ซิซซ์เล่อร์ รีเฟรชแบรนด์ ปรับเมนูเรียกลูกค้า มั่นใจมาร์เก็ตแชร์ขยับไป 30%
ธุรกิจร้านอาหารยังเป็นตลาดที่โตต่อเนื่องทุกปี เพราะอาหารยังเป็นสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคสเปนด์เงินไม่ขาด ผู้เล่นในตลาดจึงมิอาจอ่อนข้อให้กันได้ เช่นเดียวกับตลาดสเต๊กมีอัตราการเติบโตทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 5% ในไทยตลาดสเต๊กมีมูลค่า 9,000 ล้านบาท โดยมีชื่อของ ซิซซ์เล่อร์ เป็นเจ้าตลาดที่ครองส่วนแบ่งอยู่ 30% หรือราว 3,000 ล้านบาท ขยับขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 20-25%
ซิซซ์เล่อร์ ร้านสเต๊กและสลัดบาร์สไตล์ตะวันตก ที่ บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด ในเครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ได้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์นำเข้าไทยมาเมื่อ 33 ปีที่แล้ว แต่จากนี้นับเอาตั้งแต่วันแรกที่แบรนด์ถือกำเนิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ 66 ปี มุ่งเน้นการเป็นต้นตำรับอาหารตะวันตก
คุณอนิรุทร์ เดวิด คอลลินส์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด (ซิซซ์เล่อร์) ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2567 ยอดขายไตรมาสแรกเติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งยังมีการเติบโตจากฐานลูกค้าไดน์อินเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ผลจากการดำเนินกลยุทธ์ในวาระสำคัญ อาทิ วันเด็ก วันแม่ วันพ่อ และวันขึ้นปีใหม่
รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้บริโภคผ่านแคมเปญพิเศษ Cheese toast month รวมถึงการพัฒนาลอยัลตี้โปรแกรม ล้วนได้รับกระแสตอบรับที่ดี และสามารถกระตุ้นยอดขายเมนูสเต๊ก พร้อมเพิ่มจำนวนผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการหน้าร้านได้มากขึ้นถึง 2 เท่า จากเดิม 250,000 สมาชิก ภายในปีเดียวกันนี้กระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 550,000 สมาชิก อีกทั้งการใช้จ่ายและการเข้าใช้บริการเพิ่มมากขึ้น
เดินหน้าปรับกลยุทธ์ ภายใต้แนวคิด “Over 66 Years of Sizzling Experience” ลอนช์เมนูจานหลักใหม่ ภายใต้ธีม The New Sizzling USA BBQ บาร์บีคิวเสียบไม้และไก่ทอดราดซอสซิกเนเจอร์ ตามแบบฉบับอเมริกันแท้ เป็นเมนูใหม่ในเล่มเพื่อดึงดูดผู้บริโภคเดิมและผู้บริโภคหน้าใหม่ ให้เพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการ
จากที่ในปี 65 แนวโน้มของยอดขายสเต๊กเนื้อพรีเมียมเพิ่มขึ้น 6-7% และกระโดดขึ้นมาเป็น 22% หรือในวันที่จัดโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 ลูกค้ากว่า 99% เลือกสั่งสเต๊กทั้งหมด ไม่มีสลัด บริษัทจึงเล็งเห็นการต่อยอดขยายเมนูสเต๊กเนื้อให้หลากหลายมากขึ้น
ประเดิมด้วย 3 เมนูสเต๊กพรีเมียมสไตล์อเมริกัน ได้แก่ บาร์บีคิวเนื้อ & บัฟฟาโลวิงส์แรนช์ซอส, บาร์บีคิวหมู & บัฟฟาโลวิงส์แรนช์ซอส และบาร์บีคิวปลากะพง และกุ้งลายเสือ & บัฟฟาโลวิงส์แรนช์ซอส
พร้อมด้วย 3 เมนูเครื่องดื่มใหม่รับซัมเมอร์ ได้แก่ ช็อกโกแลต บราวนี่ มิลค์เชค, แบล็กฟอเรสต์ มิลค์เชค และซอล์ทเท็ด คาราเมล มิลค์เชค พร้อมการนำเมนูยอดฮิตกลับมาให้บริการอีกครั้ง
นอกจากนั้น ยังเดินหน้ารีแบรนด์ใหม่ รีโนเวทร้านสไตล์ใหม่ในบางสาขา เปลี่ยนดีไซน์ยูนิฟอร์มพนักงาน และพัฒนาเมนูพรีเมียมสเต๊กเพิ่ม นำเมนูสุดคุ้มกลับมาให้บริการเพื่อเพิ่มยอดผู้บริโภคแบบไดน์อิน อาทิ เมนูซี่โครงหมูบาร์บีคิว และเมนูสเต๊กเนื้อนิวยอร์กที่มีการเพิ่มปริมาณในราคาปกติ ตลอดจนการปรับเมนูสเต๊ก Sizzling ซีรีส์ในราคาสุดคุ้มค่า และการพัฒนาเมนูสลัดบาร์ในคอนเซ็ปต์ใหม่ตามฤดูกาล
รวมถึงการเพิ่มเมนูของหวาน และเมนูบรันช์ เพื่อสร้างแทรฟฟิกที่ไม่ใช่ช่วงไพร์มไทม์ โดยหวังให้ยอดขายเมนูบรันช์โต 5-10% ของยอดขายทั้งหมด
ปัจจุบัน ซิซซ์เล่อร์ มีสาขารวมกว่า 64 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมามีการขยายสาขาเพิ่ม 5 สาขา ประกอบด้วย สาขาเซ็นทรัลรามอินทรา สาขาพาร์ค สีลม สาขาเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ สาขาเซ็นทรัล สมุย และเซ็นทรัล นครปฐม ที่เป็นสาขาเปิดใหม่เมื่อต้นปี
สำหรับปี 2567 บริษัทเปิดสาขาเพิ่ม 3 แห่ง ได้แก่ สาขาเซ็นทรัลนครปฐม และอีกสองแห่งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดซึ่งยังไม่เปิดเผย
คุณอนิรุทร์กล่าวเสริมว่า การขยายสาขาเริ่มถึงจุดอิ่มตัวในเขตกรุงเทพฯ เพราะสัดส่วนร้านกว่า 54% ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และยอดขาย 60% ก็มาจากส่วนนี้เช่นกัน ขณะที่ต่างจังหวัดยังสามารถขยายต่อไปได้อีก เน้นไปพร้อมห้างสรรพสินค้าเช่นเดิม ซึ่งจังหวัดกระบี่เป็นอีกแห่งที่ร้านยังไม่ได้เข้าไป อาจจะได้เห็นในอนาคต
ด้านตลาดต่างประเทศ ช่วงไตรมาสแรกของปี ซิซซ์เล่อร์ได้จับมือร่วมกับพันธมิตรอย่างบริษัท โกลด์ซัน กรุ๊ป จำกัด ในการเปิดสาขาแรกที่ประเทศเวียดนาม ในโฮจิมินห์ โดยเน้นเมนูสเต๊กเป็นหลักเนื่องจากอินไซต์ของชาวเวียดนามไม่นิยมสลัดบาร์
พร้อมวางแผนผลักดันสู่ประเทศอื่น ๆ มุ่งเน้นในอาเซียนเป็นหลัก ขณะนี้สาขาที่เป็นแฟรนไชส์มีอยู่ในประเทศญี่ปุ่น 1 แห่ง และเวียดนาม 1 แห่ง
จากกลยุทธ์ดังกล่าวมาข้างต้น ทั้งการรีแบรนด์ ลอนช์เมนูใหม่ชูความเป็นอเมริกันสไตล์ ขยายแฟรนไชส์ในต่างประเทศ จะช่วยผลักดันการเติบโตของยอดขาย 10% และรักษาการเติบโตเช่นนี้ไปในทุกไตรมาส
–
Website : Marketeeronline.co /

