ่งความมุ่งมั่นของ Danone เริ่มต้นขึ้นในปี 1919 ที่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Isaac Carasso (ไอแซค การาซโซ่) เริ่มทำโยเกิร์ตเพื่อช่วยเด็กที่ติดเชื้อในลำไส้ โดยใช้เชื้อจากสถาบัน Pasteur (ปาสเตอร์) และในปี 1920 เขาก็ได้ขายโยเกิร์ตครั้งแรกในร้านขายยาในบาร์เซโลนาก่อนจะขยายไปสู่ร้านขายของชำทั่วประเทศ
ปัจจุบันแบรนด์ Danone ได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกที่เน้นอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ โดยมีการพัฒนาและวิจัยต่าง ๆ เพื่อผลิตสินค้าให้มีคุณภาพมากที่สุดให้กับทุกคน ซึ่งยอดขายของ Danone มากกว่า 20 พันล้านยูโรในแต่ละปีเลยทีเดียว
จากจุดเริ่มต้นง่าย ๆ ของ Isaac Carasso สู่แบรนด์โยเกิร์ต Danone
เรื่องราวของแบรนด์โยเกิร์ต Danone เกิดขึ้นในปี 1916 ในขณะที่ Isaac Carasso พาภรรยาและลูกสามคนกลับไปที่สเปน ซึ่งเป็นบ้านของบรรพบุรุษของเขา
Isaac Carasso ได้เห็นเด็ก ๆ ในรุ่นราวคราวเดียวกับลูกของเขาในท้องถิ่นเกิดโรคภัยไข้เจ็บและขาดสารอาหารกันเยอะ เขาเลยเกิดความมุ่งมั่นที่จะผลิตอาหารที่เต็มไปด้วยสารอาหาร
ด้วยแรงบันดาลใจจากการวิจัยของนักชีววิทยาและผู้ชนะรางวัลโนเบล Ilya Mechnikov (อีลี เมตช์นิคอฟ) ในการหมักนมที่สถาบัน Pasteur เขาจึงลองผสมนมสดเข้ากับการหมัก เพื่อสร้างโยเกิร์ตยี่ห้อ Danone ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นอาหารที่พบได้ทั่วไปในประเทศกรีซ ประเทศเกิดของเขานั่นเอง
ตั้งแต่นั้นมา Danone ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จนธุรกิจของ Isaac Carasso ได้ขยายตลาดจากสเปนสู่ฝรั่งเศส และในปี 1939 Danone ก็ประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นธุรกิจระดับโลก เรียกได้ว่าโยเกิร์ตเป็นที่นิยมในครัวเรือนภายใต้แบรนด์ Danone ในยุโรปเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ในปี 1941 แบรนด์ Danone ยังได้ขยายตลาดมายังนิวยอร์กอีกด้วย ซึ่งคราวนี้แบรนด์ได้ดัดแปลงโยเกิร์ตให้เข้ากับรสชาติของท้องถิ่น โดยใส่แยมผลไม้ลงไปอีกชั้นหนึ่ง รสชาติโยเกิร์ตนี้ถูกใจคนอเมริกันมาก ๆ ส่งผลให้ธุรกิจโยเกิร์ตของ Danone เติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นแหล่งอ้างอิงในด้านคุณภาพและรสชาติ
ต่อมาธุรกิจ Danone ในอเมริกันถูกขายให้กับ Beatrice Foods ในปี 1959 ก่อนแบรนด์จะซื้อคืนในปี 1981 ในขณะที่ธุรกิจ Danone ในยุโรปได้รวมกับ Gervais ผู้ผลิตชีสสดชั้นนำในฝรั่งเศส และกลายเป็น Gervais Danone ในปี 1973 ก่อนที่บริษัทจะได้ควบรวมกิจการกับผู้ผลิตขวด BSN อีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Groupe Danone ในปี 1983 หลังจากนั้นเป็นต้นมา Danone ก็เริ่มขยายธุรกิจไปทั่วโลก
ด้วยความที่ BSN เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มและอาหารทารกรายใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส ซึ่ง BSN ได้ซื้อกิจการ Evian, Kronenbourg, Société Européenne de Brasseries และ Blédina (เดิมชื่อ Evian Solide) ทำให้ Danone ขยายธุรกิจได้เป็นเท่าตัว
นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมา Danone เข้าซื้อกิจการหลายบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Amora, Maille, Vandamme, La Pie qui Chante, Liebig, Galbani และ Volvic และในเวลาไม่ถึง 20 ปี Danone ก็กลายเป็นบริษัทอาหารที่ใหญ่เป็นอันดับสามของยุโรป เป็นผู้นำตลาดในฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม สเปน อิตาลี ลักเซมเบิร์ก และโปรตุเกส
ปัจจุบัน Danone ดำเนินงานในกว่า 120 ประเทศ โดยมีฐานที่แข็งแกร่งในยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก มีพนักงานมากกว่า 100,000 คนทั่วโลก และมีส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญในหลายประเทศที่แบรนด์เข้าไปดำเนินงาน
เรียกได้ว่า Danone ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ อย่างในปี 2021 ยอดขายรวมของแบรนด์อยู่ที่ 24.2 พันล้านยูโร รายรับสุทธิ 1.9 พันล้านยูโร สินทรัพย์ทั่วโลกมูลค่า 45 พันล้านยูโร และมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลก 21% ในอุตสาหกรรม สิ่งเหล่านี้ช่วยตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
ถอดเคล็ดลับความสำเร็จของ Danone แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่เริ่มจากโยเกิร์ต
จากแบรนด์ผู้ผลิตโยเกิร์ตธรรมดาสู่ยักษ์ใหญ่ด้านอาหาร Danone ได้ทำการวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บริษัทมักจะสังเกต วิจัย ผลิต และทำการตลาดในสิ่งที่เป็นที่ต้องการของตลาด
อย่างในตอนที่บริษัทขยายธุรกิจโยเกิร์ตไปยังสหรัฐอเมริกา Danone ค้นพบว่าชาวอเมริกันชื่นชอบอาหารที่มีรสชาติ ทางแบรนด์จึงได้ปรับเปลี่ยนเป็นรสชาติที่แปลกใหม่เพื่อความอร่อย หรือในตอนที่ Danone ขยายธุรกิจไปยังรัสเซียหลายปี ทางแบรนด์ก็ได้ใช้ส่วนผสมในท้องถิ่น เพื่อตอบสนองความชอบของชาวรัสเซีย
นอกจากนี้ Danone ยังมีการวิเคราะห์และพัฒนาธุรกิจ โดยเน้นโยเกิร์ตเป็นศูนย์กลางอยู่เสมอ และคอยเสริมในอุตสาหกรรมอื่น ๆ อย่างโภชนาการหรืออาหารเด็กแทน สิ่งนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้แบรนด์ Danone กลายเป็นบริษัทอาหารข้ามชาติระดับโลกนั่นเอง
และถึงแม้ Danone จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย แต่ Danone ก็ยังคงมุ่งมั่นในผลิตภัณฑ์หลักของพวกเขา และไม่ลืมความมุ่งมั่นที่จะผลิตอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้คนต่อไป ทำให้นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ Danone ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นโยเกิร์ตรสชาติต่าง ๆ การควบรวมกิจการกับบริษัทน้ำ การเข้าสู่โลกของบิสกิต หรือการสร้างศูนย์นวัตกรรมทั่วทุกสาขา เพื่อการเติบโตมาโดยตลอด
ปัจจุบัน Danone เป็นบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารและนมอันดับ 1 ในสเปนและอิตาลี และใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรป Danone เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์นมอันดับ 7 ของโลก และแบรนด์น้ำ Evian ครองอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมน้ำแร่ทั่วโลก สิ่งที่เหลือเชื่อคือแม้ผ่านไปหนึ่งศตวรรษ แบรนด์ Danone ก็ดูเหมือนจะไต่บันไดแห่งความสำเร็จอย่างต่อเนื่องและเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคตอีกด้วย
ที่มา:
https://www.danone.com/about-danone/we-are-danone.html#MISSION
https://en.wikipedia.org/wiki/Danone
View at Medium.com
https://blog.gitnux.com/companies/danone/
https://www.cascade.app/studies/danone-strategy-study
–






