“ตื่นตาตื่นใจสุดๆ เกินกว่าที่คิดไปไกล ประทับใจมากๆ” นี่เป็นคำตอบของ กาวี่ อินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวชาวแคนาดา ต่อคำถามที่ว่ารู้สึกอย่างไรบ้างหลังไปท่องเที่ยว ฉงชิ่ง เมืองท่องเที่ยวใหม่ของจีนที่กำลังฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวยุคนี้
ซึ่งจุดเช็คอินที่ใครๆต่างก็ต้องไป เพื่อบอกให้โลกรู้ว่ามาถึง ฉงชิ่ง แล้วผ่านการโพสต์คลิปวิดีโอเช่นเดียวกับ กาวี่ คือ การขึ้นรถไฟรางเดี่ยวที่สถานีหลี่จือป้า เพราะมันเป็นสถานีรถไฟรางเดี่ยวแห่งเดียวในโลกที่รถไฟเคลื่อนผ่านทะลุตึก
ทว่า ฉงชิ่ง ยังมีความน่าสนใจอีกหลายอย่างทั้งทางประวัติศาสตร์ สิ่งปลูกสร้าง อาคาร ทำเลที่ตั้ง สถาปัตยกรรม และวิศวกรรม ต่อเนื่องไปถึงอาหารการกิน จนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย และเป็นที่มาของเทรนด์เที่ยวฉงชิ่งตามรอยอินฟลูฯ อีกด้วย

ฉงชิ่ง เป็นเมืองใหญ่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยในช่วงสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ระหว่างปลายยุค 30 ถึงกลางยุค 40 รัฐบาลยุคนั้นใช้เป็นเมืองหลวง แต่หลังสงครามจบเมืองก็พังย่อยยับจากการโจมตีของญี่ปุ่น
ความเสียหายดังกล่าวทำให้ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกหลายปี โดย ฉงชิ่ง กลับมาเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวจีนในปี 1997 จากการถูกยกระดับให้เป็นเมืองใหญ่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลาง แบบเดียวกับเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ และกรุงปักกิ่ง
ปี 2008 ฉงชิ่ง เป็นที่สนใจในหมู่ชาวจีนอีกครั้ง ในฐานะเมืองที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งมวลชนมากมาย และสะพานกว่า 30 แห่ง ต่อเนื่องไปจนถึงกระเช้าลอยฟ้า ท่าเรือและสนามบิน จากเงินสนับสนุนหลังเขื่อนยักษ์ 3 ผาสร้างเสร็จ
ซึ่งต่อมาสิ่งเหล่านี้ จะไม่ได้แค่ช่วยเรื่องความสะดวกในการเดินทางของเมืองที่ตั้งอยู่ภูเขาไล่ระดับเท่านั้น แต่ยังจะกลายเป็นเสน่ห์และแหล่งท่องเที่ยวได้อีกด้วย
จากสาธารณูปโภค ระบบขนส่งมวลชน การขยายตัวของเมือง และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ทำให้ปี 2017 นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมายังฉงชิ่ง ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวของเมืองโตถึง 14% จน สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) ยกให้เป็นเมืองที่การท่องเที่ยวโตเร็วที่สุดในโลก
แน่นอนว่าขาขึ้นดังกล่าว ทำให้รัฐบาลจีนเตรียมพัฒนา ฉงชิ่ง เพิ่มเติมเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวอีก แต่ด้วยสถานการณ์โควิดทุกอย่างจึงต้องถูกระงับไป โดยหลังวิกฤตดังกล่าวผ่านพ้นไปการท่องเที่ยว เม็ดเงิน และความโด่งดังของ ฉงชิ่ง ก็กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ปี 2024 ฉงชิ่ง เปิดประตูรับท่องเที่ยวทั้งจากในและนอกประเทศรวมกันหลายล้านคน ซึ่งเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนก็มีอัตราเติบโตจากปี 2023 มากถึง 184% โดยสาเหตุที่ทำให้เมืองนี้เปลี่ยนจากเมืองถูกมองข้ามเป็นเมืองต้องไปให้ได้นั้นมีอยู่เต็มไปหมด

ไล่ตั้งแต่รถไฟรางเดี่ยวทะลุตึกที่กล่าวไปแล้ว อาหารโดยเฉพาะร้านหมาล่าหม้อไฟมากมาย เพราะนี่คือเมืองต้นกำเนิดเมนูนี้ สวนสนุกและสวนน้ำหลายแห่ง และสถานีรถไฟใต้ดินหงหยางชุน ที่ลึกถึง 106 เมตร ซึ่งลึกเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่ต้องใช้เวลาขึ้นลงนานเกือบ 10 นาที
นอกจากนี้ยังมีอีกอย่างที่ต้องกล่าวถึงนั่นคือ ทิวทัศน์แบบไล่ระดับในเมือง การมีอาคารแปลก และอาคารเก่ากับใหม่อยู่ในละแวกเดียวกัน ต่อเนื่องไปจนถึงความล้ำสมัยและโบราณที่อยู่คู่กัน โดยนี่ทำให้ฉงชิ่ง มีลักษณะของเมืองแนว Cyberpunk ในนิยายและหนังวิทยาศาสตร์ ซึ่งใครมาก็ต้องตื่นตาตื่นใจและต้องโพสต์ภาพมาอวดกันบนสื่อโซเชียล
เสน่ห์เหล่านี้ทำให้เหล่าอินฟลูฯ สายท่องเที่ยวต้องไปทำคอนเทนต์ เพื่อโพสต์เรียกยอดวิว ซึ่งทำให้ ฉงชิ่ง ได้โปรโมทเมืองแบบฟรีๆ และมีนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกมากอยากมาตามรอย
ปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาฉงชิ่ง จากประเทศที่ได้ฟรีวีซ่า เพิ่มขึ้นถึง 245% โดยมีปัจจัยบวกจากเที่ยวบินตรงจากทั้งแถบยุโรป สหรัฐฯ และประเทศโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสามารถทดแทนการหายไปของชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศได้เลย

ส่วนจากนี้ ฉงชิ่ง คงจะยังสามารถรั้งตำแหน่ง แหล่งท่องเที่ยวจีนที่ดังระดับโลกไว้ได้ต่อไป เพราะจากเสน่ห์ต่างๆ และการเดินทางที่สะดวกตามที่กล่าวมาแล้ว ยังมีจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
เช่น โชว์โดรน ที่คงจะมีการจัดอีกต่อยอดความสำเร็จจากโชว์โดรนมากเป็นสถิติโลกเมื่อมิถุนายน และฝ่ายปกครอง ก็ส่งข้อความไปยังสมาร์ตโฟนของชาวเมืองเตือนให้อยู่ที่บ้านในช่วงไฮซีซั่น เพื่อให้พื้นที่ให้นักท่องเที่ยวและลดความแออัดในเมือง / cnn, dw, wikipedia
