ซัมซุงประกาศเดินหน้าทำตลาดเครื่องซักและเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยอย่างจริงจัง รับการเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซักและภาคบริการที่ขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในระยะยาว
นายสารัช อักษราลิขิตสันติ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2026 จะเป็นปีเริ่มต้นของการทำตลาดเครื่องซักและเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ โดยบริษัทได้นำเข้าเครื่องขนาดใหญ่จากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจร้านสะดวกซักโดยเฉพาะ ควบคู่กับกลยุทธ์การจับมือพันธมิตรในประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่เติบโตร่วมกัน
ปัจจุบันตลาดเครื่องซักและเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวตามการเติบโตของร้านสะดวกซัก โรงแรม โรงพยาบาล คอนโดมิเนียม รวมถึงการขยายตัวของเมืองที่หนุนไลฟ์สไตล์ความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น บริษัทมองว่าตลาดดังกล่าวยังมีศักยภาพเติบโตสูง และเป็นโอกาสต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านสู่ตลาด B2B
ชูจุดขาย “ซักเร็ว–อบไว–ทนทาน” ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ
เครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ของซัมซุงมีความจุสูงสุด 18 กิโลกรัม ใช้เวลาซักต่อรอบประมาณ 36 นาที พร้อมเทคโนโลยี Bubble Technology ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาด ขณะที่เครื่องอบผ้ามีความจุ 14 กิโลกรัม ใช้เวลาอบประมาณ 45 นาที รองรับการใช้งานต่อเนื่องตลอดวัน
ตัวเครื่องออกแบบให้ยืดหยุ่นต่อการติดตั้ง เช่น ระบบสลับทิศทางประตู (Door Reversal) และหน้าจอแสดงผลด้านล่าง รองรับการติดตั้งแบบวางซ้อน พร้อมรับประกันสินค้า 3 ปี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าบำรุงรักษาและเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาวของผู้ประกอบการ
ขยายเกมสู่ตลาดภูมิภาค
นอกจากการรุกตลาดในประเทศแล้ว ซัมซุงยังวางแผนขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สปป.ลาว และกัมพูชา ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตจากภาคบริการและการท่องเที่ยว
การขยับเข้าสู่ตลาดเครื่องซักและเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ครั้งนี้ สะท้อนทิศทางการขยายพอร์ตธุรกิจของซัมซุงจากตลาดผู้บริโภคสู่ตลาดองค์กร (B2B) มากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในธุรกิจร้านสะดวกซัก ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่เติบโตเร็วของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม : https://marketeeronline.co/archives/454494


