เวิลด์เอ็กซ์โป 2025 ที่โอซาก้า เปิดฉากแล้ว ยิ่งใหญ่ น่าไปชม แต่ทำไมเราถึงตื่นเต้นน้อยลง
โอซาก้าเอ็กซ์โป 2025 เปิดฉากสุดยิ่งใหญ่ โชว์เทคโนโลยีอวกาศ AI และรถบินได้ คาดดึงดูดนักท่องเที่ยว 28 ล้านคนใน 6 เดือน
งานมหกรรมโลก World Expo 2025 เปิดฉากในวันอาทิตย์นี้ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้เกาะยูเมะชิมะ เกาะเทียมในอ่าวโอซาก้า เป็นสถานที่จัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัยจากทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมอวกาศ การแพทย์ ไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์แห่งอนาคต คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 28.2 ล้านคนตลอดระยะเวลา 6 เดือน จนถึงวันที่ 13 ตุลาคม
พิธีเปิดจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ กล่าวว่า “ญี่ปุ่นจะมอบเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนและสนทนาระหว่างผู้คนทั่วโลก พร้อมนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของญี่ปุ่นต่อสายตาชาวโลก”
พาวิลเลียนสหรัฐฯ ดึงดูดด้วยฉากจำลองการปล่อยจรวด NASA
พาวิลเลียนของสหรัฐฯ จำลองฉากปล่อยจรวดของ NASA พร้อมระบบแสดงผลด้วยแสง LED และเสียง ที่ให้ผู้เข้าชมรู้สึกราวกับอยู่ในการปล่อยจรวดจริง นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างหินจากดวงจันทร์ที่นักบินอวกาศจากยุคอพอลโลเคยเก็บกลับมา ซึ่งเคยจัดแสดงในงานเอ็กซ์โปที่โอซาก้าครั้งแรกในปี 1970
ภายในพาวิลเลียนยังมีการจัดกิจกรรมทางธุรกิจ โดยเน้นแสดงเทคโนโลยีของสตาร์ตอัปด้านอวกาศจากสหรัฐฯ ซึ่งกลุ่มประเทศจีนเองก็นำเสนอเทคโนโลยีอวกาศเช่นกัน โดยจะนำตัวอย่างดินจากดวงจันทร์ที่ยานฉางเอ๋อ-5 และฉางเอ๋อ-6 เก็บกลับมา แสดงภายในงาน
จีนนำเสนอเมืองอัจฉริยะและ AI
นอกจากเทคโนโลยีอวกาศ จีนยังโชว์แนวคิด “สมาร์ตซิตี้” ที่ใช้ Big Data และ AI ช่วยจัดการพลังงานทดแทนให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงลดปัญหาจราจร
เวทีโปรโมตธุรกิจและการลงทุนระดับโลก
งานเอ็กซ์โปครั้งนี้ยังกลายเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการค้าและการลงทุน โดยมีแนวโน้มเข้มข้นยิ่งขึ้นจากบทเรียนในเอ็กซ์โปดูไบปี 2021-2022 ที่หลายประเทศใช้โอกาสนี้ดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก
องค์กรส่งเสริมการค้าญี่ปุ่น JETRO คาดว่ากิจกรรมธุรกิจจะคึกคักไม่แพ้ครั้งก่อน เช่น ในเดือนมิถุนายน เนเธอร์แลนด์จะส่งตัวแทนภาคสุขภาพกว่า 60 คนมาเข้าร่วมงานจับคู่ธุรกิจ
อินโดนีเซียใช้พาวิลเลียนรูปเรือโชว์วัสดุรีไซเคิล
สตาร์ตอัปจากอินโดนีเซียได้นำเสนอวัสดุก่อสร้างที่ผสมจากพลาสติกรีไซเคิลและแกลบ ในพาวิลเลียนรูปทรงเรือ โดยหวังดึงดูดความสนใจจากบริษัทญี่ปุ่นในเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เช่น ไฮโดรเจนและเชื้อเพลิงชีวภาพ พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นทุกวัน
รถบินได้สัญชาติญี่ปุ่นบินโชว์จริงกลางงาน
หนึ่งในไฮไลท์คือการสาธิตบินของรถบินได้จาก SkyDrive สตาร์ตอัปญี่ปุ่นที่มีฐานอยู่ในเมืองโตโยตะ จังหวัดไอจิ รถต้นแบบแบบ 3 ที่นั่ง บินขึ้นสูง 5 เมตรและลอยกลางอากาศราว 3 นาทีโดยไร้นักบิน
SkyDrive จะจัดแสดงบินไร้คนขับอีกหลายรอบในช่วงกลางกรกฎาคมถึงปลายสิงหาคม ขณะที่บริษัทญี่ปุ่นรายอื่น เช่น Marubeni และ ANA Holdings ก็เตรียมสาธิตการบินด้วยอากาศยานไฟฟ้าร่วมกับพันธมิตรจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร
แม้แผนการให้บริการเชิงพาณิชย์ของรถบินได้จะต้องล่าช้าออกไปเนื่องจากกระบวนการขอใบรับรองความปลอดภัยทางอากาศ แต่ผู้จัดงานหวังว่าการโชว์บินในครั้งนี้จะช่วยจุดกระแสความสนใจและเร่งการพัฒนาในอนาคตอันใกล้
สำรวจพาวิลเลียนสุดล้ำแห่ง Osaka Expo 2025
ใช้วัสดุธรรมชาติ รีไซเคิล และแนวคิดยั่งยืน
งานเวิลด์เอ็กซ์โป 2025 ซึ่งจัดขึ้นทุก 5 ปี ครั้งนี้จัดขึ้นที่เกาะยูเมะชิมะ เกาะเทียมในอ่าวโอซาก้า โดยไฮไลท์สำคัญคือ “Grand Ring” โครงสร้างไม้ขนาดยักษ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หลักของงาน และเป็นพื้นที่ที่มีพาวิลเลียนจากประเทศต่าง ๆ ตั้งเรียงรายอย่างหนาแน่น
แม้ขนาดของสถานที่จะเล็กกว่าครั้งก่อนในปี 1970 ราวครึ่งหนึ่ง แต่ปีนี้กลับมีประเทศเข้าร่วมเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว หลายพาวิลเลียนถูกออกแบบร่วมกันเพื่อประหยัดทรัพยากรและพื้นที่ ในสถานการณ์ที่ค่าก่อสร้างพุ่งสูงและแรงงานในญี่ปุ่นขาดแคลน
พาวิลเลียนสุดสร้างสรรค์จากทั่วโลก
สวิตเซอร์แลนด์สร้างสถิติใหม่ด้วยพาวิลเลียนที่ “เบาที่สุด” เท่าที่เคยมีในประวัติศาสตร์ World Expo เป็นทรงกลมสี่ลูกที่เชื่อมต่อกันด้วยฟิล์มพิเศษ ส่วนพาวิลเลียนของสาธารณรัฐเช็กสะท้อนชื่อเสียงด้านแก้วโบฮีเมียน ด้วยโครงสร้างรูปเกลียวแก้วที่โดดเด่น
พาวิลเลียนสิงคโปร์มาในรูปทรงกลมสีแดง ขณะที่ของสหราชอาณาจักรออกแบบเป็นรูปธง Union Jack แต่พาวิลเลียนอื่น ๆ ส่วนมากใช้โทนสีเรียบ เช่น เทา ขาว และน้ำตาล สื่อถึงความเรียบง่ายและความกลมกลืนกับธรรมชาติ
ไม้ ไผ่ และหญ้า คือพระเอกของงาน
แนวคิดของเอ็กซ์โปในครั้งนี้เน้นวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ ไผ่ และหญ้า โดยเฉพาะใน Grand Ring ที่ใช้ไม้ปริมาณกว่า 27,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อเข้าด้วยกันด้วยเทคนิคดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “nuki” ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับเวทีไม้ของวัดคิโยมิซุในเกียวโต
พาวิลเลียนญี่ปุ่นสร้างด้วยแผ่นไม้ประกบไขว้ (cross-laminated timber) 560 แผ่นในรูปทรงวงกลม ขณะที่พาวิลเลียนจีนได้แรงบันดาลใจจากแผ่นเขียนอักษรไม้ไผ่โบราณ พาวิลเลียนของ Sumitomo Group ใช้ไม้ไซเปรสและซีดาร์ที่ปลูกในป่าของกลุ่มบริษัทเอง ส่วนพาวิลเลียนมาเลเซีย ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง เคนโกะ คุมะ ใช้ไม้ไผ่ญี่ปุ่นตกแต่งภายนอก และไม้ไผ่มาเลเซียตกแต่งภายใน
รีไซเคิลสร้างพาวิลเลียนแบบรักษ์โลก
ความยั่งยืนกลายเป็นแนวคิดหลักของหลายพาวิลเลียน ปีนี้หลายแห่งสะท้อนหลัก 3R – ลดใช้ (Reduce) ใช้ซ้ำ (Reuse) และรีไซเคิล (Recycle)
พาวิลเลียนสตรี (Women’s Pavilion) ที่ออกแบบโดยสถาปนิกญี่ปุ่น ยูโกะ นากายามะ นำวัสดุจากพาวิลเลียนญี่ปุ่นในดูไบเมื่อปี 2020 มาใช้ซ้ำ พาวิลเลียนโปรตุเกสใช้เชือกเก่าแขวนจากหลังคา และกว่า 75% ของวัสดุทั้งหมดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น คอร์กที่ใช้ปูพื้น
ขณะที่ Panasonic Holdings นำเสนอพาวิลเลียน “The Land of Nomo” ซึ่งสร้างจากเหล็ก ทองแดง และกระจกที่ได้จากการรีไซเคิลอุปกรณ์ไฟฟ้าเก่า พร้อมเทคโนโลยีดิจิทัลแบบอินเทอร์แอคทีฟให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำ
พาวิลเลียนตะวันออกกลางโดดเด่นด้วยวัฒนธรรม
พาวิลเลียนจากประเทศตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย (เจ้าภาพ Expo 2030 ที่กรุงริยาด) และกาตาร์ ใช้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมดั้งเดิม เช่น เรือใบแบบชาติพันธุ์ ส่วนพาวิลเลียนอินโดนีเซียออกแบบเป็นรูปเรือเช่นกัน เพราะสถานที่จัดงานล้อมรอบด้วยทะเล
เกาหลีใต้โชว์ AI แปลงเสียงเป็นแสงและเสียงเพลง
เกาหลีใต้เตรียมนำเสนอระบบ AI ที่แปลงเสียงพูดของผู้ชมเป็นแสงและเสียงดนตรี พร้อมนำเสนอภาพลักษณ์ “ใหม่ ทันสมัย และแข็งแกร่ง” ของคนรุ่นใหม่เกาหลี
เทคโนโลยีการแพทย์ล้ำหน้าในพาวิลเลียนโอซาก้า
รัฐบาลท้องถิ่นโอซาก้าร่วมกันจัดพาวิลเลียน Healthcare Pavilion เพื่อแสดงเทคโนโลยีชีวการแพทย์ เช่น แผ่นเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจที่พัฒนาจากเซลล์ iPS และผลงานนวัตกรรมจากบริษัทขนาดกลางและเล็กกว่า 441 แห่งในภูมิภาคคันไซ
พบหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์กว่า 30 ตัว และหุ่นยนต์อวทาร์เคลื่อนที่ได้
อีกหนึ่งจุดเด่นคือ Future of Life Pavilion ที่จะจัดแสดงหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์กว่า 30 ตัวตลอดระยะเวลา 184 วันของงาน รวมถึงหุ่นยนต์อวทาร์ 3 ตัวที่สามารถเคลื่อนที่และหลบสิ่งกีดขวางได้ โดยจะยิ้มทักทายและนำทางผู้เข้าชมอย่างเป็นมิตร
ทำไมคนสมัยนี้ดูตื่นเต้นกับ World Expo น้อยลง?
ทั้งที่ครั้งหนึ่ง World Expo เคยเป็นเวทีที่คนทั่วโลกตั้งตารอพอ ๆ กับโอลิมปิกหรือฟุตบอลโลกด้วยซ้ำ
1. โลกเชื่อมถึงกันมากขึ้นแล้ว
สมัยก่อน World Expo คือหน้าต่างเดียวที่จะได้เห็นเทคโนโลยีล้ำยุคหรือวัฒนธรรมแปลกตาจากทั่วโลก แต่วันนี้ เรามีอินเทอร์เน็ต สมาร์ตโฟน TikTok และ YouTube ที่พาเราไปเห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ทันที ไม่ต้องรอให้ประเทศต่าง ๆ ยกขบวนมาโชว์ในงานอีกต่อไป
2. เทคโนโลยีไม่ “ว้าว” เท่าเดิม?
เมื่อ 50 ปีก่อน แค่โทรทัศน์สีหรือยานอวกาศก็ทำให้คนตะลึงได้แล้ว
แต่ทุกวันนี้ AI, รถบินได้ หรือหุ่นยนต์ กลับกลายเป็นข่าวที่เห็นทุกสัปดาห์
สิ่งที่เคยเป็น “อนาคต” ตอนนี้กลายเป็น “ของจริง” ที่เราจับต้องได้
เลยไม่รู้สึกว่างาน Expo จำเป็นต้องเป็นเวทีโชว์ของแบบนั้นอีก
3. ความอลังการไม่ใช่คำตอบเสมอไป
คนรุ่นใหม่เริ่มมองหาคุณค่าที่ลึกกว่านั้น เช่น ความยั่งยืน การแก้ปัญหาโลกร้อน หรือไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่าย งาน Expo ที่ยังเน้นความใหญ่ ความอลังการ อาจไม่ตอบโจทย์ความสนใจใหม่ของคนยุคนี้เท่าไร
4. มุมมองด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า
“ต้องใช้เงินมหาศาลแค่ไหนเพื่อสร้างพาวิลเลียนที่จะถูกรื้อทิ้งหลังจบงาน?”
งานระดับโลกแบบนี้กลายเป็นเป้าของเสียงวิจารณ์เรื่องฟุ่มเฟือย การสร้างภาระงบประมาณ และการปล่อยคาร์บอนจำนวนมาก
5. ความรู้สึก “ใกล้ตัว” หายไป
Expo ในอดีตเคยมีผลต่อชีวิตคนจริง ๆ เช่น การเปิดตัวหลอดไฟ รถยนต์ หรือโทรศัพท์
แต่ Expo ยุคใหม่ดูห่างไกลจากชีวิตประจำวันมากขึ้น กลายเป็นพื้นที่ของรัฐบาลหรือบริษัทใหญ่ มากกว่าการเชื่อมโยงกับคนธรรมดา
แล้วจะทำให้ World Expo น่าตื่นเต้นอีกได้ไหม?
คำตอบอาจอยู่ที่ การเปลี่ยนมุมมอง
- จากเวทีโชว์เทคโนโลยี เป็นเวทีหาทางรอดให้โลก
- จากงานแฟร์ระดับชาติ เป็นเวทีสนทนาระดับมนุษยชาติ
- จากความอลังการ เป็นความหมายที่คนทุกคนรู้สึกว่า “นี่คือเรื่องของฉัน”
อ้างอิง
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /






