วรวิทย์ ศิริพากย์ จากนิวยอร์กเกอร์บ้างาน มาเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องหอม ปัญญ์ปุริ ที่วันนี้ Kosé บริษัทใหญ่ญี่ปุ่นเข้าซื้อกิจการ

นาทีวิกฤตเฉียดตายจากการวิ่งหนีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ถล่มในเหตุการณ์  9/11 ทำให้ วรวิทย์ ศิริพากย์ ตัดสินใจเปลี่ยนชีวิต

จากเด็กหนุ่มที่เรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในแคนาดา และไปทำงานด้าน Management Consultant ที่นิวยอร์กนานหลายปี

จากนิวยอร์กเกอร์ที่บ้างานทะเยอทะยาน โฟกัสเพียงแค่การเติบโตในหน้าที่การงานและความร่ำรวยอย่างเดียว

กลับมาก่อตั้งแบรนด์ ปัญญ์ปุริ แบรนด์เครื่องหอม และเวลเนส ไลฟ์สไตล์ ในเมืองไทย  เพื่อหวังจะช่วยลดความเครียดและสร้างความสุขแบบองค์รวมให้กับผู้คน

โดยมั่นใจว่าการมีพื้นฐานความรู้ทางธุรกิจ มองภาพรวมออก วิเคราะห์ธุรกิจเป็น บวกกับความหลงใหลในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เพราะตอนอยู่นิวยอร์กทำงานหนักมาก และได้ใช้เครื่องหอมต่าง ๆ เพื่อการผ่อนคลายอยู่แล้วเลยตัดสินใจทำ

ที่สำคัญเรื่องราวของสมุนไพรไทยในแต่ละผลิตภัณฑ์ล้วนมีเรื่องเล่า มีที่มาเกี่ยวโยงกับวิถีชีวิตของชาวโลกตะวันออกตั้งแต่สมัยโบราณ จะกลายเป็นแบรนด์สตอรีให้ลูกค้าหลงใหลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

โดยตั้งเป้าหมายให้เป็นสินค้า ลักชัวรีแบรนด์  มุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบที่มีคุณค่าและประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในการสร้างความแตกต่างในตลาด

การมีโอกาสได้เปิดบูธเล็ก ๆ ที่ห้างเกษร ห้างหรูระดับไฮเอนด์ หลังจากถูกปฏิเสธมามากมาย เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่ดี เพราะในยุคนั้นเครื่องหอมแบรนด์ไทยมีโอกาสขึ้นห้างดัง ๆ เป็นเรื่องที่ยากมาก

ก่อนเกิดโควิด-19 ปัญญ์ปุริมีสาขาทั้งหมดเกือบ 40 สาขา ลูกค้ามาจากต่างชาติมากกว่า 50%  คือ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน ยุโรป และกลุ่มมิดเดิลอีสต์

ช่วงโควิด-19 สาขาทั้งหมดของเขาถูกปิดลง คราวนั้นเขาบอกว่าไม่เคยเข้าใจว่ามืด 8 ด้านจริง ๆ เป็นอย่างไร ก็ได้เข้าใจ

แต่เปิดโอกาสให้เขาเห็นแสงสว่างในด้านใหม่ ๆ

จากที่ไม่เคยสนใจออนไลน์เลยเพราะมองว่า สินค้าเป็นเครื่องหอม คนต้องลองต้องได้กลิ่น ก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่พยายามเข้าไปในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์

จากที่ไม่เคยทำโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมก็ต้องทำ รวมทั้งขายผ่านไลฟ์สด เพียงแต่เขาไม่ได้ไลฟ์ขายเอง แต่ทำผ่าน “Austin Li” Influencer ชื่อดังของจีน และทำให้รู้ว่าช่องทางนี้ทรงพลังมากจริง ๆ”

โควิดผ่านพ้นไปแม้เศรษฐกิจไม่ได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยสินค้าและบริการของ “ปัญญ์ปุริ” คือ Luxury ที่จับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

ปัจจุบัน ปัญญ์ปุริ มีสาขา 26 แห่งในประเทศไทย อีกทั้งยังวางจำหน่ายในสปาหรู และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ นอกจากนี้ ยังมีสาขาใน 15 ประเทศในแถบยุโรปและเอเชีย รวมถึงห้างสรรพสินค้าในญี่ปุ่นและฮ่องกง

โครงสร้างธุรกิจ ประกอบไปด้วย ธุรกิจรีเทล 85% และธุรกิจบริการ 15% โดยธุรกิจรีเทลมีสัดส่วนดังนี้ ผลิตภัณฑ์น้ำหอม (Fine Fragrances) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า รวมกันกว่า 70% และเครื่องหอมในบ้าน 30%

สำหรับธุรกิจบริการสปาและเวลเนสทั้งหมด 4 แห่ง ที่จับระดับตลาดลักชัวรี ได้แก่ ปัญญ์ปุริ เวลเนส ที่ เกษร ทาวเวอร์ ปัญญ์ปุริ ออร์แกนิค สปา ที่โรงแรม Park Hyatt Bangkok และ ปัญญ์ปุริ เวลเนส ฮาร์เบอร์ ที่โรงแรม Andaz Pattya Jomtien Beach

ปี 2566 ทำผลงานทอปฟอร์มโกยยอดขาย 576 ล้านบาท

ในปี 2567 ก้าวกระโดดทุบสถิติ ปิดครึ่งปีแรก 493 ล้านบาท มั่นใจยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาทในเดือนธันวาคม 2567 นี้แน่นอน

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (10 /12/67) มีข่าว Kosé บริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นประกาศเข้าซื้อกิจการ Pañpuri โดยยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าของดีล

โดย Kosé ระบุว่า จะช่วยให้ปัญญ์ปุริขยายตลาดสู่ระดับสากลในฐานะ Luxury Brand จากเอเชีย

นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ วรวิทย์ ศิริพากย์ และแบรนด์ ปัญญ์ปุริ ♦

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer