ในยุคหนึ่ง เชฟเป็นเพียงคนที่อยู่เบื้องหลังในครัว
แต่วันนี้ เชฟกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในสายตาผู้บริโภค มีบทบาทมากขึ้นในโซเชียลมีเดีย และส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค

สิ่งที่เรียกว่า Celebrity Chef คือปรากฏการณ์ที่ทำให้เชฟกลายเป็นอีกส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมการกิน
เชฟไม่ได้มีเพียงแค่ทักษะในการปรุงอาหาร แต่ยังมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว มีผู้ติดตาม และมีพลังในการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค

เชฟหลายคนเริ่มเป็นที่รู้จักจากรายการแข่งขันทำอาหาร การแสดงฝีมือบนเวทีสากล และการสร้างตัวตนบนโซเชียลมีเดีย
ไม่ใช่เพียงแค่แสดงสูตรอาหาร แต่ยังเล่าประสบการณ์ แรงบันดาลใจ และแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังแต่ละจาน

เชฟที่สื่อสารได้ดี มีเอกลักษณ์ และสามารถสร้างเรื่องราวได้ มักจะถูกจดจำ และก้าวขึ้นมาเป็นอีกบุคคลสาธารณะที่มีอิทธิพล
ไม่ว่าจะในแง่ของรสนิยมอาหาร การออกแบบเมนู หรือแม้แต่แนวคิดเรื่องคุณภาพชีวิต

.

เชฟวันนี้คือผู้มีอิทธิพลในโลกการกิน

ทุกวันนี้ เชฟเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ได้รับการยอมรับทั้งจากคนในวงการอาหารและผู้บริโภคทั่วไป
หลายคนมีสถานะคล้ายกับ influencer หรือ KOL ในหมวดอาหาร ที่ผู้คนให้ความเชื่อถือในเรื่องรสนิยมการกิน

ชื่อของเชฟจึงกลายเป็นตัวบ่งบอกคุณภาพอย่างหนึ่ง
หากร้านที่เชฟเป็นเจ้าของ หลายคนก็ตัดสินใจตามไปลองโดยไม่ลังเล
หรือหากเชฟแนะนำร้านอาหารที่ชื่นชอบ ผู้ติดตามก็มักจะเชื่อมั่นว่าอาหารต้องมีคุณภาพและรสชาติดี

แม้บางคนจะไม่ได้เปิดร้านเอง
แต่ก็ยังมีอิทธิพลผ่านการแนะนำวัตถุดิบ เมนู หรือแนวทางการเลือกกินผ่านช่องทางออนไลน์
ส่งผลให้เวลาผู้บริโภคจะตัดสินใจเลือกซื้ออะไร ก็มักมีภาพหรือคำแนะนำของเชฟคนนั้นอยู่ในหัวเสมอ

อิทธิพลของเชฟจึงไม่จำกัดแค่ในครัวอีกต่อไป
แต่ขยายออกไปสู่กระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภคในทุกมิติของการกิน

.

อะไรที่ทำให้เชฟกลายเป็นที่รักของผู้คน?

  1. ฝีมือที่พิสูจน์แล้ว
    กว่าจะเป็นที่รู้จัก เชฟส่วนใหญ่ต้องผ่านเวที แข่งขัน หรือเปิดร้านอาหารเองมานาน
    เมนูที่ทำออกมาจึงไม่ใช่แค่สวย แต่มีรสชาติและความพิถีพิถันที่ตอบโจทย์ทั้งคนชอบลองและลูกค้าทั่วไป

  2. กล้าคิด กล้าลอง
    เชฟยุคใหม่ชอบทดลอง วัตถุดิบแปลกๆ เทคนิคใหม่ๆ หรือการตีความเมนูเดิมให้ไม่เหมือนใคร
    สิ่งเหล่านี้สร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากลองเมนูใหม่ที่ไม่เคยคิดจะสั่งมาก่อน

  3. เข้าถึงง่ายขึ้นบนโซเชียล
    จากคลิปสั้นในมือถือ ไปจนถึงรายการออนไลน์ เชฟเข้าถึงผู้ชมได้โดยตรง
    คนดูก็รู้สึกเหมือนได้รู้จักเชฟจริงๆ บางทีดูไปดูมาก็รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำ

.

ร้านอาหารใช้ชื่อเชฟสร้างมูลค่าได้อย่างไร

อิทธิพลของเชฟในยุคนี้ไม่ได้จบแค่ในร้านอาหารของตนเอง
หลายแบรนด์อาหารเริ่มเห็นว่า “ชื่อเชฟ” สามารถกลายเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ได้ผลจริง

การจับมือกับเชฟมีผลทั้งต่อภาพลักษณ์และการดึงดูดลูกค้า
ในไทยก็เริ่มเห็นมากขึ้น เช่น

  • Shake Shack ประเทศไทย เปิดตัว 4 เมนูใหม่สไตล์ไทย โดยร่วมพัฒนากับ เชฟแพม The World’s Best Female Chef 2025

  • Oishi Eato เปิดตัวเมนู เกี๊ยวซ่าแป้งหมึกดำไส้แกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่น ร่วมกับ เชฟบิ๊ก ท็อปเชฟ ประเทศไทย

  • โครงการ Chef Cares จับมือกับ เจ๊ไฝ ทำเมนูข้าวกล่องพรีเมียม เช่น ข้าวกะเพราหมูคูโรบูตะ

ความร่วมมือเหล่านี้ช่วยให้ร้านเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่
เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ และยกระดับภาพลักษณ์ให้เหนือกว่าคู่แข่ง

การใส่ชื่อเชฟในชื่อเมนู หรือในคำอธิบายสินค้า ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ
ลูกค้าจะรู้สึกว่าอาหารจานนั้นผ่านการดูแลหรือแนะนำโดยเชฟเองแล้ว

.

เชฟไม่ใช่แค่คนหลังเตา แต่เป็นอีกส่วนสำคัญของแบรนด์

ร้านอาหารในวันนี้แข่งขันกันทั้งด้านการมอบประสบการณ์ บรรยากาศ และภาพลักษณ์
ลูกค้าไม่ได้จ่ายเงินเพื่อแค่อาหาร
แต่จ่ายด้วยความคาดหวัง ความมั่นใจ  และความรู้สึกว่าจะได้สัมผัสบางสิ่งที่ “แตกต่าง”

เชฟที่มีชื่อเสียงจึงกลายเป็นอีก “สินทรัพย์” ของร้าน
สามารถช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ร้าน เพิ่มยอดขาย และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

และการที่เริ่มมีแบรนด์ทยอยคอลแลปกับเชฟอาจเป็นสัญญาณว่าเชฟกำลังมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในโลกการกิน
จากตัวอย่าง การคอลแลปกับเชฟนั้นช่วยให้แบรนด์มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจ สร้างจุดยืนที่แตกต่างจากคู่แข่ง และยิ่งช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้เร็วและง่ายขึ้น


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer