31 ตุลาคม – วันเมืองโลก (World Cities Day) ซึ่งถูกกำหนดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับเมือง ตระหนักถึงการขยายตัวของเมืองทั่วโลก และร่วมพัฒนาเมืองให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชากรและยกระดับคุณภาพชีวิต

อ้างอิง Blueground (บลู กราวนด์) บริษัทข้ามชาติด้านเทคโนโลยีสำหรับบริการที่พักและอสังหาริมทรัพย์ เผยแพร่ผลการศึกษา “ดัชนีเมืองสมดุลชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ปี 2025” (Global Work-Life Balance City Index 2025)

การศึกษาของ Blueground ครอบคลุม 75 เมืองทั่วโลก แบ่งเป็น 30 เมืองในสหรัฐอเมริกา และ 45 เมืองทั่วโลก ครอบคลุมการพิจารณาจาก 16 ปัจจัย ภายใต้ 3 หมวดหมู่หลัก 

1. ความเข้มข้นในการทำงาน: ชั่วโมงทำงาน, วันหยุดพักร้อน และสิทธิในการตัดการเชื่อมต่อ

2. ความน่าอยู่อาศัยในเมือง: ความสามารถในการซื้อ, ความปลอดภัย, คุณภาพอากาศ และความสุขโดยรวม

3. สังคมและสถาบัน: การเข้าถึงบริการสุขภาพและการดูแลสุขภาพจิต, การรวมกลุ่มและการยอมรับความหลากหลายทางเพศ และดัชนีช่องว่างทางเพศ

ดัชนีเมืองสมดุลชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของประชากรที่เป็นพนักงานประจำจาก Blueground มุ่งหวังที่จะเป็นแนวทางสำหรับเมืองต่าง ๆ ในการประเมินความสามารถของตนเองในการสนับสนุนการเติมเต็มชีวิตของผู้อยู่อาศัย ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายที่ช่วยบรรเทาความเครียดที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดึงดูดและรักษาบุคลากรทักษะสูงในยุคปัจจุบัน

10 อันดับแรก เมืองเวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ดีสุดในโลก 2025
เมือง ประเทศ คะแนนดัชนีรวม
1.เฮลซิงกิ ฟินแลนด์ 100
2.ออสโล นอร์เวย์ 96.5
3.โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก 94.6
4.สตอกโฮล์ม สวีเดน 93.7
5.ออตตาวา แคนาดา 93.2
6.ซิดนีย์ ออสเตรเลีย 93.0
7.เมลเบิร์น ออสเตรเลีย 92.7
8.บรัสเซลส์ เบลเยียม 92.1
9.ปารีส ฝรั่งเศส 91.8
10.ซูริค สวิตเซอร์แลนด์ 91.8
ที่มา: Global Work-Life Balance City Index 2025 เผยแพร่โดย Blueground  

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมืองในแถบสแกนดิเนเวีย, ยุโรป และออสเตรเลีย ประสบความสำเร็จในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานให้กับผู้อยู่อาศัยมากที่สุด อีกทั้งเมืองที่ติดอันดับต้น ๆ มักจะมีคะแนนสูงในด้านการสนับสนุนจากรัฐบาลและสิทธิของพนักงาน 

กรุงเทพฯ หัวแถวเมืองเวิร์ก (ไร้) บาลานซ์มนุษย์เงินเดือน ทำงานหนักเกินไปแล้ว
เมือง ประเทศ สัดส่วนประชากรเมืองที่เป็นพนักงานประจำซึ่งทำงานเกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อันดับเมืองโลก คะแนนดัชนีรวม
เม็กซิโก ซิตี้ เม็กซิโก 27.1% 71 67.1
อิสตันบูล ตุรกี 26.6% 74 58.7
ฮ่องกง 24.9% 70 67.8
เคปทาวน์ แอฟริกาใต้ 19.6% 75 50.0
กรุงเทพฯ ไทย 17.7% 72 63.0
โตเกียว ญี่ปุ่น 17.6% 30 82.5
โซล เกาหลีใต้ 16.5% 38 77.2
บัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา 15.3% 65 72.2
โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ 13.8% 34 78.2
กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย 13.1% 73 60.0
ที่มา: Global Work-Life Balance City Index 2025 เผยแพร่โดย Blueground

ด้านเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มเอเชีย ยังต้องปรับปรุงเพื่อสร้างสมดุลที่ดีขึ้นระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว ส่วนสำคัญมาจากอัตราส่วนประชากรซึ่งเป็นพนักงานประจำที่ทำงานหนักเกินไป (Overworked Population) หรือ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เฉลี่ยเป็น 6 วันต่อสัปดาห์ วันละ 8 ชั่วโมง อยู่ในสัดส่วนที่สูง 

กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ 72 จาก 75 เมืองทั่วโลก ในดัชนีเมืองสมดุลชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยมีดัชนีคะแนนรวมอยู่ที่ 63.0 คะแนน ซึ่งปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กรุงเทพฯ ได้อันดับต่ำ คือ ความเข้มข้นในการทำงาน

ทั้งนี้ ดัชนีคะแนนรวมในหมวดความน่าอยู่อาศัยของเมือง (City Liveability) ของกรุงเทพฯ อยู่ที่ 77.6 ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเมืองในกลุ่มท้ายตาราง 

ส่วนดัชนีคะแนนรวมในหมวดสังคมและสถาบัน (Society & Institutions) กรุงเทพฯ ได้คะแนนในหมวดนี้ในระดับที่ต่ำ อยู่ที่ 62.9 คะแนน ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการเข้าถึงและคุณภาพของระบบสวัสดิการสังคม

ที่มา: Global Work-Life Balance City Index 2025  


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer