คนเอเชียยินดีจ่ายค่ากาแฟแก้วละหนึ่งร้อยบาทซึ่งแพงกว่าราคาข้าวหนึ่งจาน เพราะการดื่มกาแฟถูกยกระดับให้ไฮเอนด์ขึ้นเพื่อคุณค่าทางจิตใจ
ในตลาดกาแฟไทยแสนล้าน แบ่งเป็นตลาดกาแฟพรีเมียม 20,000 ล้านบาท และในจำนวนนี้เป็นตลาดกาแฟพิเศษอยู่ 2,000 ล้านบาท คิดเป็น 10% ของตลาดรวม แม้จะยังเป็น niche market แต่กาแฟพิเศษมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 25% ทุกปี เพราะผู้บริโภคให้คุณค่ากับคุณภาพกาแฟมากขึ้น
กาแฟพิเศษ มีคำนิยามกำหนด คือ เมล็ดไม่มีข้อบกพร่องรุนแรง เก็บเมล็ดสดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น อีกทั้งมีคะแนนเกณฑ์มาตรฐานเกิน 80 คะแนนขึ้นไป รสชาติดี มีคาแรกเตอร์ของตน ส่งผลต่อทั้งห่วงโซ่อุปทานให้ดีขึ้น ราคากาแฟพิเศษเริ่มต้นกิโลละ 190 – 200 บาท ไปจนถึงหลัก 3 หมื่นบาทต่อกิโลกรัม
ตลาดกาแฟพิเศษเริ่มฉายแววความนิยมขึ้นมา จากในอดีตบนชั้นวางกาแฟในซูเปอร์มาร์เก็ตไม่เคยมีสินค้าที่เป็นเมล็ดกาแฟจำหน่าย แต่ปัจจุบันหลายบิ๊กแบรนด์เริ่มขยับมาเล่นในตลาดกาแฟพิเศษมากขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคที่เริ่มรู้จักเซกเมนต์ใหม่ ๆ ของกาแฟมากขึ้นทำให้ตลาดขยายอย่างรวดเร็ว มีสินค้ากาแฟที่มีความหลากหลาย ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น
คุณณัฏฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย กล่าวว่า ภายในระยะเวลาสิบปี ความต้องการบริโภคกาแฟของไทยเพิ่มขึ้นจาก 30,000 ตันต่อปีเป็น 90,000 ตันต่อปี
คนไทยมีความต้องการบริโภคกาแฟมากกว่า 90,000 ตัน แต่สามารถผลิตกาแฟได้เพียง 30,000 ตัน ทำให้ต้องนำเข้ากาแฟอีก 60,000 ตันจากต่างประเทศ ซึ่งการผลิตนั้นเป็นส่วนของการผลิตกาแฟพิเศษได้ 6,000 – 7,000 ตัน ของทั้งหมด 30,000 ตัน
หากมองเป็นการบริโภคกาแฟต่อแก้ว คนไทยดื่มกาแฟ 1.5 แก้วต่อวัน ซึ่งยังน้อยเมื่อเทียบกับชาวยุโรปอยู่ 6 แก้ว ทำให้ยังมีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก
แต่สิ่งที่เป็นข้อจำกัดของอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษนี้คือ พื้นที่การเพาะปลูก ที่ค่อนข้างมีเงื่อนไขซับซ้อนมาก เช่น ต้องมีอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศา สภาพอากาศต้องเหมาะสม มีปริมาณน้ำที่เพียงพอ แหล่งผู้ผลิตกาแฟพิเศษส่วนใหญ่จึงอยู่ในพื้นที่อ่อนไหว
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลให้ต้นทุนกาแฟพุ่งสูงขึ้น ราคาสินค้าดีดตัวเพิ่มสองเท่าตัว อย่างเช่นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ใน 1 ไร่ สามารถปลูกกาแฟได้ 400 ต้น และหนึ่งต้นเก็บผลผลิตได้ 7 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันเก็บผลผลิตได้น้อยลงเหลือเพียง 3 กิโลกรัม จากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป แต่ก็ถูกทดแทนด้วยการที่มีคนหันมาสนใจปลูกกาแฟมากขึ้น นำไปปลูกระหว่างแปลงผสมกับพืชอื่นๆ ทำให้ผลผลิตที่หายไปถูกเติมด้วยจุดนี้แทน
และประเทศไทยมีข้อได้เปรียบตรงที่ระยะห่างระหว่างต้นน้ำถึงปลายน้ำใกล้กันมาก ทำให้ใช้ต้นทุนเวลา ค่าโลจิสติกส์ น้อยกว่าในประเทศอื่น ส่งถึงมือผู้บริโภคได้ไว
การจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษให้เติบโตได้ จึงต้องอาศัยการผลักดันจากหลากหลายมิติ ทั้งการเข้ามาของบิ๊กแบรนด์ที่เข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาด ยิ่งผู้เล่นเยอะ การสร้างการรับรู้ก็มากตามไปด้วย และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่นำเมล็ดกาแฟไปใช้เป็นส่วนผสม เช่น เครื่องสำอาง ก็มีส่วนผลักดันให้ตลาดนี้เติบโต
คุณช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จำกัด กล่าวว่า Thailand Coffee Fest เป็นอีกเทศกาลที่ขับเคลื่อนวงการกาแฟพิเศษไทย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ กำลังเดินทางเข้าสู่ปีที่ 9 ของการจัดงาน ในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมหลักแสนคน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอกับตลาดใหญ่อย่างเกาหลีในสเกลงานที่เท่ากัน
ปี 2024 กลับมาภายใต้แนวคิด ‘Regeneration’ หลอมรวม ธรรมชาติ-กาแฟ-ผู้คน เข้าด้วยกัน จนทำให้เกิดการรังสรรค์และต่อยอดไปในหลายรูปแบบ อันนำไปสู่สิ่งแวดล้อม คุณภาพกาแฟ และชีวิตผู้คน เชิญชวนให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่าในการเลือกกาแฟแก้วถัดไป ที่ควรสร้างผลกระทบเชิงบวก ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ซึ่งผู้บริโภคเป็นห่วงโซ่สุดท้ายที่สำคัญในการขับเคลื่อนคอมมูนิตี้กาแฟพิเศษไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ไฮไลต์ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมและการแข่งขันที่น่าสนใจ อาทิ
- โซน Coffee Creativity นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ผ่านป๊อปอัปกิจกรรมแบบฉบับ The Cloud เตรียมวัตถุดิบท้องถิ่นไทยมานำเสนอทางเลือกให้คาเฟ่นำไปใช้ประกอบเป็นเมนูเครื่องดื่มต่าง ๆ ได้ อาทิ น้ำตาลมะพร้าว, น้ำผึ้งป่าเดือนห้าจากชาดอกชากาแฟ, สาคูต้น, ไซรัปบ๊วย เป็นต้น และความพิเศษของโซนนี้คือการออกแบบด้วยลายเส้นสุดน่ารักของ Sundae Kids เป็นจุดเช็กอินประจำปีที่คอกาแฟห้ามพลาด
- Treasure Omakase กิจกรรมชิมสุดยอดกาแฟพิเศษไทย กาแฟที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติของชาติ ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นกาแฟที่มีคะแนนเกินเกณฑ์มาตรฐานไปถึง 92 คะแนน ด้วยระดับคะแนนเช่นนี้คิดเป็นเพียง 0.001 ที่มีอยู่ในทั่วโลก
- การแข่งขัน Thailand Es Yen Championship 2024 เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักชิงเอสเย็น เมนูกาแฟสัญชาติไทย ประจำปี 2567
- การแข่งขัน Thailand Coffee Event 2025 เพื่อค้นหาแชมป์ประจำประเทศไทย ไปแข่งขันต่อในระดับโลก ประกอบด้วยรายการแข่งขัน Thailand National Brewers Cup Championship 2025 และรายการแข่งขัน Thailand National Barista Championship 2025
- โอกาสได้กระทบไหล่กับ Martin Wölfl World Brewers Cup Champion บาริสต้าหนุ่มสัญชาติออสเตรีย แชมป์โลก Brewers Cup คนล่าสุด และอีก 4 แชมป์บาริสต้าจากหลากหลายเวทีที่จะมาเสิร์ฟกาแฟให้คุณทุกวันในงาน
- พร้อมด้วยบูธจากแบรนด์ต่างประเทศ ในโซน Coffee around the world จำนวน 14-15 แบรนด์
สำหรับThailand Coffee Fest 2024 คาดว่าจะมีเงินสะพัดภายในงานมากกว่า 550 ล้านบาท และมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 100,000 คน
งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 14 กรกฎาคม 2567 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 – 8 บนพื้นที่ 20,000 ตารางเมตร มากกว่า 300 บูธ
–

