ฉางอานฯ เซ็นซื้อที่ดินนิคมอุตฯ ดับบลิวเอชเอ เขตอีอีซี ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ลงทุนเฟสแรก 8,862 ล้านบาท เดินเครื่องผลิตไตรมาส 1/2025 และเตรียมเปิด 2 โมเดลนำเข้าขายในไทย มอเตอร์ เอ็กซ์โป 30 พ.ย. นี้ รับอีวี 3.5 คืบหน้า

หลังเดือน เม.ย. 2566 บริษัท ฉางอาน ออโตโมบิล จำกัด (Changan Automobile) ค่ายยานยนต์จากจีน ได้ประกาศตั้งฐานโรงงานผลิตในไทยอย่างเป็นทางการ

25 ส.ค. 66 ฉางอานฯ ได้หนังสือรับรองจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลเพื่อประกอบธุรกิจในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

แบ่งเป็น 3 บริษัทย่อย ตามส่วนงาน

โรงงานประกอบรถยนต์

บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด

จัดจำหน่ายและการตลาดในประเทศ

บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

โรงงานผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่

บริษัท ฉางอาน ออโต้ คอมโพเน้นท์ส (ประเทศไทย) จำกัด

 

มร. เซิน / มิส จาง / นางสาวจรีพร 

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (26 ต.ค. 2566) ฉางอานฯ ก็ได้ประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินกับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในเครือดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป

ที่ดินจำนวน 245 ไร่ พื้นที่ใช้งาน 932,000 ตร.ม. ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น ซีบอร์ด 4 บนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อสร้างโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า โดยนับเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ภายใต้การสนับสนุนจากบีโอไอ

มร. เซิน ซิงหัว (Mr. Shen Xinghua) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด และกรรมผู้จัดการและประธานกรรมการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฉางอานฯ มีแผนใช้เงินลงทุนในเฟสแรกของโรงงาน กว่า 8,862 ล้านบาท สำหรับตั้งฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา ทั้งประเภท BEV, PHEV, REEV (Range Extended EV) สำหรับจำหน่ายในไทย และส่งออกสู่ภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และแอฟริกาใต้

 

กำลังการผลิตรถยนต์ 100,000 คันต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวา ภายในไตรมาส 1/2568 ไม่ว่าจะเป็นส่วนงาน หล่อโครงสร้างตัวถัง, พ่นสีรถยนต์, ประกอบรถยนต์, ผลิตเครื่องยนต์ภายใน, ประกอบแบตเตอรี่

นอกจากนี้ ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของไทยมากกว่าการเป็นฐานการผลิต จึงมีแผนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนารถยนต์ในไทยในระยะต่อไปอีกด้วย และจะขยายฐานการผลิตเฟส 2 อีก 300 ไร่ ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยถึง 200,000 คันต่อปี

 

อนึ่ง ฉางอาน ออโตโมบิล เป็นบริษัทขนาดใหญ่ระดับทอป 4 ของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน ก่อตั้งมาแล้วกว่า 60 ปี มีฐานการผลิตรถยนต์ 12 แห่งทั่วโลก ทำตลาดอยู่ใน 63 ประเทศทั่วโลก ยอดขาย 2.5 ล้านคันต่อปี ยอดส่งมอบรถยนต์สะสมกว่า 25 ล้านคัน

การทำตลาดในประเทศ หลังเปิดตัวเว็บไซต์ภาษาไทยอย่างเป็นทางการ changan.co.th ไปเมื่อต้นเดือน ก.ย. 2023  ปลายเดือน พ.ย. 2566 ส่วนงานฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) เตรียมเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่จะใช้วางขายในไทยอย่างเป็นทางการ รวม 2 โมเดล ก่อนเปิดให้จองในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2566 (30 พ.ย. – 11 ธ.ค. นี้) และเปิดตัวเพิ่มอีก 1 โมเดล ปี 2568

ปี 2567 ฉางอานฯ จะมีรถยนต์ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย อยู่ที่ 20,000-30,000 คัน เป้าเปิดศูนย์บริการหลังการขายให้ได้ 40 แห่ง หลังปัจจุบันมีการพูดคุยกับโลคอลพาร์ตเนอร์เอาไว้แล้ว และอยู่ระหว่างการวางโครงสร้างงานคอลเซ็นเตอร์

 

ผู้เขียนคาดการณ์จากโมเดลรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้โปรโมตหน้าเว็บไซต์ภาษาไทย และวิดีโอประชาสัมพันธ์ที่ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการจากฉางอานฯ

รถยนต์ไฟฟ้าที่จะเปิดตัวจะเป็น Deepal (ดีพอล) แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเน้นเจาะกลุ่มราคาล้านบาทกลาง ๆ ไม่เกิน 2 ล้านบาท

เริ่มต้น 2 รุ่นย่อย อ้างอิงสเปกตัวรถที่จำหน่ายในจีน (บริษัทแม่)

 

Deepal SL03 สปอร์ตซีดานไฟฟ้า 100% มอเตอร์ไฟฟ้า 189 kW พละกำลังสูงสุด 258 แรงม้า แบตฯ ลิเทียมเทอร์นารีของ CATL ขนาด 58.1 kWh วิ่งไกลสุด 515 กม. ต่อรอบการชาร์จเต็ม อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.9 วินาที

 

Deepal S7 ซีดานเอสยูวีไฟฟ้า 100% มอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังสูงสุด 258 แรงม้า แบตฯ ลิเทียมเทอร์นารีของ CATL ขนาด 58.1 kWh วิ่งไกลสุด 520 กม. ต่อรอบการชาร์จเต็ม อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที  

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ขอขอบคุณ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด ที่ให้ความเชื่อมั่นและเลือกดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดตั้งฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในประเทศไทย

นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 เป็นนิคมอุตสาหกรรมลำดับที่ 9 ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ในประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 2,443 ไร่ (รวมพื้นที่ส่วนขยาย) ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ของอีอีซีที่เอื้อต่อการส่งออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ

การเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ในอีอีซีอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุดของมาตรการอีวี 3.5 จรีพร เสริมในฐานะภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในอุตฯ ว่า รัฐบาลได้มีการอนุมัติจัดตั้งบอร์ดอีวีเรียบร้อย การประชุมเรื่องมาตรการอีวี 3.5 ครั้งแรกจะมีขึ้นในวันที่ 1 พ.ย. 2566

คาดการณ์เงินอุดหนุนรถยนต์อีวีนำเข้าต่อคัน อยู่ที่ประมาณ 50,000-100,000 บาท สัดส่วนผลิตชดเชยตามจำนวนนำเข้า 2-3 เท่า จาก 150,000 บาท และผลิตชดเชย 1-1.5 เท่าในมาตรการอีวี 3.0 เดิม

มิส จาง เซียวเซียว อัครราชทูตจีน ที่ปรึกษาแผนกพาณิชย์ ประจำประเทศไทย ที่ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดิน กล่าวว่า ม.ค. – มิ.ย. 2566 จีนนับเป็นประเทศที่มีการลงทุนในไทย ผ่านการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ภายใต้การสนับสนุนจากบีโอไอ มูลค่ารวม 61,000 ล้านบาท เป็นสัดส่วนที่มากกว่า 1 ใน 5 ของมูลค่าการลงทุนตรงจากต่างประเทศทั้งหมด

อนึ่ง ที่ผ่านมาบีโอไอได้อนุมัติโครงการยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว 23 โครงการจาก 16 บริษัท และหากเป็นไปตามแผนงาน ภายในปี 2573 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีสัดส่วน 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของประเทศไทย หรือ 725,000 คันต่อปี