ก้าวถัดไปกับ 4 ข้อตกลงระหว่างไทยและ Alibaba

เรื่อง : อิทธิชัย อรรถกระวีสุนทร

กลายเป็นกระแสวิจารณ์กันมากเกี่ยวกับการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ Jack Ma ผู้ก่อตั้งเครือ Alibaba ซึ่งได้นำไปสู่การลงนามตกลงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย (MOU) แล้วหลายภาคส่วนก็ได้วิจารณ์และแสดงทัศนะกันอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับบทบาทของ Alibaba และการแสวงหาผลประโยชน์ในด้านต่างๆนั้น

วันนี้ผมจึงอยากนำข้อตกลงทั้ง 4 ด้านที่ได้มีการตกลงร่วมกัน ไปจนถึงก้าวถัดไปของความร่วมมือในระยะสั้นนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยทุกท่านได้ร่วมกันวิเคราะห์ว่าจะสามารถใช้ประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง โดยจะขอเน้นที่สาระหลักและแก่นของแต่ละข้อ ดังนี้ครับ

 

1.เปิดหน้าร้าน E-Commerce

“เป้าหมายหลักคือ เพื่อกระตุ้นผลผลิตเพื่อการค้าและส่งออก”

ข้อนี้เป็นความร่วมมือด้านการค้า ซึ่งมีสาระสำคัญคือ จะเป็นการใช้รูปแบบ E-Commerce เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการผลิตสินค้าด้านเกษตรกรรมเพื่อการส่งออกไปยังประเทศจีน

สำหรับข้อนี้โดยสรุปง่ายๆก็คือ จะเป็นการนำเว็บไซต์ Tmall และ Taobao ไปจนถึงช่องทางต่างๆที่อาจจะมีเพิ่มเติมในอนาคตมาใช้เปิดหน้าร้านสำหรับขายสินค้าไทยโดยเฉพาะด้านกลุ่มสินค้าการเกษตรและที่เกี่ยวข้องนั่นเองครับ ซึ่งทุกวันนี้คนจีนใช้ช่องทางเหล่านี้ในการซื้อสินค้าอยู่แล้วด้วย

ซึ่ง Jack Ma ได้โชว์ผลลัพธ์จากข้อนี้แล้วก็คือ เหตุการณ์ที่ทุเรียนถูกนำไปขายบน Tmall จนหมด 80,000 ลูกภายใน 1 นาทีนั้น แม้ว่าโดยชื่อเสียงแล้ว ทุเรียนไทยจะเป็นของชอบสำหรับคนจีนอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นการโชว์ของที่ฉลาดมาก เพราะแสดงให้เห็นทันทีเลยว่า ข้อตกลงอันดับแรกนี้สามารถทำให้เป็นจริงได้

 

2.พัฒนาบุคลากรไทยสำหรับระบบ E-Commerce

มีข้อแรกคือระบบแล้ว แต่ไทยเรายังขาดคนที่ใช้งานได้ดีพอ ไม่ว่าจะภาคส่วนต่างๆหรือ SME ไทย ดังนั้นข้อนี้จึงมีสาระคือ ต้องการพัฒนาและสร้างบุคลากรของไทยที่จะสามารถใช้ E-Commerce และระบบการค้าทางออนไลน์ได้นั่นเอง

ข้อนี้ยังไม่ได้ครอบคลุมเพียง SME แต่ยังเป็นโอกาสให้ เกษตรกร พ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องการขายสินค้าไปที่จีนได้มีโอกาสใช้ช่องทางในการขายให้เป็นครับ หรือเรียกง่ายๆว่านี่คือโปรเจคพัฒนา Smart Farmer สำหรับอนาคต

สำหรับวิธีการ ในทางนโยบายคือ ทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะร่วมมือกับโรงเรียนสอนธุรกิจในเครือ Alibaba Business School เพื่อฝึกอบรมแบะสอนบุคลากรสำหรับด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นโปรเจคต์ที่คงต้องอัพเดทข่าวสารกันต่อไปครับว่าจะเริ่มนำร่องกันแบบไหน ซึ่งข้อนี้ยังครอบคลุมถึงสนับสนุน Start Up สำหรับผู้ประกอบการไทยด้วยครับ

3.Digital Platform สำหรับการท่องเที่ยวไทย

เป็นความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยใช้ระบบ Digital Platform สำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งจะเป็นความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและบริษัทในเครือของ Alibaba คือ Zhejiang Fliggy Network Technology Company Limited

แนวทางหลักในข้อนี้ คือการใช้ Application สำหรับแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองรองและส่งเสริมการขายสินค้า ของฝาก ที่ระลึก โดยสามารถค้นหาและดูรายละเอียดได้จากบนมือถือ ซึ่งจะสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนที่มือถือกลายเป็นสิ่งของสำคัญในชีวิตประจำวันไปแล้ว

การส่งเสริมและโปรโมทการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ ก็จะช่วยให้ยกระดับและเพิ่มมูลค่าของสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก หรือของขึ้นชื่อในแต่ละถิ่น ซึ่งสิ่งที่จะตามมาคือ โอกาสเพิ่มยอดขายสินค้า และเป็นการเพิ่ม Value เชื่อมโยงสถานที่เข้ากับ Digital

4.ลงทุนใน Digital Hub สำหรับภาคตะวันออก

ข้อนี้คือความร่วมมือและลงทุนด้าน Smart Digital Hub ซึ่งทาง Alibaba จะลงทุนเป็นมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท เป้าหมายหลักคือ จัดตั้งและสร้างศูนย์ปฏิบัติการในสำนักงาน EEC ภูมิภาคตะวันออก ซึ่งนี่จะเป็นความร่วมมือระหว่างไทยกับ Cainiao Smart Logistics Network Hong Kong Limited

แล้วไทยจะได้อะไรบ้าง ซึ่งหลักๆก็คือ เป็นการพัฒนาและยกระดับด้าน Digital และการประมวลข้อมูลในระบบขนส่ง Logistics เพื่อช่วยให้มีความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า รวมถึงระหว่างไทย-จีน ไปจนถึงการส่งสินค้าไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน และยกระดับการส่งออกสินค้าไปยังประเทศอื่นทั่วโลกในขั้นถัดไปด้วย

จะเห็นว่าความร่วมมือแต่ละข้อนั้นมีเป้าหมายหลักชัดเจน ซึ่งหากอ้างอิงจากคำสัมภาษณ์ของ Jack Ma หลังจากความสำเร็จในการขายทุเรียนไทยแล้ว จะเห็นว่าเขาย้ำถึงเรื่องที่จีนได้กลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของโลกในเวลานี้ และผู้คนต่างก็กำลังร่ำรวยและมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้ ผู้มีรายได้ในชนชั้นกลางของจีนมีเพิ่มขึ้นมากกว่า 300 ล้านคน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือ นี่คือโอกาสดีที่สุดแล้วที่จะทำการค้าระหว่างประเทศในทวีปเอเชีย และจีนก็พร้อมที่จะเปิดกว้างสำหรับการค้าเสรีทุกรูปแบบเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นอกจากผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องศึกษาถึงโอกาสในช่องทาง E-Commerce แล้ว ก็ยังต้องศึกษาและประเมินถึงความเสี่ยงต่างๆที่จะเกิดขึ้นด้วย แต่ก็ยังถือว่านี่เป็นโอกาสสำคัญในการบุกตลาดจีนเช่นกันครับ


TheColumnist-China-1

อิทธิชัย อรรถกระวีสุนทร

ผู้ก่อตั้ง บริษัท เลเวลอัพ โฮลดิ้ง จำกัด ที่ปรึกษาด้านการตลาดจีน

เจ้าของเพจ Level Up Thailand และ Level Up China, และ เว็ปไซต์ https://www.levelupthailand.com/ความรู้การตลาดออนไลน์จีน

Speaker และ ผู้เขียนหนังสือ “บุกตลาดจีนด้วยโซเชียลมีเดีย