มีคำถามอยู่เสมอว่าธุรกิจตัวเล็กๆจะเอาตัวรอดได้อย่างไร Challenger Brand หรือมวยรองบ่อนที่ต้องการล้มแชมป์จะสามารถทำได้อย่างไร นั่นคงเป็นไปได้ยากถ้าย้อนกลับไปในอดีต ทว่าหากถามยุคปัจจุบัน สมัยนี้ปลาใหญ่ใช่จะกินปลาเล็กได้เสมอไป ถ้าปลาตัวเล็กแต่ฉลาดว่องไว ว่ายเร็ว มีความกล้าหาญว่ายทวนกระแสเพื่อหาแหล่งอาหารที่แตกต่าง บางครั้งปลาเล็กตัวนั้นก็แข็งแรงกว่าปลาตัวใหญ่ได้

“หน้าที่ของเราคือการมเพาะพันธุ์ปลาตัวเล็กที่มีศักยภาพพร้อมเติบโตเป็นในอนาคต จากนักศึกษาสู่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เข้าใจเรื่องนวัตกรรมธุรกิจ สามารถประสบความสำเร็จอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม” รองศาสตราจารย์ ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นั่งพูดคุยกับ Marketeer

 

Startup สร้างเศรษฐกิจประเทศ

Startup เป็นที่พูดถึงในประเทศไทยมากขึ้นในช่วง1-2ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ประเทศอเมริกามีรูปแบบ Venture Capital มานาน มีบริษัทเกิดใหม่ระดับโลกไม่ว่าจะเป็น Google Youtube หรือ Facebook สำหรับประเทศไทยแม้คำว่า Startup ดูหอมหวานสำหรับคนรุ่นใหม่มากขึ้น แทนที่จะทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน สู้ตั้งใจทำธุรกิจเป็นผู้ประกอบการเลยดีกว่า อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องง่ายที่ Startup จะประสบความสำเร็จ อย่างที่รู้กันว่า ถ้ามี Startup สิบราย อาจจะมีเพียงหนึ่งธุรกิจเท่านั้นที่แจ้งเกิด ซึ่งผู้บริหารหอการค้าเน้นย้ำ จะทำธุรกิจต้องมองรอบตัวเราก่อนว่าชีวิตปัจจุบันเราขาดอะไร

“ธุรกิจที่ดีควรเริ่มจากความหลงใหลที่จะทำให้คุณเชี่ยวชาญในสิ่งนั้น รวมทั้งยอมรับในอุปสรรคและพร้อมที่จะเผชิญปัญหา เมื่อค้นหาเจอแล้ว คุณต้องถามต่อว่าสิ่งที่คุณหลงใหลนั้นมันจะเป็นผลิตภัณฑ์-บริการที่มีคนต้องการมากน้อยแค่ไหน เพราะแม้ Platform Online ทำให้ตลาดคุณเปิดกว้างก็จริง แต่ถ้ามันไม่มีดีมานด์สุดท้ายมันก็ต่อยอดไม่ได้ นักลงทุนก็ไม่อยากร่วมลงทุนด้วย คนส่วนใหญ่เวลาจะทำธุรกิจมักตั้งคำถามคือ เราอยากทำอะไร มากกว่าตลาดต้องการอะไร นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลว”

เมื่อรากฐานความสำเร็จของ Startup ย่อมเกิดจากรากฐานเข้าใจในการสร้างOnline Platform ที่ “ใช่และโดน” ณ จุดนี้ที่อธิการบดีหญิงคนแรกของม.หอการค้าบอกว่า เป็นทิศทางปัจจุบันของมหาวิทยาลัย กับการสร้างสรรค์หลักสูตรทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อสร้างผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพในอนาคต

 

Innovation Driven Entrepreneur

รูปธรรมที่ชัดเจนของทิศทางการพัฒนาผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คือการจัดตั้งวิทยาลัยผู้ประกอบการเพื่อสร้าง DNA ของการเป็นเจ้าของธุรกิจให้กับนักศึกษาทุกคณะ

“ก่อนที่คำว่า Startup จะเป็นที่พูดถึงมากขึ้น จริงๆเรามีการเรียนการสอนเรื่องนวัตกรรมผู้ประกอบการมานานแล้ว เราใช้คำว่า Innovation Driven Entrepreneur (IDE)หลักสูตรนวัตกรรมเพื่อสร้างผู้ประกอบการ บรรจุเป็นสาขาหนึ่งในคณะบริหารธุรกิจ โดยร่วมกับ Massachusetts Institute of Technology (MIT)ที่เป็นกูรูด้านนวัตกรรมธุรกิจจากอเมริกาเข้ามาเป็นที่ปรึกษาหลักสูตรนี้ เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่พัฒนานักศึกษาเท่านั้น แต่เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจให้ประเทศไทยสามารถสร้าง IDE ขึ้นมาได้”

ต่อมาพัฒนาจากหลักสูตรมาสู่การสร้างThe Collage of Entrepreneurวิทยาลัยผู้ประกอบการ ซึ่งนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่มีการจัดตั้งวิทยาลัยสาขาผู้ประกอบการโดยเฉพาะ โดยทุกคณะสามารถเข้ามาร่วมเรียนได้ ซึ่งนอกเหนือจากหลักสูตรการเรียนการสอนในคลาสเรียน ผู้บริหารเล่าว่ายังมีโครงการEGG Project หรือ โครงการตั้งไข่ธุรกิจเพื่อให้เด็กเรียนรู้การทำธุรกิจจริงในขณะที่เรียนอยู่ ซึ่งเด็กคณะอื่นก็สามารถมาเข้าที่โครงการได้เช่นกัน

“เราเชื่อว่าการสร้างผู้ประกอบการที่มีศักยภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจในอนาคต เราเองไม่ได้สนับสนุนแค่นักศึกษาของเราเท่านั้น ปีนี้ก็จะเปิดให้ศิษย์เก่าเข้ามาประกวด EGG Project ด้วย ซึ่งมหาวิทยาลัยก็พร้อมเป็นสปอนเซอร์เงินในการลงทุนธุรกิจจริง สำหรับเด็กมัธยมเราทำ โครงการเด็กหัวการค้า เป็นโครงการเพาะเยาวชนระดับมัธยม ให้คิดใหญ่ รู้จักมองโจทย์ที่ตลาดต้องการ แล้วค่อยๆเริ่มต้นทำเล็ก ๆ อย่างสร้างสรรค์ นี่คือวิธีที่คุณจะเห็นช่องทางในการต่อสู้ของคุณเอง และค่อย ๆ เติบโตอย่างมั่นคง”

ท่ามการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการค้าในปัจจุบัน ก่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรงทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคและในขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบถึงการดำเนินธุรกิจภายในประเทศไทยเองด้วย ดังนั้นทิศทางการสร้าง Startup ของมหาวิทยาลัยหอการค้าจึงไม่ได้มองแค่ความสำเร็จตัวบุคคลอย่างเดียว เพราะเมื่อ SMEs แข็งแรง นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจของประเทศย่อมพัฒนาขึ้นได้อย่างยั่งยืน นี่จึงเป็นเป้าหมายที่แท้จริง ที่จะสร้างแนวทางที่ตอบรับกับเศรษฐกิจในวงการศึกษาของไทยอนาคต