Trends / กลายเป็นข่าวที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจและน่าจะเป็นหนึ่งในข่าวใหญ่ของปี 2025 ด้วย สำหรับการที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีกับทุกประเทศในโลก
ท่ามกลางการจับตามองถึงผลกระทบและท่าทีของประเทศต่าง ๆ ต่อมาตรการแข็งกร้าวครั้งนี้
ออสเตรเลียก็เป็นอีกประเทศที่สินค้านำเข้าจะเจอกำแพงภาษีของสหรัฐฯ โดยแม้เจอน้อยกว่าประเทศส่วนใหญ่ แต่ก็มีประเด็นผุดออกมาที่น่าสนใจ
เพราะมาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ ครอบคลุมไปถึงดินแดนในปกครองที่เดินทางไปลำบาก ไร้ผู้คนอาศัยอยู่ และถิ่นฐานของเพนกวินอีกด้วย จนเหมือนตลกร้ายที่สร้างความงุนงงว่า สหรัฐฯ ทำไปเพื่ออะไร

สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีกับสินค้านำเข้าจากออสเตรเลีย 10% ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศเอเชีย-แปซิฟิก อย่างอินเดีย ไทย และจีน ที่เจอภาษีนำเข้า 26% 36% และ 54% ตามลำดับ แต่ความที่เป็นประเทศประกอบไปด้วยเกาะ มาตรการของสหรัฐฯ จึงครอบคลุมที่เกาะอื่น ๆ ในปกครองของออสเตรเลียด้วย
รวมไปถึงเกาะ เฮิร์ด และ แม็คโดนัลด์ ที่อยู่ห่างจากเกาะใหญ่ของออสเตรเลียไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 4,000 กิโลเมตร แถบตะวันตกและตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก ต้องใช้เวลาล่องเรือ 7 วัน และไม่มีใครเดินทางไปเกือบ 10 ปีแล้ว เพราะไม่มีคนอาศัยอยู่ และสิ่งมีชีวิตกลุ่มใหญ่สุดในเกาะก็คือ เพนกวิน

สหรัฐฯ ประกาศว่าจะใช้มาตรการภาษีกับเกาะแห่งนี้เมื่อต้นเมษายน โดยหลังข่าวแพร่ออกไปตามสื่อ ก็สร้างความงุนงงกับใครก็ตามที่ทราบข่าว ท่ามกลางการวิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ คงทำไปเพื่อให้ครอบคลุมและอยากแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่า ไม่มีประเทศไหนหรือพื้นที่ใดจะรอดพ้นกำแพงภาษีสหรัฐฯ ไปได้
ขณะที่สื่อส่วนใหญ่ก็ตีประเด็นแบบติดตลกและเรียกความสนใจว่า กระทั่งเพนกวินก็ไม่รอดจากมาตรการแข็งกร้าวของสหรัฐฯ
ด้านรัฐบาลออสเตรเลียก็แสดงความไม่พอใจ โดย ดอน ฟาร์เรล รัฐมนตรีกระทรวงการค้าออสเตรเลียกล่าวว่า เป็นเรื่องเกินกว่าเหตุ และความผิดพลาดที่เพนกวินแก่ ๆ จน ๆ ที่ไม่รู้จักประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องมาเจออะไรแบบนี้
ฝ่ายทางการสหรัฐฯ ก็รับรู้ได้ถึงความสงสัยของผู้คนต่อการเก็บภาษีเกาะโพ้นทะเลของออสเตรเลียที่มีแต่เพนกวิน โดย โฮวาร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ได้กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเทศว่า ทำไปเพื่ออุดช่องโหว่กันไม่ให้ประเทศใดก็ตามลักลอบส่งสินค้าเข้ามาในสหรัฐฯ
รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ยังกล่าวอีกว่า เรื่องนี้ไม่รอดพ้นสายตาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอยากจะจัดการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
สื่อตะวันตกรายงานอิงจากข้อมูลของ พิว ชาริเทเบิล ทรัสต์ องค์กรนโยบายสาธารณะว่า มาตรการนี้ของสหรัฐฯ ต่อเกาะใกล้ขั้วโลกของออสเตรเลีย แถบตะวันตกและตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกของออสเตรเลีย คงไม่ได้ทำไปเพื่อแค่ข่มขู่หรือเพื่อให้ถูกมองเป็นเรื่องตลก
เพราะในแต่ละปีมีการลักลอบขนถ่ายหรือย้ายปลา สัตว์น้ำ ที่จับได้จากทำประมงในบริเวณดังกล่าว เป็นมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ (ราว 3,470 ล้านบาทไป)
และยังมีข้อมูลจากธนาคารโลกอีกว่า เมื่อปี 2022 สหรัฐฯ นำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าจากเกาะเฮิร์ด และ แม็คโดนัลด์ ของออสเตรเลีย อยู่ที่ระหว่าง 15,000 ถึง 325,000 ดอลลาร์ (ราว 521,200 ถึง 11 ล้านบาท)
โดยเมื่อไม่สามารถเก็บภาษีหรือมีการหลบเลี่ยงภาษี ไม่ว่าเป็นปลาหรือเครื่องจักร จากเกาะแถบนั้น สหรัฐฯ จึงพลาดโอกาสเก็บภาษี ดังนั้น หากมองอีกด้านนี่คือการอุดช่องโหว่จริงตามที่รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวไว้
สำหรับมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ครอบคลุมดินแดนห่างไกลหรือเกาะโพ้นทะเลของคู่ค้า นอกจากเกาะเฮิร์ด และ แม็คโดนัลด์, เกาะนอร์ฟอล์ก, เกาะโคโค่ (คีลลิ่ง) ของออสเตรเลียแล้ว
หมู่เกาะสวาร์บาร์ดของนอร์เวย์และฟอร์กแลนด์ของอังกฤษที่อยู่ในมหาสมุทรอินเดียก็โดนไปด้วย/ bbc, theguardian
–
