Gen Z คือประชากรที่เกิดในปี 1997-2012 และเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนที่มากถึง 2,000 ล้านคน หรือ 25% ของประชากรโลกทั้งหมด และมีอำนาจใจการจับจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และสำหรับประเทศไทย Gen Z มีสัดส่วนมากถึง 20% ของประชากรทั้งประเทศ ที่มีอิทธิพลในการจับจ่ายไม่แพ้ Generation อื่น และจะมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต
แต่ความเป็น Gen Z ไม่ได้มีพฤติกรรมและทัศนคติในการซื้อสินค้า บริการ ที่แตกต่างจาก Generation อื่นๆ
เพราะพวกเขาไม่ได้มองไปที่แบรนด์หลัก
และนักการตลาดจะทำอย่างไรเพื่อรู้จักเขามากขึ้น
จากการศึกษาของ NIQ พบว่าในวันนี้ Gen Z ไทยมีพฤติกรรมและทัศนคติในการซื้อสินค้า, บริการที่น่าสนใจ ดังนี้
1. Gen Z เป็นกลุ่มคนที่ขี้สงสัย และหาข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อหาแก่นแท้ของแบรนด์ และสินค้าที่ต้องการใช้มากที่สุด
และเป็นหน้าที่ของแบรนด์ต่าง ๆ ที่จะเจาะกลุ่ม Gen Z สื่อสารถึงความเป็น Authentic ของแบรนด์ให้ชัดที่สุด และไม่ตามกระแสจนเกินไป
2. Gen Z เข้าถึงเทคโนโลยี และใช้เวลาอยู่กับเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา ทำให้ปัญหาที่พบบ่อยในกลุ่ม Gen Z คือความโดดเดี่ยว และต้องการหาคอมมูนิตี้ที่รู้สึกว่าเป็นกลุ่มคนที่เข้าใจ
และเป็นเหตุผลที่ Fandom มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
3. Gen Z มีความต้องการซื้อสินค้าที่จะ Support สังคม สิ่งแวดล้อม
จากการวิจัยพบว่า กลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มที่อยู่ในคอมมูนิตี้ LGBTQ มากที่สุด
4. กลุ่ม Gen Z มีการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์สูงที่สุด ประมาณ 53% มีการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย
แต่การใช้จ่ายของพวกเขามีสัดส่วนในการซื้อออนไลน์ 50 และออฟไลน์ 50%
จากการสำรวจของ NIQ พบกว่า Gen Z 42% ซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย ผ่านการคลิกลิงก์จากช่องทางของ Influencer, ซื้อผ่านแอปฯ, โฆษณาออนไลน์ และไลฟ์สด
แต่พฤติกรรมในการซื้อสินค้าออฟไลน์เมื่ออยู่ที่ร้านจะหาข้อมูลของสินค้าที่ต้องการผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนเสมอ หรือถามเพื่อนให้ช่วยตัดสินใจ
ซึ่งยืนยันได้จากผลสำรวจที่พบว่า 86% ของ Gen Z ศึกษาข้อมูลสินค้าก่อนซื้อ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชีย ที่มี 71%
68% ใช้เว็บไซต์และแอปฯ เปรียบเทียบราคาเสมอ
และ 71% พร้อมจะเปลี่ยนแบรนด์ทันทีเมื่อเจอดีลที่ดีกว่า
พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เห็นว่า Gen Z เป็น Omni Shopper อย่างแท้จริง
และนักการตลาดควรสื่อสารถึง Gen Z ผ่านช่องทาง Physical และช่องทางออนไลน์ด้วย
5. Gen Z มีพฤติกรรมค้นหาสินค้าใหม่ ๆ อยู่เสมอ เมื่อมองว่าสินค้าที่อยู่ตรงหน้า หรือใช้อยู่ยังไม่ใช่ จะมองหาข้อมูลสินค้าใหม่ ๆ ต่อไป จากทัศนคติที่มองว่าแบรนด์ยังไม่ตอบโจทย์พวกเขา
6. กลุ่ม Gen Z จะเป็นกลุ่มที่ดูแลตัวเองตั้งแต่อายุไม่มาก
และจากการสำรวจพบว่า 52% ของ Gen Z มองหาวัตถุดิบที่ Good for Health
เริ่มหาสินค้าและบริการที่ทำให้พวกเขามีอายุยืน และแข็งแรงมากขึ้น
42% ต้องการส่วนประกอบจากธรรมชาติ
7. Gen Z จะซื้อสินค้าของแบรนด์ที่เป็น Sustainable Brand มากกว่า Gen อื่น ๆ
และยอมจ่ายแพงกว่าถึง 10% ถ้าแบรนด์นั้น Offer เรื่อง Sustainability
40% ต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นักการตลาดสามารถสื่อสารเรื่องเทรนด์ Sustainable มากขึ้น และจากการสำรวจพบว่าถ้าสินค้าหรือบริการให้ความสำคัญกับ Sustainable ถึง 2 เทรนด์ขึ้นไป จะสร้างยอดจำหน่ายได้ดีกว่า
เมื่อรู้จัก Gen มากขึ้น NIQ ได้แนะนำ 5 เทรนด์ที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาดที่ต้องการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้
1. Gen Z ไม่ได้ซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่เป็นอันดับ 1 เพราะพวกเขาไม่ยึดติดกับแบรนด์ และเปิดกว้างในการซื้อสินค้า จะเห็นว่าสินค้าที่เป็น Private Brand, Exclusive Brand จากห้างสรรพสินค้า และอื่น ๆ มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมของ Gen Z ที่ซื้อสินค้าจากการมองคุณสมบัติที่ตอบโจทย์พวกเขาในแง่ต่าง ๆ เช่น ไลฟ์สไตล์ ความต้องการ ซึ่งถ้าแบรนด์สามารถเข้าถึงพวกเขาได้ถูกต้องพวกเขาจะอยู่กับแบรนด์นาน
2. Gen Z ในปัจจุบันยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง พวกเขาจึงอาจจะไม่ใช่บุคคลที่เลือกสินค้าเข้าบ้าน แต่เป็นผู้มีอิทธิพลในการแนะนำพ่อแม่ในการซื้อสินค้า จากการเป็นบุคคลที่อ่านรีวิวมาก และมีข้อมูลมาก และคนในบ้านจะฟังเสียงจาก Gen Z ในการเลือกสินค้าต่าง ๆ
นอกจากนี้ Gen Z ยังเป็น Generation ที่แนะนำสินค้าและบริการที่ใช้ผ่านการบอกต่อไปยังเพื่อน ๆ และครอบครัวของเพื่อนอีกด้วย
3. นักการตลาดต้องเข้าใจแพตเทิร์นการจับจ่ายของ Gen Z จากการเป็น Generation ที่จับจ่ายบนโลกออนไลน์ และยังไปหน้าร้านที่เป็น Physical อยู่
นักการตลาดต้องเข้าใจ Omni Channel ของ Gen Z เพื่อสื่อสารถึงพวกเขาให้ถูกต้องและเหมาะสม ทั้งเวลา สถานที่ และมีเดีย
และอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้ซื้อสินค้าและบริการ เช่น Sustainable, Good for Health หรือสินค้าที่ไม่เคยอยู่ในตลาดมาก่อน เพราะกลุ่ม Gen Z เปิดรับการซื้อสินค้าใหม่ ๆ เร็วกว่า Generation อื่น ๆ
โดยผลสำรวจพบว่า 70% ของ Gen Z ในประเทศไทย เมื่อมีสินค้าใหม่ต้องการเป็นคนแรก ๆ ที่ได้ทดลองใช้
4. นักการตลาดต้องมี Marketing Tool ที่ถูกต้องในการเข้าถึง Gen Z เช่น การใช้แอปพลิเคชัน การใช้โซเชียลมีเดีย ผ่าน Blogger, Influencer
และที่น่าสนใจคือ Gen Z ไม่ได้เชื่อถือ Traditional Calebite อีกต่อไป และจะอินมากกว่าเมื่อข้อมูลนั้นถูกรีวิวโดย Blogger, Influencer เพราะมองว่ามีความเรียลที่มากกว่า
ซึ่งจากการสำรวจพบว่า Gen Z มากถึง 75% ฟังคำแนะนำจาก Influencer และเพื่อน
การ Communicate ถึง Gen Z จะต้องคำนึงถึง
– Personalization จากกลุ่ม Gen Z ต้องการแบรนด์ที่พูดตรงไปที่พวกเขาแบบเฉพาะเจาะจง และโดนใจมากที่สุด
-Technology ทั้งรูปแบบ AR VR AI รวมถึง Immersive Shopping และ Virtual Shopping จากการสำรวจพบว่า 1 ใน 3 ของ Gen Z ซื้อสินค้าอะไรจะคุยกับเพื่อนก่อน และกดคลิกซื้อผ่านออนไลน์
– Convenience Shopping ซื้อของได้ง่าย เช็กเอาต์จ่ายเงินได้ง่าย
5. Gen Z มี Brand Loyalty แต่ในปัจจุบันยังไม่มีแบรนด์ที่พวกเขารู้สึกโดนใจ 100% ซึ่งถ้าแบรนด์สามารถทำให้ Gen Z รู้สึกว่าสินค้าตรงกับไลฟ์สไตล์และความต้องการจะสามารถได้ Loyalty จากพวกเขาได้ และสามารถเข้าถึง Generation อื่น ๆ จากพฤติกรรมของ Gen Z ที่มีอำนาจในการชี้นำครอบครัวในการซื้อสินค้า และแนะนำสินค้ากับเพื่อน ๆ อีกด้วย
–
