การทำการตลาดแบบCollaboration Marketing” ยังคงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แกนหลักคือ การผนึกกำลังกันต่อยอดจุดเด่นของสินค้าทั้ง 2 แบรนด์ มานำเสนอให้กับลูกค้าในรูปแบบหรือแคมเปญใหม่ ๆ ที่ช่วยเปิดประตูโอกาสทางธุรกิจในหลายมิติ จึงไม่แปลกที่จะได้ผลตอบรับจากลูกค้าที่ค่อนข้างดี ทั้งในแง่ของยอดขาย และภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดูทันสมัยขึ้น และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา รวมถึงยังช่วยขยายกลุ่มลูกค้าและขยายการตลาดเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ในภาพลักษณ์ของแคมเปญการตลาดที่ยิ่งใหญ่ และดีมากกว่าเดิมให้กับแบรนด์สินค้าทั้งสองอีกด้วย

หนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นในการเดินกลยุทธ์ Collaboration Marketing ได้แก่ “อาริกาโตะ” (Arigato) แบรนด์เครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น ภายใต้การบริหารของ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) ที่ใช้การตลาดรูปแบบดังกล่าว ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง

ทำไม “อาริกาโตะ” ถึงประสบความสำเร็จกับ Collaboration Marketing ไปร่วมหาคำตอบพร้อมกัน

จุดแข็งของแบรนด์ คือ วัตถุดิบคุณภาพ ราคาเข้าถึงง่าย จุดบริการกว่า 800 สาขา

ความโดดเด่นของ “อาริกาโตะ” คือ เครื่องดื่มที่มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี นำเสนอในราคาที่เข้าถึงง่าย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานและวัยรุ่นที่ชอบการดื่มเครื่องดื่มรูปแบบต่าง ๆ โดยมีการคิดค้นและพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม และจับในเรื่องของ Trends ในช่วงเวลานั้น ๆ มาตลอด

ปัจจุบันอาริกาโตะมีสินค้าหลากหลายเมนู ทั้งหมวดกาแฟ มัทฉะ ช็อกโกแลต ชาไทย ยูซุ และหมวดอื่น ๆ อีกมากมาย Product Hero ที่เป็นที่นิยมสูงสุดในผู้บริโภค ได้แก่ “มัทฉะลาเต้” ใช้ผงมัทฉะแท้ 100% นำเข้าจากญี่ปุ่น ให้รสชาติอูมามิกลมกล่อม เข้มข้นหอมกลิ่นมัทฉะ ซึ่งอาริกาโตะได้ต่อยอดจุดเด่น โดยใช้มัทฉะมาพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ในทุก ๆ แคมเปญอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น และนำเสนอความพิเศษในรูปแบบสินค้าใหม่ ๆ ในราคาที่เข้าถึงง่าย

อีกหนึ่งจุดแข็งของแบรนด์คือ จุดเปิดบริการที่มาในรูปแบบ Shop in Shop ที่ร่วมกับร้านมิสเตอร์โดนัทกว่า 200 จุด และในจุดอื่น ๆ รวมกว่า 800 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างทั่วถึง

พาร์ทเนอร์ที่มีศักยภาพ + จุดแข็งของแบรนด์ = การ Collab ที่สมบูรณ์

ที่ผ่านมา อาริกาโตะ ได้เดินหน้าการตลาดแบบ Collaboration Marketing มาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมองหา พาร์ทเนอร์ที่มีศักยภาพ เป็นที่รู้จัก มี Product ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของกระแสในช่วงเวลานั้น ๆ และตรงกับกลุ่มเป้าหมายของอาริกาโตะ มาร่วมกันพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าใหม่ ๆ เพื่อนำเสนอให้กับลูกค้า

แต่ยังคงความโดดเด่นในแบบฉบับของอาริกาโตะคือ เครื่องดื่มรสชาติอร่อย กลิ่นอายญี่ปุ่น วัตถุดิบดี ในราคาเข้าถึงง่าย ซึ่งได้ผลตอบรับจากลูกค้าดีเสมอมา สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า และต่อยอดการขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ของทั้ง 2 แบรนด์ได้เป็นอย่างดี

โดยที่ผ่านมา พาร์เนอร์สำคัญที่ร่วม Collab สรรสร้างสิ่งใหม่ ๆ กับอาริกาโตะ ได้แก่

2021 :   Kitkat

2022 :   M150, Ovaltine, Kakao Friends (Tumblers) + Sibbil (Packaging Design from Thai Designer)

2023 :   Sun Quick, Oat Side, Oreo

 

ซึ่งจะเห็นว่า แต่ละแบรนด์ล้วนมีความโดดเด่น แตกต่าง มีจุดแข็ง และกลุ่มลูกค้าของตัวเองที่เหนียวแน่นทั้งสิ้น

การ Collab กับ Oreo” (โอรีโอ)  ถือเป็นแคมเปญความสนุกส่งท้ายปลายปี โดยหยิบเอกลักษณ์ของ  “Oreo” คุกกี้ช็อกโกแลต สอดไส้ครีมวนิลา พร้อมวลีฮิตชวนอร่อยติดปาก-คุ้นหูอย่าง “บิด ชิมครีม จุ่มนม” มาผสมผสานความกลมกล่อมกับเมนูยอดนิยมของอาริกาโตะ รังสรรค์ให้กลายเป็น 5 เมนูใหม่สุด Exclusive ที่รสชาติอร่อยโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม ให้สมกับเป็นเครื่องดื่มที่ทุกคนจะร่วมฉลองความอร่อยดื่มด่ำในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีนี้

ความสนุกไม่รู้จบ กระตุ้นตลาดเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ Collaboration Marketing แล้ว อาริกาโตะได้วางแผนกลยุทธ์เพื่อเดินหน้าสรรสร้างแคมเปญและความเคลื่อนไหวสนุก ๆ ให้กับตลาดเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น

– การคิดค้นและพัฒนาสินค้าใหม่ ที่ตรงกับ Trends/ Occasion/ Seasonal ในช่วงเวลานั้น ๆ หากย้อนไปจะเห็นว่าทุกการขับเคลื่อนของแบรนด์ ล้วนมาจากอินไซต์และเทรนด์ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งอาริกาโตะจับเทรนด์ต่าง ๆ และนำเสนอสินค้าออกมาได้อย่างตรงใจ ทำให้แบรนด์คว้าโอกาสได้อย่างรวดเร็ว

เช่น ในปีนี้มีกระแส “นมโอ๊ต” (Oat Side) นมทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ทานนมวัว แพ้แลคโตสในนมวัว หรือทานมังสวิรัติ ได้กลายมาเป็นนมหลักสำหรับเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น จนขายเป็นเมนูประจำร้านอาริกาโตะ 20 สาขา

ซึ่งในปี 2024 เรื่องสุขภาพยังคงเป็นเมกะเทรนด์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง  อาริกาโตะได้เตรียม นำเสนอความสนุกผ่านเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ ๆ ที่พร้อมเล่นไปกับกระแสสุขภาพอีกมากมาย อาทิ พรี-โพรไบโอติก ชาชีส และวัตถุดิบที่สนับสนุนท้องถิ่น รอติดตามได้เลย

Online Marketing สร้างกระแสการกินในรูปแบบใหม่ อาริกาโตะเดินหน้า Online Marketing ในแพลตฟอร์มตามเทรนด์ของกลุ่มเป้าหมาย ที่โดดเด่นที่สุดคือ Tiktok” ที่กำลังเป็นที่นิยมและสามารถสร้างกระแสการกินในรูปแบบใหม่ ๆ และสร้าง Viral ผ่านคลิปวิดีโอสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โลเคชั่นใหม่ ขยายการเข้าถึง และสร้างโอกาสการขายใหม่ ๆ ปัจจุบันแม้จะมีจุดบริการกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ แต่อาริกาโตะยังคงเดินหน้ามองหาโลเคชั่นใหม่ ๆ เพื่อขยายการเข้าถึงและสร้างโอกาสการขายใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดได้เปิด “ร้านอาริกาโตะ สาขาเดอะคอลัมน์ทาวเวอร์” ซึ่งเป็นรูปแบบโมเดล Stand Alone ที่ต่อยอดจากธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสการขายใหม่ ๆ โดยมีการเสริมไลน์สินค้าอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่สามารถทานคู่กับเครื่องดื่มและทานทดแทนอาหารเช้าเข้ามา จะมีทั้ง เมนูกลุ่มเบเกอรี่ อาหารเช้า แซนด์วิช รวมไปถึง กลุ่มสินค้าพร้อมดื่ม (RTD) เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าที่เป็นพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของสาขานี้

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer