ตะลุยโลก แบบ “เสี่ยง ๆ” แต่สนุก กับ  กรุณา  บัวคำศรี

ภาพของนักข่าวผู้หญิงไทยตัวเล็กๆ ที่แบกเป้สะพายหลัง เดินทางไปในประเทศต่างๆ เพื่อค้นหาคำตอบให้กับทุก ๆเหตุการณ์ที่เกิดขี้นในโลก  ไม่ใช่เป็นสิ่งที่หาดูได้ง่ายๆในช่องทีวีดิจิทัล

บางครั้งจะเห็นเธอเดินถือไมค์อยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอเอสในอิรัก  อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยโฮริงญาชายแดนบังคลาประเทศ   คอยเดินหลบพวกเฟียในย่านโคมแดงของประเทศเนเธอร์แลนด์   ไปดูห้องเรียนของสตาร์ทอัพในเวียดนามประเทศที่เคยล้าหลังด้านการศึกษา  หรือไปดูคนไร้บ้านในสเปน ฯลฯ

งานแต่ละชิ้นไม่ “ง่าย” แต่สร้างเรตติ้งได้ “ยาก” สารคดีข่าวที่มีความรู้ในบ้านเรายังไงเรตติ้งก็สู้รายการละคร แข่งขันร้องเพลง หรือชิมอาหารที่มีซ้ำๆกันเกือบทุกช่อง ไม่ได้

ถ้าไม่รักไม่มี Passion มหาศาล เป็นแรงกระตุ้นรายการ “ รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี ” ซึ่งเปลี่ยนเป็น“The World with กรุณา” ทางช่อง PPTV  เมื่อต้นเดือนพฤษภาที่ผ่านมาคงไม่เกิดขึ้น

รายการใหม่ในสไตล์เดิมเพิ่มเติมคือจากสัปดาห์ละครั้งเป็น สามครั้งต่อสัปดาห์ พุธ พฤหัสฯ ศุกร์ เวลา 22.00 – 22.30 น. โดยมีแดนนี่ พิชาพัฒน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์เป็นพิธีร่วม

มาฟังเบื้องหลังวิธีคิดและการทำงานที่ลุยๆของเธอกัน

กรุณา บัวคำศรี

ทิ้งห้องแอร์ ไปผจญกับแดดฝน และหิม

การได้ทำงานที่รัก คือความสุข เป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้เธอยอมลาออกจากตำแหน่งผู้ประกาศข่าวทางช่อง 3 เงินเดือนไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท (รับผิดชอบเฉพาะการอ่านข่าวภาคเที่ยงเท่านั้น มีบางโอกาสที่ต้องไปอ่านแทนคุณกิตติ สิงหาปัด ที่รายการข่าวสามมิติ หรือจัดรายการพิเศษกับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา บ้าง) ยอมทิ้งห้องแอร์เย็นฉ่ำ ไปเจอกับฝน ลมแดด หรือหิมะข้างนอกและเหนื่อยกว่าเดิมหลายเท่านัก

หลายครั้งในการทำงานข่าวที่เธอได้มีโอกาสออกไปทำข่าวต่างประเทศบ้างเช่นไปรายงานข่าวแผ่นดินไหวที่เนปาล  ที่ญี่ปุ่น หรือการเลือกตั้งที่อเมริกา ตามที่ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าข่าว

“แต่ไม่ใช่รายการที่วางแผนคิดเองทั้งหมด ในต่างประเทศจะมีรายการสารคดีข่าว ที่ลงไปเจาะลึกจริงไม่ใช่แค่นั่งรายงานในห้องส่ง  เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก การทำข่าวต้องไปให้ทันโลก  ต้องไปเห็น  ได้สัมผัส    เพื่อให้ได้มองภาพแบบเข้าใจมากขึ้น ซึ่งเรามีความฝันว่าอยากทำรายการแบบนี้มาก แต่ตอนนั้นยังคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่เกินไปสำหรับตัวเอง ”

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอได้ออกไปสู่โลกกว้างอย่างที่ใฝ่ฝันคือ

“ช่อง 3 เกิดการเปลี่ยนแปลงพอดีตอนที่พี่ยุทธโดนคดี ก็เลยคุยกันว่าณาอาจจะต้องมาช่วยทำงานในรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ซึ่งจริงๆตอนนั้นตัวเองอยู่ในช่วงอิ่มตัวกับการอ่านข่าว แล้วเราก็มีความสนใจในสถานการณ์ต่างประเทศ อยากทำข่าวแบบรายงานจากพื้นที่จริง   แต่ก็ยังไม่ได้ทำเพราะบ้านเราจะมีข้อจำกัดในเรื่องอะไรต่างๆมากมาย  ยิ่งทำรายการครึ่งชมแล้วไปต่างประเทศทุกอาทิตย์จะเป็นไปได้ยังไง แล้วก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ แต่ก็อยากทำมากกกก” เธอลากเสียงยาว

เธอยอมรับว่าการเป็นผู้ประกาศข่าวก็เป็นงานที่รักท้าทาย และไม่ใช่งานง่ายๆเช่นกัน แต่เมื่อทำมาเกือบ 7 ปีรู้สึกว่าไม่สนุกกับงาน   ก็น่าจะเปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่มากกว่า

เมื่อทาง PPTV  เรียกคุยและบอกว่าให้ทำรายการข่าวแบบไหนก็ได้ อย่างที่ต้องการทำก็เลยฉวยโอกาสนี้ไว้ทันที

“ก็ไม่แน่ใจว่าผู้ใหญ่คิดอะไรอยู่ เพราะไม่ได้พูดอะไรเยอะคุยกันแค่ 5นาที    ผู้ บริหารก็ตกลงรายการ รอบโลก By กรุณาเลยเกิดขึ้น ”

อาจจะเป็นเพราะทางช่องเองต้องการให้รายการสารคดีข่าวที่ให้ความรู้เป็นจุดที่สร้างความแตกต่างจากรายการในช่องทีวีดิจิทัลอื่นๆ  ถึงแม้จะรู้อยู่ว่าสร้างเรตติ้งไม่ได้หรือสร้างรายได้ยาก แต่จำเป็นต้องมี

ด้วยงบประมาณการทำรายการของช่องทีวีเมืองไทย ที่ไม่ได้มากเท่ากับต่างประเทศ เม็ดเงินที่ให้กับการผลิตรายการนี้จึงไม่สูงนัก

“สมมุติว่าสำนักข่าวในลอนดอนได้ค่าผลิตตอนละ 1 ล้านบาท เราอาจะได้ประมาณ 3 -4 แสนบาทเท่านั้น คุณภาพในบางเรื่องเราสู้เขาไม่ได้แน่นอน ความฝัน ที่มองไว้ว่าต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ ก็ต้องจำเป็นลดไปบ้าง

ในช่วงเวลา 2ปี ที่ผ่านมาประมาณ 90 เทปที่เธอทำ 30 ประเทศที่เธอเดินทาง เลยลุยกับช่างภาพเพียง 2 คน เท่านั้น ในขณะที่สำนักข่าวใหญ่ๆของต่างประเทศมีทีมโปรดักชั่นที่ต้องเดินทางไปด้วยอย่างน้อยประมาณ 4-5คน

“ตอนนั้นตั้งเงินเดือนให้ตัวเองแค่ 1.5 แสนบาท เพราะคิดว่ารายจ่ายส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องเดินทางก็ใช้งบกลางอยู่แล้ว ค่าเสื้อผ้า รองเท้า ข้าวของแบรนด์เนมก็ไม่ต้องใช้ เวลาว่างเดินช้อปปิ้งคงไม่มี  ยังไงก็พอ”

จะว่าไปแล้วการออกมาทำรายการที่ PPTV  ถึงแม้เงินเดือนน้อยลง แต่ได้มีบริษัทเป็นของตัวเอง หากบริษัทกำไรก็จะได้เงินปันผลบ้าง

“ถ้าทำดีๆเราก็สามารถที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตามความรับผิดชอบและงานก็เยอะขึ้นมาก เพราะต้องดูแลทีมและทำทุกอย่างเอง ตั้งแต่ทำมายังไม่มีวันหยุดจริงๆสักทีเลยค่ะ”

ช่างภาพ รูปร่างสูงใหญ่  ชาวอิตาลีจะช่วยเธอได้เยอะมากในการทำงาน เขาเป็นช่างภาพที่ถูกฝึกอบรมมาอย่างดีเมื่อเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด เช่นสมมุติถ้าโดนยิงจะห้ามเลือดแบบไหน  ถ้าโดนลักพาตัวจะทำยังไง รวมทั้งประสบการณ์ที่เคยทำงานที่สถานีโทรทัศน์แห่งชาติออสเตรเลีย และสำนักข่าว  Aljazeera ซึ่งทำอยู่ประมาณ 3 ปีในเมืองไทยและประเทศเพื่อนบ้าน   ทำให้เธอมั่นใจมากขึ้น

กรุณา บัวคำศรี

สงคราม การเมือง และไลฟ์สไตล์

คอนเทนต์ที่ออกมาไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องการเมืองอย่างเดียวเท่านนั้น ไลฟ์สไตล์ เรื่องราวของผู้คนต่างๆในโลกนี้ที่น่าสนใจถูกนำมาเป็นเรื่องเล่าที่น่าสนใจได้เหมือนกัน

โดยประกอบไปด้วย 2 เรื่องหลักๆคือ 1.จับเรื่องที่เป็นเทรนด์ของโลก  ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไปทำไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาคนสนใจแน่นอนและ2. เรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของผู้คน

ถ้าถามว่าตลอดระยะเวลา 2 ปี ประทับใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศไหนมากที่สุด เธอนิ่งคิดอยู่นาน และบอกว่าน่าจะเป็นในประเทศอิรัก  เพราะเริ่มบันทึกเรื่องราวตอนแรกด้วยการเจาะลึกสภาพความเป็นอยู่ของชาวอิรักหลังสงคราม ซึ่งค่อนข้างหดหู่ และน่าเศร้าใจมาก รู้สึกเหมือนกับว่าที่นั่นเป็นอีกโลกหนึ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน และหลังจากนั้นเธอยังเดินทางเข้าไปประเทศนี้อีกประมาณ2-3 ครั้ง

 “ตอนถ่ายทำเรื่องนวลนางหลังกำแพง ในประเทศบังคลาประเทศ ก็กลัวนะคะเพราะว่าเข้าไปในที่ๆเขาไม่อยากให้เข้า ตอนนั้นก็กลัวมาก ที่นั่นเขาหลอกเด็กมาขาย และเราเข้าไปถ่ายแล้วโดยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร”

กรุณา บัวคำศรี

 

การได้ไปสัมผัสชีวิตผู้ลี้ภัย โสเภณี คนไม่มีบ้าน หรือความยากจนในแง่มุมต่างๆ ทำให้เธอรู้ซึ้งว่าการที่จะเป็นมนุษย์อยู่ในโลกใบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

“ที่ชอบที่สุดคือการได้ถ่ายทอดออกไป ชอบมากเวลาคนมาพูดว่า ไม่เคยรู้เลยนะว่าตรงนั้นเป็นแบบนี้  พึ่งเห็นพึ่งเข้าใจเอง ตรงนี้คือจุดมุ่งหมายในการทำงานและการใช้ชีวิตอยู่ของเรา รู้สึกอิ่มใจที่ได้ถ่ายทอดออกมา และทำให้มีพลังที่จะทำเรื่องใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ”

ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง  เธอจะนำเสนอเรื่องราวโดยให้คนเข้าใจผ่านตัวละคร  และสิ่งที่ยากในการทำข่าวก็คือการหาตัวละคร

“ต้องหาตัวละครให้ได้  ไม่ใช่ไปยืนแล้วเล่าให้ฟัง หรือไปสัมภาษณ์คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นว่าคิดอะไร อย่างไร แค่นั้นไม่พอ เรื่องราวจะเบาเกินไป”

ตัวละครอาจเป็นคนที่คนรู้จักหรือเป็นคนธรรมดาที่มี story  อย่างเช่น การไปทำเรื่องกฏหมายห้ามหย่าในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศเดียวในโลกที่ห้ามหย่า ตัวละครคือผู้หญิงคนหนึ่งที่โดนบังคับให้แต่งงาน แล้วถูกผู้ชายซ้อมก็พยายามจะฆ่าตัวตายเพราะขอหย่าไม่ได้

เป็นเรื่องราวที่เศร้ามาก โดยตัวละครจะพูดถึงความเชื่อและกฏหมายที่นั่นว่าทำไมไม่ให้มีการหย่ากัน

“แล้วเราไปสัมภาษณ์บาทหลวงเพิ่มเติมด้วย  ซึ่งเขาก็ยืนยันว่าหย่าไม่ได้เพราะว่าได้สัญญากับพระเจ้าไว้แล้ว ต่อให้ไม่รักก็หย่าไม่ได้  เราก็จะให้คนพวกนี้เป็นคนอธิบายเล่าเรื่อง ในทุกเรื่อง จะทิ้งเป็นคำถามไว้ ไม่สรุป ให้คนดูภาพให้คิดให้อินเอาเอง

ที่อิรักไม่ได้เข้มงวดเรื่องภาพลักษณ์ประเทศมากมายด้วยสงครามที่ยืดเยื้อมานาน และสำนักข่าวต่างประเทศจำนวนมากก็เสนอข่าวออกมาเป็นระยะ ๆอยู่แล้ว  แต่บางประเทศเช่นเวียดนาม จีน  จะเข้มงวดบ้าง โดยขอดูเทปที่ไปถ่ายทำ หรืออาจจะมีคนจากรัฐบาลมาคอยดูว่าถ่ายทำอะไรไปบ้าง

“แต่ละประเทศจะมีความอ่อนไหว ในเรื่องภาพพจน์ของประเทศไม่เหมือนกัน มีวัฒนธรรม มีประเพณีต่างกัน เราก็ต้องศึกษาก่อนว่าเรื่องอะไรที่เราควรทำไม่ควรทำ หรือควรปฎิบัติตัวอย่างไร ”

เธอย้ำว่าการทำงานแบบนี้ทักษะการแก้ปัญหาต้องมีสูงมาก   ต้องวางแผน ล่วงหน้าให้ดี มีแผน 1 แผน 2 รองรับไว้เสมอ เพราะไปแล้วพลาดไม่ได้  และที่สำคัญ  ต้องทำให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ บางครั้งลูกตื้อกับเจ้าหน้าที่ทหารก็จำเป็นต้องนำมาใช้อยู่บ่อยๆ

กรุณา บัวคำศรี

อย่ามองเรตติ้ง เป็นหลัก พลังจะหมดทันที

รายการสารคดีข่าวพวกนี้เป็น niche market ซึ่งในเมืองไทยคนดูมีจำนวนไม่มากอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าเบื้องหลังกว่าจะทำมาได้แต่ละตอนต้องเสี่ยง ต้องเหนื่อยขนาดไหน  เรตติ้งก็ไม่มีทางที่จะถล่มทลาย

“แน่นอนทำออกไปแล้ว เราก็ต้องการให้คนดูมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ถ้าสนใจในเรื่องเรตติ้งมากไป ก็จะทำงานไม่ได้ หน้าที่ของเราคือทำให้เต็มที่   ต่อให้มีคนดูแค่หลักหมื่น หลักแสนก็มีค่าแล้ว ที่สำคัญคือทำให้เรื่องน่าสนใจก่อน  แล้วการบอกต่อจะตามมาเอง 

ย้อนกลับไปในวัยเด็กประมาณ 5-6 ขวบ เด็กหญิงกรุณา คือลูกสาวคนหนึ่งของคุณครูในโรงเรียนเล็กๆแห่งหนึ่ง ในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว  บ้านของเธออยู่ติดชายแดนประเทศกัมพูชา

“ตอนนั้นเกิดสงครามกลางเมืองกัมพูชา เสียงปืน เสียงระเบิด ก้องหู ภาพผู้คนที่หน้าตาตื่นกลัว เป็นทุกข์  จูงมือลูกหลานอพยพเข้ามาฝั่งไทยและเดินผ่านหน้าบ้านเราไม่ขาดสายหลายแสนคน ภาพความลำบากในค่ายอพยพชั่วคราว ตามวัด ตามโรงเรียน ยังจำได้ไม่ลืมเลย   เราก็จะสงสัยว่าทำไมคนต้องโยนระเบิดใส่กัน  ทำไมต้องฆ่ากัน”

เป็นความฝังใจตั้งแต่ตอนนั้น ทำให้เมื่อโตขึ้นเธอจึงสนใจปัญหาการเมืองระหว่างประเทศอย่างมาก

ทุกครั้งที่มีช่วงพักจากการเดินทาง กรุณาชอบใช้ชีวิตที่สโลว์ไลฟ์ ช้าๆเนิบๆ  อยู่บ้านกับสามีช่วยกันทำอาหาร  ปลูกต้นไม้ดอกไม้ เหมือนผู้หญิงทั่วไป

แต่เมื่อถึงเวลาเดินทางผู้หญิงคนนี้ก็พร้อมจะลุยต่อทันทีเหมือนกัน..

กรุณา บัวคำศรี


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline