SKY ICT เปิดวิสัยทัศน์บริษัท เผยลงทุนโครงการเทคโนโลยีสำหรับสนามบิน มูลค่ารวมแตะ 35,000 ล้านบาท มุ่งเป็นบทบาทสำคัญ พัฒนาสนามบินไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทยที่อยู่ในความท้าทาย คุณสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ได้เปิดวิสัยทัศน์ของ SKY ICT กับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการครั้งแรก พร้อมประเมินมุมมองทิศทางของอุตสาหกรรมการบินไทย
โดย บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ICT คือบริษัทด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับอุตสาหกรรมการบินและการบริหารจัดการการเดินทาง
หากอธิบายให้เห็นภาพถึงบทบาทของ SKY ICT ที่คุ้นเคยสำหรับผู้โดยสารในสนามบิน คือบริษัทหลักในการให้บริการระบบบริการผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องในสนามบิน และ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นด้านการเดินทาง Sawasdee by AOT
SKY ICT มีการดำเนินธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
1.ธุรกิจการให้บริการ
1.1 บริการที่เกี่ยวข้องกับกิจการการบิน (Aviation Service): บริษัทได้พัฒนาและติดตั้งระบบบริการผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง หรือ CUPPS (Common Use Passenger Processing System) ครอบคลุมกว่า 13 สนามบินทั่วประเทศ
ระบบ CUPPS ที่บริษัทนำเสนอในสนามบินประกอบด้วยโซลูชั่นหลัก ได้แก่ CUTE (ระบบออกตั๋วโดยสารที่เคาน์เตอร์), CUSS (ระบบออกตั๋วโดยสารด้วยตัวเอง), CUBD (ระบบโหลดกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ), PVS (ระบบคัดกรองผู้โดยสารก่อนเข้าเกต), SBG (ระบบประตูทางออกขึ้นเครื่องอัตโนมัติ)
ซึ่งระบบเหล่านี้ช่วยให้สนามบินรองรับผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น
นอกจากนี้ บริษัทยังได้พัฒนา ‘ระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Automated Biometric Identification System: Biometric)’ ซึ่งใช้การสแกนใบหน้าเพื่อพิสูจน์ตัวตนของผู้โดยสารก่อนเข้าสู่ระบบสนามบิน โดยไม่ต้องแสดงเอกสารใด ๆ อีก
ปัจจุบันระบบ Biometric เปิดให้ใช้งานแล้วในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ดังนี้ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, แม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ภูเก็ต, หาดใหญ่
ขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ ในกลุ่มธุรกิจการให้บริการ
1.2 ธุรกิจผลิตและให้บริการแพลตฟอร์ม: พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการเดินทาง การท่องเที่ยว และความปลอดภัย นำโดย SAWASDEE by AOT แอปพลิเคชั่นด้านการเดินทางที่บริษัทพัฒนาร่วมกับ AOT
1.3 บริการหลังการขายและติดตั้งระบบ: ให้บริการซ่อมบำรุงฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล
1.4 บริการด้านความปลอดภัยและการบริหารอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะ: ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะด้วย AI และ IoT รวมถึงบริหารอาคารด้วยระบบ Digital Twin และ 3D Visualization ในปี 2023 กลุ่มบริษัทได้ขยายธุรกิจการให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะแบบครบวงจร (Smart Facility Management)
1.5 การบริหารจัดการงานลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Service Management): ให้บริการดูแลลูกค้าสัมพันธ์แบบครบวงจร
2.ธุรกิจจัดจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร: ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง บริหารจัดการโครงการ รวมถึงจัดหาและจำหน่ายอุปกรณ์ ICT สำหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเน้นโครงการที่มีความซับซ้อน
3.ธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ: จำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก เครื่องสแกน เครื่องพิมพ์ เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล อุปกรณ์เครือข่าย กล้องวงจรปิด และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ
ทั้งหากแบ่งกลุ่มธุรกิจของบริษัทตามยอด Backlog ณ วันที่ 31 มีนาคม 2025 อยู่ที่ 22,015 ล้านบาท แบ่งดังนี้
1.ธุรกิจการบิน (Aviation) สัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดถึง 70% คิดเป็นมูลค่า 15,470 ล้านบาท
2.ธุรกิจบริการและสนับสนุน (Service & Support) สัดส่วน 24% คิดเป็นมูลค่า 5,210 ล้านบาท
3.ธุรกิจให้บริการการรวมระบบ (System Integration) สัดส่วน 6% คิดเป็นมูลค่า 1,335 ล้านบาท
ซึ่งด้วยความที่ธุรกิจการบินเป็นพอร์ตหลักของบริษัท ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนโครงการเทคโนโลยีสำหรับสนามบินมูลค่ารวมสูงถึง 35,000 ล้านบาท ซึ่งยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของบริษัท ในการสนับสนุนท่าอากาศยานหลัก และอีกหลายแห่งทั่วประเทศไทย ในการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบิน ส่งเสริมให้สนามบินไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การบิน ปี 2024 – 2038 เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็น ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) ผ่านการกำหนดเป้าหมายการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบินอย่างชัดเจน
– ระยะสั้น (2024-2025): รองรับผู้โดยสาร 180 ล้านคน และ 1.2 ล้านเที่ยวบิน โดยมี Minimum Connecting Time (MCT) หรือ เวลาต่อเครื่องขั้นต่ำ น้อยกว่า 75 นาที
– ระยะกลาง (2026-2028): รองรับผู้โดยสาร 210 ล้านคน และ 1.4 ล้านเที่ยวบิน โดยมี MCT น้อยกว่า 60 นาที
– ระยะยาว (2029-2038): รองรับผู้โดยสาร 270 ล้านคน และ 2.1 ล้านเที่ยวบิน โดยมี MCT น้อยกว่า 45 นาที
นอกจากนั้น บริษัทยังพร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินไทยไปข้างหน้าด้วยกรอบการทำงานเชิงกลยุทธ์ โดยมุ่งเน้นเสาหลักสำคัญ ได้แก่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน, ส่งเสริมนวัตกรรมทางเทคโนโลยี, พัฒนาการเชื่อมโยงระบบการขนส่งที่หลากหลาย เพื่อให้สนามบินเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่ครบวงจร
และปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของแรงงาน โดยนำ AI และระบบอัตโนมัติมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนการปฏิวัติประสบการณ์ของผู้โดยสาร ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าประทับใจและบริการส่วนบุคคล
ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมการบินของไทย ช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค. – พ.ค.) ปี 2025 พบว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศยังไม่เป็นไปตามเป้า แม้นักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย, เกาหลีใต้, รัสเซีย, อินเดีย เป็นกลุ่มที่ขยายตัวดี แต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของนักท่องเที่ยวจีนได้
อย่างไรก็ตาม หากมองไปยังตัวเลขในภาพใหญ่อย่างผู้โดยสารระหว่างประเทศในช่วงเดียวกัน ยังพบว่ามีอัตราเติบโต 10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้โดยสารภายในประเทศ เติบโต 3-5%
ส่วนผลประกอบการของบริษัท ไตรมาส 1/2025 มีรายได้รวม 2,379 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% และกำไรสุทธิ 205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การที่ยังรักษาการเติบโตไว้ได้อย่างต่อเนื่อง มาจากการได้รับแรงหนุนจากความต้องการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เพิ่มขึ้นของทั้งภาครัฐและเอกชน
Marketeer FYI
SKY ICT ยังมีการลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมหลายแห่งเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ขยายขีดความสามารถในการให้บริการ และกระจายความเสี่ยงด้านรายได้ อาทิ
– บริษัท รักษาความปลอดภัย และบริหารธุรการ สยาม จำกัด (สัดส่วนการถือหุ้น 100%): ให้บริการบริหารอาคารสถานที่, รักษาความสะอาด, รักษาความปลอดภัย, บริหารงานระบบความปลอดภัย, และบริหารระบบการจัดการเงินตราและการขนส่งนิรภัย
– บริษัท เมทเธียร์ จำกัด (91.67%): ดำเนินธุรกิจการให้บริการการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะแบบครบวงจร (Smart Facility Management) และให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ
– บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) (67.79%): ให้คำปรึกษา ออกแบบ พัฒนา จัดจำหน่ายและติดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงบริการบำรุงรักษาสำหรับโครงการที่เกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด
– บริษัท แอสโตร โซลูชั่นส์ จำกัด (60%): ให้บริการทางการตลาด ที่ปรึกษา บริหารจัดการข้อมูลเกี่ยวกับระบบงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและซอฟต์แวร์ต่างๆ
– บริษัท สกาย ซีซี จำกัด (45%): ให้บริการศูนย์ข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์แบบเต็มรูปแบบ รวมถึงบริการเช่าอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ระบบ Contact Center
– บริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (42.12%): บริษัทที่ถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company)
– บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (19.03%): ให้บริการออกแบบ วางระบบ จัดหาอุปกรณ์ ติดตั้ง ทดสอบ และบำรุงรักษางานวิศวกรรมในสายงานโทรคมนาคม, สื่อสารข้อมูล, และความปลอดภัยสาธารณะ
– บริษัท โกลเบิล สปอร์ตเวนเจอร์ จำกัด (18.73%): จัดดำเนินการแข่งขันชกมวยไทย มวยสากล มวยปล้ำ การแสดงและการแข่งขันกีฬาและมหรสพทุกชนิด
