เมื่อคนพร้อมเปย์ เท่าไรเท่ากันเพื่อให้นายของตนได้มีความสุขกับอาหารที่ดี อร่อย และถูกปาก
ทำให้ 2 บริษัทอาหารสัตว์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ คือเอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI
และ ITC ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้ง 2 บริษัท Spin-Off มาจากบริษัททำอาหารคนที่เห็นช่องทางการเติบโตของอาหารสัตว์เลี้ยง และตบเท้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา
AAI ซื้อขายวันแรกในวันที่ 1 พฤศจิกายน ส่วน ITC เริ่มวันแรก 9 ธันวาคม
จากหน่วยงานเล็ก ๆ ที่อยู่ในบริษัทแม่ (บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป) ผู้ผลิตทูน่ากระป๋องที่ใหญ่ที่สุดในโลกกลายเป็น ITC ที่วันนี้รับผลิตเป็น OEM เกือบ 100% ไปยังกว่า 45 ประเทศทั่วโลก โดยบิสิเนสไซซ์ใหญ่เป็นอันดับ 1 ในไทย อันดับ 2 ของเอเชีย และอยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก
ปี 2566 รายได้ ITC อยู่ที่ 15,577 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,281 ล้านบาท
ครึ่งปีแรก 2567 รายได้ 8,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.9% กำไร 1,830.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วน AAI แยกตัวมาจากบริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ASIAN) ที่ผลิตอาหารแช่แข็งเป็นหลัก
ในช่วงแรก AAI ดำเนินธุรกิจแปรรูปปลาทูน่าเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานบรรจุภาชนะปิดผนึกเป็นหลัก และมีการนำส่วนที่เหลือจากการแปรรูปปลาทูน่ามาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก
ในปี 2554 ได้ปรับกลยุทธ์เข้าสู่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงแบบพรีเมียมอย่างจริงจัง
พอปี 2564รายได้เกือบทะลุ 5 พันล้านบาทสูงที่สุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมา ที่สำคัญในปีนั้นร้อยละ 81.97% ของรายได้มาจากอาหารน้องแมวและสุนัข
หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2566 รายได้ 5,439.40 ล้านบาท กำไร 382.92 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีแรก 2567 กำไรสุทธิ 542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 449.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้ 3,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.9%
โดยแบ่งเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง 86% อาหารพร้อมรับประทาน 13% ผลพลอยได้ 1% เป็นรายได้จากการรับจ้างผลิต 96% จากแบรนด์ 2% ผลพลอยได้ 2%
ทั้ง 2 บริษัทเติบโตไปพร้อม ๆ กับ Humanization ไลฟ์สไตล์ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนลูกหรือสมาชิกในครอบครัว
และ Premiumization พฤติกรรมของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มองหาผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูงและมีความพรีเมียม
เมื่อคนกินอะไร สุนัข-แมวก็กินอย่างนั้น อาหารคนพัฒนาไปแค่ไหน อาหารสัตว์เลี้ยงก็สามารถพัฒนาไปได้เรื่อย ๆ ได้เช่นกัน
โอกาสของธุรกิจหมาแมวก็น่าจะอิ่มท้องไปอีกนานเช่นกัน
–
