Marimekko แบรนด์ที่อยู่ไทยมาครบ 10 ปี แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักชื่อนี้อย่างลึกซึ้ง แม้จะอยู่คู่คนไทยมาเป็นเวลานานแต่ก็ยังมีคนเข้าใจผิดว่าแบรนด์มาจากญี่ปุ่น ทั้งที่จริงมาจากฟินแลนด์ แม้ว่าชื่อจะฟังดูคล้ายญี่ปุ่นก็ตาม

แต่หลังจากที่กระเป๋าผ้าลายดอก Unikko ถูกสะพายเป็นไอเท็มฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง ขายไปกว่า 124,121 ใบ ก็ดูเหมือนแบรนด์จะเข้าไปใกล้ชิดกับคนไทยได้มากขึ้น 

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2015 Marimekko (มารีเมกโกะ) เป็นชื่อที่คนไทยน้อยคนจะรู้จัก แต่บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN  ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาค กลับมองต่างออกไป เลือกนำแบรนด์นี้เข้ามาเปิดในไทยด้วยการคิดสวนทางตลาด เนื่องจากเล็งเห็นคุณค่าที่แท้จริง อันซุกซ่อนอยู่ในดีไซน์ ความขบถเล็ก ๆ สะท้อนความกล้าเป็นตัวเอง ซึ่งน่าจะเป็นที่รักของคนไทยในระยะยาวได้ไม่ยาก

ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ตลอดเส้นทางกว่า 10 ปี Marimekko ได้ขยับจากแบรนด์เฉพาะกลุ่ม มาเป็นแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ สร้างฐาน Marimekko Lover อย่างเหนียวแน่น

จำหน่ายชุด Dress ไปมากกว่า 44,397 ตัว, เครื่องเซรามิกส์มากกว่า 120,442 ชิ้น, กระเป๋าผ้าไปมากกว่า 124,121 ใบ สโตร์รวมทั้งสิ้น 14 สาขา และช่องทางออนไลน์ ครอบคลุมทำเลใจกลางกรุง สะท้อนความนิยมและชื่นชอบในตัวของแบรนด์

เดิมMarimekkoเริ่มจากการเป็นบริษัทสิ่งทอ ขยายสู่เสื้อผ้า และของตกแต่งบ้านที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการใช้ลายพิมพ์สีสันสดใส เป็นความหรูหราที่ยืนหยัดบนความเรียบง่าย และลูกค้าไม่ได้เลือกแบรนด์ แต่แบรนด์ต่างหากที่เลือกลูกค้า 

Marimekkoเป็นแบรนด์ที่ไม่วิ่งตามกระแสใด ๆ นั่นทำให้ดีเอ็นเอของแบรนด์คลาสสิคเหนือกาลเวลา แต่การจะเชื่อมโยงกับลูกค้าคนไทยที่ไม่ได้รู้จักแบรนด์มาก่อนจำเป็นต้องมีจุดเชื่อมโยง

ธนจิราจึงหาฮีโร่โปรดักซ์เป็น ‘กระเป๋าผ้า’ มาช่วยเบิกทาง และกลายมาเป็น turning point ใหญ่ของแบรนด์ไปด้วยเช่นกัน

กระเป๋าผ้ายิ่งขายดี ยิ่งไม่โปรโมท เพราะไม่ต้องการให้คนมาซื้อเยอะ

ช่วงปี 2016 แบรนด์ได้วางจำหน่ายกระเป๋าผ้า สนนราคาใบละ 1,500 บาท ไม่ถูกแต่ก็ไม่แพง  ปรากฎว่าผลตอบรับถล่มทลาย ยอดขายตอนพีคถึงขีดสุดอยู่ที่ประมาณ 20,000 กว่าใบต่อปี แต่หลังจากช่วงพีคใช่ว่าแบรนด์จะโหมกระแสดึงคนมาซื้อมากยิ่งขึ้น กลับตัดบทการโปรโมทลง เพราะบริษัทมองว่าด้วยยอดขายเพียงเท่านั้น ก็มากพอที่จะเปิดทางให้คนหันมาสนใจ เพิ่มการรับรู้แบรนด์ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำการตลาดที่ให้คนแห่มาซื้อ เพื่อรักษาคุณค่าของสินค้าของตน

รวมถึงกระเป๋าเป็นเพียงใบเบิกทางให้คนมารู้จักว่าMarimekkoมีเสื้อผ้า Ready to wear ของใช้ตกแต่งบ้าน อันเป็นโปรดักส์หลักอยู่  

ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึงพาร์ทแฟชั่น เสื้อผ้าของ Marimekko จะแตกต่างด้วยความเป็น Timeless หยิบมาสวมใส่ได้โดยไม่ต้องกังวลต่อเทรนด์ แต่ลูกค้าของเสื้อผ้า Ready to wear ส่วนใหญ่คือคนมีอายุ และกำลังซื้อสูงมากกว่า Young Generation ทำให้แบรนด์ต้องพยายามออกคอลเลคชันใหม่ที่ใส่ลําลองง่ายขึ้น เพื่อดึงลูกค้าที่เด็กลง

คนไทยเซนส์แฟชั่นดี มิกซ์แอนด์แมทช์เก่ง

ลูกค้าที่เป็นแบรนด์เลิฟเวอร์แบ่งออกได้หลากหลายเจนเนเรชัน อายุตั้งแต่ 20-50 ปี  นักศึกษา และเหล่าคนทำงาน ที่หลงใหลในความยูนีค ไม่เหมือนใคร เป็นตัวของตัวเองอย่างอิสระ รสนิยมทางแฟชั่นอย่างหนึ่งของผู้บริโภคชาวไทยคือการมิกซ์แอนด์แมทช์เก่ง มีอิสระในการแต่งตัว  

ขณะที่ลูกค้าอย่างประเทศสิงคโปร์ที่ธนจิราเป็นผู้ถือสิทธิ์อยู่ จะมีแพทเทิร์นแฟชั่นคล้าย ๆ กัน เหมือนมีกรอบวางไว้ ซึ่งบริษัทต้องไปหา Trigger point เอาเอง 

เมืองไทยโตยาก เดินหน้าเจาะตลาดต่างประเทศ

คุณธนพงษ์  กล่าวว่า เมื่อสิบปีก่อนลูกค้าของMarimekkoคือ middle class ค่อนไปทาง upper class แต่เมื่อผ่านมาสิบปี กลุ่มคนเหล่านี้ยังคงเป็นหน้าเดิม ๆ เหมือนสระน้ำที่ไม่ขยายตัว มีปลาให้จับเท่าเดิม เป็นผลสะท้อนจากเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่ความเจริญกระจุกตัว เมื่อเป็นเช่นนั้นการขยายธุรกิจไปในต่างประเทศดูจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า 

ในการบุกตลาดต่างประเทศ บริษัทเตรียมเสนอสิงคโปร์ที่ดูแลอยู่ให้เป็น Regional Hub เนื่องจากชาวอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เดินทางไปสิงคโปร์บ่อย จึงจะเสนอใช้สิงคโปร์เป็นฮับส่งออนไลน์  cross border ไปยังประเทศดังกล่าว เพื่อดูตลาดก่อนการลงทุน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการนำเสนอแผนต่อบริษัทแม่

บทเรียนที่เคยม้วนเสื่อกลับบ้าน

ก่อนหน้านี้ Marimekko เคยไปเปิดที่เซ็นทรัลภูเก็ตมาแล้วแต่ต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน เพราะไม่ตอบโจทย์ลูกค้าและไม่ make sense หลายประเด็น ทำให้สาขาในต่างจังหวัดเหลือเพียงเชียงใหม่และพัทยา

“ทำธุรกิจอันดับแรกมันต้องมีแพชชั่นก่อน ไม่มีแพชชั่นก็เท่านั้น ผมไม่ได้เป็นคนหลงใหลแฟชั่น แต่ผมเป็นคนมีแพชชั่นอยากทำแบรนด์ให้ประสบความสําเร็จ ไม่ว่าจะเจอภาวะเศรษฐกิจเช่นไร  ก็ต้องแข่งขันให้ได้ ทุกคนในองค์กรต้องมี mindset นี้ คือธุรกิจมันต้องชนะ มันไม่มีคําว่าแพ้”

ตลอดระยะเส้นทาง 10 ปี บทเรียนสำคัญ คือ จริงใจ ไม่ตะโกน

ความจริงใจ คือ สิ่งที่แบรนด์ต้องมี เพราะคงไม่มีใครมาขายเอากําไรแค่วันนี้ ต้องทำให้แบรนด์ไปอยู่ในใจลูกค้าให้ได้ ยิ่งเป็นสินค้าที่มีราคาสูง คนยิ่งคาดหวังจากแบรนด์สูง ซึ่งวิสัยทัศน์เช่นนี้ทําให้เกิดการสร้างทีมงานหน้าบ้านที่แข็งแกร่ง

อีกอย่างหนึ่งคือ ยืนอยู่บนความเรียบง่าย ไม่ตะโกนเกินไป ทำทุกอย่างให้เรียบง่ายที่สุด แล้วจะยั่งยืน 

Marimekko ประเทศไทย เตรียมฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยการจัดแสดง Installation Art ลายดอก Unikko ทั้งที่ลาน Parc Paragon (หน้าทางเข้า Siam Center) และอุโมงค์ทางเชื่อมชั้น 2 ระหว่าง Siam Center และ Siam Discovery ตั้งแต่ตั้งวันนี้ถึงวันที่ 15 กันยายนนี้ 

พร้อมเปิดตัว Exclusive Item อย่าง Unikko T-shirt และกระเป๋าผ้ารุ่นพิเศษ ซึ่งเป็นลายพิมพ์สำหรับเฉลิมฉลองการครบรอบ 10 ปี ของแบรนด์Marimekkoในประเทศไทยโดยเฉพาะ สำหรับแฟนคลับที่ต้องการเก็บโมเมนต์แห่งความทรงจำครั้งนี้ไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

สิ่งสำคัญในปีที่ 11 และต่อจากนี้ คือการรักษา ‘ความน่าค้นหา’ ของแบรนด์ให้ยังคงอยู่ในใจผู้คน พร้อมกับสร้างการมีส่วนร่วมกับคนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรม ไลฟ์สไตล์ และการสื่อสารใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น และเข้าถึงง่ายขึ้นทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้Marimekkoยังคงเป็นแรงบันดาลใจในชีวิตประจำวันของผู้คนต่อไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer