ปลากัดของไทยกับปลากัดของเวียดนาม มีพื้นฐานเป็นสายพันธุ์เดียวกันคือ  แม้แต่ชื่อ Betta splendens ในภาษาเวียดนาม “ปลากัด” (สายพันธุ์ Betta splendens) เรียกกันว่า “cá xiêm” (อ่านประมาณว่า คา-เซียม) คำนี้มีความหมายตรงตัวว่า “ปลา(จาก)สยาม” สืบเนื่องจากชื่อเก่า “Siamese fighting fish”


ประเทศส่งออกปลากัด (Betta fish) ชั้นนำ

  • อินโดนีเซีย (Indonesia) เป็นผู้ส่งออกปลากัดรายใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 76% ของการส่งออก Betta ทั้งโลก
  • เวียดนาม (Vietnam) มีส่วนแบ่งประมาณ 15%
  • ไทย (Thailand) อยู่ในอันดับที่สาม คิดเป็นประมาณ 7% ของการส่งออก Betta
  • ประเทศอื่นๆ ที่มีบทบาทส่งออกแต่ในสัดส่วนน้อย ได้แก่ประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือประเทศเพาะพันธุ์ขนาดเล็ก

ที่มา :  Volza (ช่วงมิถุนายน 2024 – พฤษภาคม 2025)


อ่านต้นเรื่อง : ตลาดปลาสวยงาม 10,000 ล้าน / เมียนมาครองตลาดโลก ไทยชูธง “ปลากัด” แต่เป็นรองอินโด เวียดนาม

โดยทั้งสองเป็นปลาน้ำจืดเขตร้อน แต่เมื่อพูดถึง “ปลากัดไทย” และ “ปลากัดเวียดนาม” จะมีจุดที่คล้ายและต่างกันทั้งด้านสายพันธุ์ ประวัติการเพาะเลี้ยง ลักษณะรูปร่าง และบทบาททางเศรษฐกิจ ดังนี้

จุดเหมือน

  1. สายพันธุ์พื้นฐานเดียวกัน
    ทั้งไทยและเวียดนามเพาะเลี้ยงจากปลากัดป่าภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของ Betta splendens จึงมีลักษณะพื้นฐาน เช่น ครีบยาว สีสันสดใส และพฤติกรรมการต่อสู้คล้ายกัน
  2. นิยมเพาะเลี้ยงทั้งเพื่อความสวยงามและการประกวด
    ทั้งสองประเทศมีตลาดปลากัดสำหรับนักสะสมและผู้เลี้ยงปลาสวยงาม ส่งออกไปสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ฯลฯ โดยนิยมสายพันธุ์ครีบยาว (Halfmoon, Crowntail) และสีพิเศษ

จุดต่าง

  1. ประวัติและการพัฒนาสายพันธุ์
  • ไทย: มีประวัติการเพาะเลี้ยงและเล่นปลากัดยาวนานหลายร้อยปี ไทยเป็นประเทศแรก ๆ ที่นำปลากัดป่ามาพัฒนาเป็นปลากัดสวยงามและปลากัดนักสู้ มีการปรับปรุงพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จนเกิดสายพันธุ์ Halfmoon, Fancy, Galaxy ฯลฯ ซึ่งได้รับการยอมรับในตลาดโลก และปลากัดไทยยังได้รับการประกาศเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ
  • เวียดนาม: เริ่มเพาะเลี้ยงในเชิงพาณิชย์จริงจังในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา สายพันธุ์จึงส่วนใหญ่ได้อิทธิพลจากพันธุ์ที่นำเข้าจากไทยหรือจากผู้เพาะเลี้ยงสากล แล้วค่อยพัฒนาต่อยอด เช่น ปลากัดครีบสั้น (Plakat) และปลากัด Fancy สีสันสด
  1. รูปร่างและคุณลักษณะ
  • ปลากัดไทย: โดดเด่นเรื่องครีบยาวและทรงครีบสมดุล โดยเฉพาะ Halfmoon ที่ครีบหางกาง 180 องศา สีสันมีการผสมพันธุ์สร้างลวดลายหลากหลายและมาตรฐานการประกวดชัดเจน
  • ปลากัดเวียดนาม: มักพบการเพาะเลี้ยงปลากัดครีบสั้น (Plakat) มากกว่า เพราะเลี้ยงง่าย แข็งแรง เหมาะกับตลาดนักสะสมทั่วไป แม้จะเริ่มมี Halfmoon และ Fancy แต่ภาพลักษณ์เด่นยังเป็น Plakat ที่สีสดและโตเร็ว
  1. บทบาททางเศรษฐกิจ
  • ไทย: มีฟาร์มเพาะเลี้ยงและผู้ส่งออกที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ยังคงเป็นศูนย์กลางการพัฒนาสายพันธุ์และจัดประกวดมาตรฐานสากล
  • เวียดนาม: กลายเป็นผู้ส่งออกปริมาณมาก ด้วยต้นทุนการผลิตต่ำกว่า จึงแข่งขันในเชิงปริมาณและราคาส่งออก แต่ยังพึ่งพาสายพันธุ์ดั้งเดิมจากไทยเป็นหลัก

สรุป

  • ปลากัดไทย : จุดขายคือสายพันธุ์สวยพรีเมียม มาตรฐานการประกวดสูง เป็นต้นกำเนิดและศูนย์กลางการปรับปรุงพันธุ์
  • ปลากัดเวียดนาม : จุดขายคือปริมาณการผลิตสูง ราคาที่แข่งขันได้ และเน้นปลากัดครีบสั้น (Plakat) เพื่อตลาดเลี้ยงเล่นกว้าง ๆ

กล่าวโดยรวม ปลากัดทั้งสองประเทศคือ Betta splendens เหมือนกัน แต่ไทยเด่นเรื่อง “คุณภาพและสายพันธุ์ต้นกำเนิด” ส่วนเวียดนามเด่นด้าน “ปริมาณและราคาส่งออก”

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer