ขายหน้าร้านขายดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถเข้าถึงฐานลูกค้านอกร้านได้

สิ่งนี้เป็นหนึ่งในคำตอบที่ร้านอาหารเชนหลาย ๆ แบรนด์แตกไลน์อาหารสู่ธุรกิจ Ready to Eat อย่างจริงจัง จนได้เห็นอาหารพร้อมรับประทานวางแช่เย็นหรือแช่แข็งอยู่บนเชลฟ์รอลูกค้าซื้ออุ่นรับประทานหลายแบรนด์ หลากเมนู

เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมรับประทานอาหาร Ready to Eat เพิ่มขึ้น จากความสะดวก รับประทานเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อต้องการ และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต โมเดิร์นเทรด ช่องทางหลักในการกระจายสินค้า ที่ช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ ๆ ที่หน้าร้าน และเดลิเวอรีไม่สามารถตอบโจทย์ได้ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดนอกเขตเมืองที่กันตาร์สำรวจพบว่านิยมรับประทานอาหาร Ready to Eat เพิ่มขึ้นในปี 2567

ตลอดจนสร้างความถี่ในการรับประทานให้กับลูกค้าเก่า ในฐานะแบรนด์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น จากอาหารเมนูต่าง ๆ ที่พร้อมเสิร์ฟหนึ่งมื้ออิ่มสำหรับลูกค้าแต่ละคนโดยไม่ต้องเดินทาง หรือสั่งผ่านแพลตฟอร์ม

และข้อมูลจาก Statista ยังคาดการณ์ว่าตลาด Ready to Eat จะมีมูลค่ามากถึง 202.77 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6,640 ล้านบาท และจะเติบโตต่อเนื่องทุกปีเฉลี่ยปีละ 12.9% นับตั้งแต่ปี 2568-2572

การเติบโตของตลาดบนโอกาสการเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ ๆ ที่กล่าวมา ล่าสุด ได้เห็นความเคลื่อนไหวของ ร้านผัดไทยทิพย์สมัย และ MK ที่ต่างโชว์ไลน์อัปอาหาร Ready to Eat เมนูต่าง ๆ ที่จะเข้ามาบุกตลาดในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025

 

ทิพย์สมัย เปิดเมนูภายใต้แบรนด์ทิพย์สมัย และเปิดแบรนด์ใหม่ ในชื่อ แบรนด์ไทย ลงเล่นตลาด Ready to Eat และ Ready to Cook โดยเฉพาะ

โดยมีเมนูที่ลงเล่นตลาด Ready to Eat เช่น ผัดไทยแช่แข็ง 6 เมนูแบรนด์ทิพย์สมัย, เส้นจันท์แช่แข็ง, ข้าวแช่แข็ง, ขนมไทยโบราณแช่แข็งในชื่อแบรนด์ไทย

พร้อมกับลงเล่นตลาดผ่านช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ต, หน้าร้านทิพย์สมัย และส่งออกไปต่างประเทศที่เป็นฐานลูกค้าหลักของแบรนด์ เช่น เกาหลี, ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา ในช่วงเริ่มต้น

ส่วน MK มีแผนเปิดเมนู Ready to Eat ใหม่ ออกวางจำหน่ายในปีนี้ เช่น บะหมี่หยกเป็ดย่าง, บะหมี่ผักหมูแดง, ข้าวซี่โครงหมู และข้าวเนื้อตุ๋น วางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด เพื่อต่อยอดจากเมนู Ready to Cook ชุดสุกี้ต่าง ๆ ที่จำหน่ายผ่านเซเว่นอีเลฟเว่นก่อนหน้านี้

จะเห็นได้ว่าการลงเล่นตลาด Ready to Eat ของทั้งสองแบรนด์ เป็นการนำเอาจุดเด่น หรือซิกเนเจอร์ ที่แบรนด์มีอยู่มาต่อยอดขยายไปยังโอกาสใหม่ ๆ ทั้งสิ้น เพื่อคาดหวังกลับมาสู่รายได้ และฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจนี้

ซึ่งภายใต้โอกาสของตลาด Ready to Eat ยังมีความท้าทายจากการแข่งขันที่สูงมาก เนื่องจากมีแบรนด์ต่าง ๆ ลงสนามกันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะแบรนด์หลักในตลาดอย่าง Ezy Go ที่ครองพื้นที่หลักในเซเว่นอีเลฟเว่น ผ่านเมนูที่หลากหลาย

ตลอดจนการรักษารสชาติให้คงที่หลังอุ่นให้มีรสชาติเดียวกับหน้าร้าน จากการนำเสนอเมนูในบางกลุ่มที่ผู้บริโภคบางคนมีประสบการณ์รับประทานที่หน้าร้านมาก่อนหน้านั้น, การรักษาคุณภาพของอาหารจากครัวสู่ตู้แช่ และการตั้งราคาเพื่อสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้ามากที่สุด


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer