ตลาดปลาสวยงามโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยประเทศไทยครองส่วนแบ่งการส่งออกกว่า 11% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1,000 ล้านบาทต่อปี เฉพาะปลากัดไทยเพียงชนิดเดียวก็กินสัดส่วนสูงถึง 40% ของการส่งออกทั้งหมด สะท้อนจุดแข็งด้านสายพันธุ์และเทคนิคการเพาะเลี้ยงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

อีกทั้งเมื่อเร็วๆนี้ ไปรษณีย์ไทยและกรมประมงร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อส่งเสริมการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามของไทยสู่ตลาดโลก ผ่านการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่างประเทศด้วยเครือข่ายไปรษณีย์เป็นครั้งแรก

อ่านต้นเรื่อง : ไปรษณีย์ไทยจับมือกรมประมง เปิดส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปอเมริกา-เอเชีย พาปลากัดไทยว่ายข้ามน้ำข้ามทะเลสู่ตลาดโลก

เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในธุรกิจส่งออกสัตว์น้ำสวยงามของไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในตลาดโลก

ทำความเข้าใจตลาดปลาสวยงามในระดับโลก และไทยอยู่ตรงไหน

 🟥  อันดับประเทศนำเข้าปลาสวยงาม (Live Ornamental Fish)

1.สหรัฐอเมริกา เป็นผู้นำเข้าปลาสวยงามรายใหญ่ที่สุดของโลก

2.สหภาพยุโรป ถือน้ำหนักทางการนำเข้ารวม (รวมหลายประเทศในกลุ่ม)

3.จีน  เป็นผู้นำเข้าที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย

4.สหราชอาณาจักร

5.มาเลเซีย

ที่มา : World Integrated Trade Solution ปี 2023

 🟥  อันดับประเทศส่งออกปลาสวยงาม (Live Ornamental Fish) (ตามน้ำหนักกิโลกรัม)

1.เมียนมา ส่งออก 20,691,000 กก. เพิ่มขึ้นจากปีก่อน +2.48%

2.สเปน ส่งออก 5,680,500 กก. ลดลง -0.33%

3.ฟิลิปปินส์ ส่งออก 5,329,600 กก. ลดลง -0.81%

4.อินโดนีเซีย ส่งออก1,246,500 กก. ลดลง -4.84%

5.โคลอมเบีย ส่งออก 954,540 กก. เพิ่มขึ้น +2.87%

6.สหราชอาณาจักร ส่งออก 838,110 กก. เพิ่มขึ้น +2.9%

7.เนเธอร์แลนด์ ส่งออก 575,940 กก. ลดลง -0.24%

8.ไทย ส่งออก 537,690 กก. ลดลง -12.85%

9.โปแลนด์ ส่งออก 498,470 กก. เพิ่มขึ้น +7.35%

10.จีน ส่งออก 437,630 กก. เพิ่มขึ้น +1.9%

ที่มา : ReportLinker

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยแล้ว จะแยกปลากัดกับปลาสวยงาม ออกจากกัน ดังนั้นจึงต้องมาทำความเข้าใจตลาดปลาสวยงามในอีกกรอบหนึ่ง

เหตุผลหลัก ๆ มาจาก บริบททางประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และกฎหมายการค้า ของไทย

🟥  1.รากวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของ “ปลากัดไทย”

  • ปลากัด (Betta splendens) มีประวัติการเพาะเลี้ยงยาวนานในไทย ทั้งในฐานะกีฬาพื้นบ้าน “กัดปลา” และต่อมาพัฒนาเป็นสายพันธุ์แฟนซีสวยงาม
  • ชื่อ “ปลากัดไทย” จดทะเบียนเป็น สัตว์น้ำประจำชาติ และขึ้นบัญชีสินค้าส่งออกสำคัญของกรมประมง
  • จึงถูกแยกหมวดเพื่อให้สามารถจัดการด้านมาตรฐานสายพันธุ์ การเพาะพันธุ์ และการคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมโดยเฉพาะ

 🟥  2.น้ำหนักทางเศรษฐกิจที่ต่างจากปลาสวยงามชนิดอื่น

  • ปลากัดสร้างรายได้ส่งออกประมาณ 40% ของมูลค่าการส่งออกปลาสวยงามทั้งหมด แม้จะเป็นเพียง “ชนิดเดียว”
  • กรมประมงจึงมองว่าปลากัดมี “สัดส่วนทางการค้า” มากพอที่จะต้องรายงานแยกจากกลุ่มปลาสวยงามรวม เพื่อสะท้อนมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริงและวางนโยบายสนับสนุนเฉพาะ

 🟥  3.ข้อกำหนดด้านมาตรฐานและการค้าระหว่างประเทศ

  • การส่งออกปลากัดมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น การตรวจรับรองโรค การคัดเลือกสายพันธุ์ และใบรับรองต้นกำเนิด (Certificate of Origin)
  • การแยกหมวดช่วยให้กรมประมงควบคุมคุณภาพและออกใบอนุญาตได้ตรงตามพันธุ์ ซึ่งแตกต่างจากการจัดการปลาสวยงามทั่วไปที่มีหลากหลายชนิดและไม่ต้องการมาตรการเฉพาะขนาดนี้

 🟥  4.การสื่อสารเชิงภาพลักษณ์ประเทศ

  • ไทยใช้ “ปลากัดไทย” เป็น Soft Power ในการท่องเที่ยวและการค้า เช่น การจัดประกวดปลากัด การโปรโมตเป็นสัญลักษณ์สัตว์น้ำประจำชาติ
  • การแยกหมวดทำให้สามารถวัดผลและประชาสัมพันธ์ความสำเร็จได้ชัดเจน

ดังนั้นความแตกต่างคือ ต่างชาติรวมปลากัดไว้ในหมวด “Ornamental fish” เพราะมองในมุมผู้เลี้ยงเพื่อความสวยงาม แต่ไทยแยกปลากัดออกมาเพราะมี “คุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ” ที่โดดเด่นกว่าปลาสวยงามชนิดอื่น จึงต้องการดูแลและทำสถิติในฐานะสินค้าส่งออกสำคัญเฉพาะของประเทศ

 🟥   ประเทศส่งออกปลากัด (Betta fish) ชั้นนำ

  • อินโดนีเซีย (Indonesia) เป็นผู้ส่งออกปลากัดรายใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 76% ของการส่งออก Betta ทั้งโลก
  • เวียดนาม (Vietnam) มีส่วนแบ่งประมาณ 15%
  • ไทย (Thailand) อยู่ในอันดับที่สาม คิดเป็นประมาณ 7% ของการส่งออก Betta
  • ประเทศอื่นๆ ที่มีบทบาทส่งออกแต่ในสัดส่วนน้อย ได้แก่ประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือประเทศเพาะพันธุ์ขนาดเล็ก

ที่มา :  Volza (ช่วงมิถุนายน 2024 – พฤษภาคม 2025)

 🟥   ประเทศนำเข้าปลากัด (Betta fish) ชั้นนำ

  • สหรัฐอเมริกา
  • อินเดีย
  • สหราชอาณาจักร

ที่มา : Volza

ในตลาดต่างประเทศ “ปลากัด” (Betta splendens) ถูกมองเป็น Ornamental fish หรือ “ปลาสวยงามสำหรับเลี้ยงดู” เป็นหลัก ไม่ได้เพาะเลี้ยงเพื่อการกัดหรือแข่งขันแบบที่เคยเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นในไทย

ยุโรปและอเมริกาเหนือ: ผู้เลี้ยงนิยมปลากัดเพราะสีสันสวยงาม ครีบยาว และดูแลง่าย จัดอยู่ในหมวดเดียวกับปลาสวยงามจำพวกกุ้งแคระ ปลานีออน หรือปลาเทวดา ร้านขายปลามักโปรโมต Betta เป็น “pet fish” สำหรับตกแต่งตู้ปลาในบ้านหรือออฟฟิศ

เอเชียตะวันออก (เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้): ก็มีลักษณะเดียวกัน คือเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินด้านความงามและเป็นสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก ในญี่ปุ่นถึงกับมีการจัดประกวดความงามของปลากัด (Betta show) แต่ไม่ใช่การกัด

สหรัฐอเมริกาและยุโรป: บางรัฐมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์เข้มงวด การจัดแข่งขันให้ปลาต่อสู้กันอาจเข้าข่ายทารุณสัตว์ (Animal cruelty) จึงไม่มีวัฒนธรรม “กัดปลา” แบบไทย

ขณะที่ไทยมีรากวัฒนธรรมการ “กัดปลา” มาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และยังมีบางพื้นที่ที่ถือเป็นกีฬาพื้นบ้าน แต่ในปัจจุบันแม้ในไทยเองตลาดหลักก็เปลี่ยนไปทาง ปลากัดแฟนซีและปลากัดสวยงาม มากกว่าการแข่งขัน

 🟥  บริษัทผู้ส่งออกเชิงพาณิชย์ที่เป็นที่รู้จัก

  • Bangkok Aqua Plus / Grand Aquatic เครือข่ายรวบรวม-ส่งออกปลาสวยงามจากไทย
  • Mister Aqua ผู้ส่งออกปลาสวยงามจากไทย
  • Asia Tropic Zone กลุ่มผู้เพาะ-ผู้ส่งออกปลาสวยงามจากไทย
  • Al-Aquarium ผู้ส่งออกปลาสวยงามจากไทย

 🟥  บริษัทผู้ส่งออกปลากัดรายใหญ่ (โดยอ้างอิงจากการส่งออกไปจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่

  • Kanasanan Farm (นครปฐม) ส่งออกปลากัด 800,000 ตัว/ปี
  • Champ Farm (นครปฐม) ส่งออกปลากัด 720,000 ตัว/ปี
  • JJ Betta Farm (นครปฐม) ส่งออกปลากัด 700,000 ตัว/ปี
  • Paitune Betta Thailand (นครปฐม) ส่งออกปลากัด 570,000 ตัว/ปี
  • Sirinut Betta Farm / Yaovalug Farm ส่งออกปลากัด 200,000 และ 180,000 ตัว/ปี

ที่มา : Agriculture Ministry USA

แม้ไทยจะมีโดดเด่นในการส่งออกปลากัดและปลาสวยงาม เช่น ฐานเพาะเลี้ยงที่แข็งแรง & เครือข่ายผู้เพาะเลี้ยง ที่แข็งแกร่ง ชื่อเสียงของปลากัดไทย แต่ไทยก็ต้องเผชิญการแข่งขันจากประเทศข้างเคียง อีกทั้งต้นทุนโลจิสติกส์และการขนส่ง

ปลาสวยงามเป็นสินค้าที่อ่อนไหว (ต้องรักษาสภาพน้ำ-ออกซิเจน) ค่าขนส่ง-ภาษี-ขั้นตอนกักกันสัตว์น้ำอาจทำให้ต้นทุนรวมสูง ดังนั้นไทยยังต้องปรับตัวอีกหลายด้านเพื่อรับมือกับการแข่งขัน

อ่านเรื่องเกี่ยวเนื่อง : พันธุ์ไทยเหมือนกัน แต่ทำไมปลากัดเวียดนามส่งออกแซงไทย


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer