Trend/ต่อให้สนิท เคยทำงานร่วมกัน หรือสร้างความสำเร็จไว้มากมายแค่ไหนที่สุดก็ต้องมีวันเลิกรา วงการที่สัจธรรมข้อนี้ปรากฏชัดที่สุด คือ วงการดนตรี ซึ่งตัวอย่างก็มีให้เห็นอยู่นับไม่ถ้วนผ่านข่าววงแตก พักวง หรือเปลี่ยนตัวสมาชิกของวงดัง ๆ
อย่างไรก็ตาม จนถึงจุดหนึ่ง วงดัง ๆ เหล่านั้นแทบทุกวงก็มักกลับมารวมวงกันเสมอ และหลังปล่อยความขัดแย้งให้เป็นอดีตฝ่ายที่ยินดีไม่ได้มีเฉพาะบรรดาแฟนเพลงเท่านั้น
วง Oasis
เช่นที่กำลังเกิดกับ Oasis โดยวงบริทป๊อปเบอร์ต้น ๆ ที่กลับมารวมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีหลัง Noel กับ Liam Gallagher คู่พี่น้องแกนนำวง เจ้าของตำแหน่งนักร้องนำและมือกีตาร์ลีดกลับมาคืนดี
จากซ้าย Liam กับ Noel
และต่างประกาศยืนยันในเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อ 27 สิงหาคม ว่า จะจัดทัวร์คอนเสิร์ตภายใต้ชื่อ Oasis Live’25 Tour เฉพาะในอังกฤษ เวลส์ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์ รวม 14 โชว์
ประเดิมด้วยโชว์แรกที่เวลส์ 4 กรกฎาคม และไปจบที่โชว์สุดท้ายที่ไอร์แลนด์ 17 สิงหาคมปีเดียวกัน เรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่หลายประเด็น ประเด็นแรก คือ เงินที่จะสะพัดจากทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้

สื่ออังกฤษรายงานอิงจากอาจารย์ภาควิชาธุรกิจดนตรีในมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ซิตี้ว่าเฉพาะยอดขายบัตรคอนเสิร์ตก็จะสูงถึงอย่างน้อย 400 ล้านปอนด์ (ราว 18,000 ล้านบาท) ซึ่งมากสุดที่นักร้องหรือวงดนตรีอังกฤษทำได้ในรอบหลายปี
แน่นอนว่า 2 คนที่จะกระเป๋าตุงมากสุดคือคู่พี่น้องตระกูล Gallagher ที่จะได้ส่วนแบ่งไปคนละ 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,200 ล้านบาท) เป็นอย่างน้อย
และยอดขายบัตรคอนเสิร์ตจะสูงได้กว่านี้อีกมาก หาก Oasis ทัวร์ต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ในยุโรป หรือต่อยอดเป็นทัวร์รอบโลก

ความน่าสนใจประเด็นถัดมาคือ แรงกระเพื่อมต่าง ๆ ที่ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ได้สร้างขึ้นแล้วและมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น เริ่มจากยอดสตรีมเพลงของ Oasis ใน Spotify ที่พุ่งถึง 690% เพียงวันแรกที่ข่าวทัวร์คอนเสิร์ตออกมา
Taylor Swift
ต่อมาคือมูลค่าทางเศรษฐกิจและเงินที่สะพัดจากทัวร์คอนเสิร์ต โดยแม้คงไม่มากเท่าทัวร์คอนเสิร์ตของ Taylor Swift หรือ Beyonce – 2 นักร้องที่ดังสุดยุคนี้
Beyonce
แต่โรงแรมและธุรกิจต่าง ๆ ในเมืองต่าง ๆ ก็มั่นใจว่านี่คือโอกาสทองในการทำเงินจากเทรนด์ Concert Tour Tourism นำมาสู่การเตรียมตัวล่วงหน้ารับทัวร์คอนเสิร์ตกันแล้ว
เช่น กระแสข่าวที่ว่าเครือโรงแรมใหญ่ของอังกฤษยกเลิกการจองห้องของลูกค้าท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ทางโรงแรมล็อกไว้ให้แฟน Oasis เพื่อปั่นราคาช่วงทัวร์คอนเสิร์ต

ด้านแบรนด์แฟชั่น Pretty Green ที่ Liam ขายทิ้งไปให้นักธุรกิจด้านแฟชั่นหลายปีมาแล้ว ซึ่งยอดขายน่าจะกลับมาพุ่งขึ้นอีกเมื่อทัวร์คอนเสิร์ตปี 2025 จากความต้องการของแฟนเพลง Oasis
ขณะที่ทุกอย่างเกี่ยวกับวง ไล่ตั้งแต่ผลงานเพลงไปจนถึงสินค้า-ของที่ระลึกต่าง ๆ ไม่ว่าถูกหรือละเมิดลิขสิทธิ์ ก็คงจะกลับมาขายดีและอยู่ในกระแสอีกครั้ง
สัญญาณเบื้องต้นคือยอดสตรีมมิ่งบน Spotify พุ่งพรวดตามที่ได้กล่าวไปแล้วด้านบนนั่นเอง

ความน่าสนใจประเด็นสุดท้ายคือความดังระดับโลกและการที่ยัง ‘ขายได้’ ของ Oasis แม้วงก่อตั้ง 33 ปี และวงแตกไปเมื่อปี 2009 จนทำให้ต้องพักวงมานับจากนั้น
สื่ออังกฤษวิเคราะห์ว่า ความดังเหนือวงร่วมยุค 90 ทั้งหมดของ Oasis มาจากหลายประเด็น เริ่มจาก Liam กับ Noel ที่ไม่เคยหายไปจากสื่อเลยช่วง 15 ปีที่ผ่านมา
เพราะแต่ละคนก็มีผลงานออกมาสม่ำเสมอ และทั้งคู่ก็เล่นเพลงของ Oasis อยู่บ่อย ๆ นอกจากนี้ แต่ละฝ่ายต่างก็ไม่เคยหยุดตอบโต้กันผ่านสื่อ และ Oasis มีความเชื่อมโยงกับสังคม-การเมืองอังกฤษ
Oasis ถือเป็นวงตัวแทนคนรากหญ้าและพรรคแรงงานของอังกฤษ ซึ่งผงาดขึ้นมามีบทบาททางสังคมและการเมืองในยุค 90 โดยภาพจำของคนยุค 90 คือ

การจับมือกันระหว่าง Tony Blair หัวหน้าพรรคแรงงานที่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกฯ กับ Noel แกนนำวง Oasis เมื่อปี 1997
ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่วัฒนธรรมเพลงและคอนเทนต์บันเทิงอังกฤษ ที่เรียกกันว่าความเท่แบบอังกฤษ หรือ Cool Britania ดังถึงขีดสุดไปทั่วโลก

อีกสาเหตุที่ทำให้ทัวร์คอนเสิร์ตของ Oasis เป็นข่าวดัง คือ เกิดขึ้นท่ามกลางเทรนด์แฟชั่น เพลง และคอนเทนต์บันเทิงยุค 90 กลับมาได้รับความนิยม

ทั้งจากการหันมาสนใจเพลงยุค 90 ของ Gen Z วัยรุ่นปัจจุบัน และอดีตวัยรุ่นยุค 90 ซึ่งปัจจุบันคือผู้ใหญ่ Gen X ที่มีกำลังซื้อ และ Oasis คือหนึ่งในวงดังสุดของยุค 90 อีกด้วย/theguardian, wikipedia, yahoo, bbc
–
