ปัจจุบันแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ ส่งผลให้บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่เวทีโลก ด้วยการจัดตั้ง “ศูนย์ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอาหาร” หรือ FTEC (Food Technology Exchange Center) บนพื้นที่อาคารฟู้ด เทคโนโลยี ธาราพาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี ด้วยงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยในตลาดอาหารโลกอย่างยั่งยืน

นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมอาหารว่า ต้องมีศูนย์กลางให้ทุกฝ่าย ทั้งนักวิจัย นักพัฒนา และผู้ประกอบการ ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและบูรณาการเทคโนโลยีต่างๆ โดยซีพีแรมจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสนับสนุนการวิจัย พัฒนานวัตกรรมอาหาร และขยายการผลิตในสเกลใหญ่ขึ้น เพื่อยกระดับการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยในเวทีโลก ศูนย์ FTEC จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี Biotech ในเฟสแรก และจะขยายไปสู่ Robotech และ Digitech ในเฟสถัดไป ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ

ทางด้าน นายพิภักดิ์ จรูญลักษณ์คนา รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพีแรม จำกัด ระบุว่า ตลาดอาหารพร้อมรับประทานในประเทศยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Ready-to-Eat & Grab-and-Go ซึ่งคาดว่าในปี 2568 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซีพีแรมจึงเดินหน้าพัฒนาอาหารและเบเกอรี่คุณภาพสูงที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน พร้อมผลักดันอาหารท้องถิ่น เช่น ใบเหลียงผัดไข่ ข้าวซอยไก่ และก๋วยจั๊บญวน ให้เข้าถึงตลาดแมส ผ่านเครือข่ายนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั่วประเทศ เพื่อคงคุณภาพและรสชาติให้สม่ำเสมอทุกภูมิภาค ซีพีแรมขับเคลื่อนการผลิตด้วยกลยุทธ์ที่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค โดยบูรณาการนวัตกรรมเข้ากับอินไซต์ผ่านทีม R&D กว่า 200 คน ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ กลยุทธ์หลักประกอบด้วย:
- Localization & Mass Customization: นำเมนูท้องถิ่น เช่น ใบเหลียงผัดไข่ ข้าวซอย ก๋วยจั๊บญวน มาพัฒนาเป็นสินค้าระดับประเทศ พร้อมพัฒนาเมนูเฉพาะกลุ่ม เช่น สำหรับผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยเบาหวาน
- Fast Innovation Cycle: พัฒนาเมนูใหม่ต่อเนื่องกว่า 500 รายการต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 2 เมนู โดยใช้ระบบ Central Kitchen ทดลองผลิตและเก็บผลตอบรับก่อนวางขาย
- Digital Supply Chain: ใช้เทคโนโลยี IoT และ AI ในการควบคุมการผลิต ช่วยลดของเสียและพยากรณ์ความต้องการได้แม่นยำ พร้อมกระจายสินค้าไปยังร้าน 7-Eleven กว่า 15,000 สาขาทั่วประเทศภายในระยะทาง 300 กิโลเมตรจาก 16 โรงงานหลัก
ปัจจุบันในบริษัทมีทั้งหมด 1,100 เมนู ซึ่งแบ่งเป็นเมนู Ready-to-Eat จำนวน 550 รายการ และเบเกอรี่ 450 รายการ โดยการจัดตั้งศูนย์ FTEC จะช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมจากที่มีในปัจจุบัน ซึ่งในแต่ละปี ซีพีแรมจะสามารถนำเสนอเมนูใหม่ได้ถึง 500 รายการ จากเดิมที่มีราว 450 เมนูต่อปี นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนขยายกำลังการผลิตจาก 16 โรงงานทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวต่ออีกว่า ซีพีแรมดำเนินธุรกิจภายใต้ปณิธาน FOOD 3S เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารของไทยอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับ Food Safety (ความปลอดภัยทางอาหาร), Food Security (ความมั่นคงทางอาหาร) และ Food Sustainability (ความยั่งยืนทางอาหาร) ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซีพีแรมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน ซีพีแรมยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในทุกระดับ และเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารโลก
ในปี 2568 ซีพีแรมตั้งเป้ารายได้รวมที่ 34,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตกว่าปีที่แล้วประมาณ 11% ที่มีรายได้ 31,000 บาท


